ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท ที่พัก
We Love The King
Koh Kood Cabana : เกาะกูด คาบาน่า
:: เมนูหลัก ::
ท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ข้อมูลท่องเที่ยว
ข้อมูลการเดินทาง
ข้อมูลอุทยานแห่งชาติ
เว็บบอร์ดท่องเที่ยว
โรงแรม - รีสอร์ท
แนะนำที่พักน่าสนใจ
จองโรงแรมต่างประเทศ
จองตั๋วเครื่องบิน
สารบัญเว็บไซท์
ติดต่อลงโฆษณา
ขาประจำคลิ๊กตรงนี้ !!!
:: เมนูย่อย ::
ข่าว - กิจกรรมท่องเที่ยว
แนะนำโรงแรม - ที่พัก
โรงแรม - ภาคเหนือ
โรงแรม - ภาคอีสาน
โรงแรม - ภาคกลาง
โรงแรม - ภาคตะวันออก
โรงแรม - ภาคใต้
แนะนำโปรแกรมท่องเที่ยว
แนะนำร้านอาหาร
แนะนำรถตู้ - รถเช่า
+ Thailand Hotels
+ Bangkok Hotels
+ Chiang Mai Hotels
+ Pattaya Hotels
+ Koh Samui Hotels
+ Phuket Hotels
+ Krabi Hotels (Phi Phi)
+ Kanchanaburi Hotels
+ Hua Hin Hotels (Cha-Am)
+ Koh Chang Hotels
+ Koh Samet Hotels
+ Koh PhaNgan Hotels
+ Koh Tao Hotels
+ Phang-Nga (Khao Lak)
:: ผู้สนับสนุน ::
:: เว็บไซท์น่าสนใจ ::
+ วาบัวร์ ลอร์ด กรุงเทพฯ
+ ที่พักเกาะล้าน
+ โรงแรมในต่างประเทศ
+ รูปในหลวง 80 พรรษา
+ Thailand Hotels
+ Bangkok Hotels
+ ค้นหาข้อมูล
+ 1000 ทริป
+ ท่องเที่ยวทั่วไทย
+ จองโรงแรม
+ แผนที่ประเทศไทย
+ ตารางเดินรถไฟ
+ ตารางเดินรถ บขส.
+ สนามบินสุวรรณภูมิ
+ ปาย อำเภอปาย แม่ฮ่องสอน
+ เที่ยวกาญจนบุรี
+ เกาะกูด คาบาน่า จ.ตราด
+ ไม้มงคล - ดอกไม้
+ ประเพณีลอยกระทง
+ ประเพณีสงกรานต์
+ จตุคาม รามเทพ
+ ประวัติสุนทรภู่ (ชีวประวัติ)
+ โรงแรม, รีสอร์ท, ที่พัก
+ วันวาเลนไทน์, วาเลนไทน์
+ วันคริสต์มาส, คริสต์มาส
+ วันปีใหม่, คำอวยพรปีใหม่
+ กลอนปีใหม่, กลอนรัก
:: สุนทรภู่ ::
 
 
นิราศ
 
:: นิราศสุพรรณ ::
 
นิราศสุพรรณแต่งขึ้นในราวปี พ.ศ.๒๓๗๔ ในระหว่างที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดสระเกศ วัตถุประสงค์ในการเดินทางคือเพื่อหาแร่ชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำมาแปรธาตุชนิดอื่นได้ พูดง่ายๆ คือท่าน "เล่นแร่แปรธาตุ" นั่นเอง

นิราศเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเดียวของท่านที่แต่งเป็นโคลง ทำนองจะลบคำสบประมาทว่าท่านแต่งได้แต่เพียงกลอน ในนิราศเรื่องนี้ เราจะพบท่านสุนทรภู่แต่งโคลงกลบทไว้หลายต่อหลายรูปแบบ และโคลงที่มีสัมผัสในเหมือนอย่างกลอนที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า ท่านสุนทรภู่ใช้คำเอกโทษ โทโทษ เปลืองที่สุด ด้วยหมายจะคงความหมายดังที่ต้องการ ส่วนการรักษารูปโคลงเป็นเพียงเรื่องรอง ทำให้ได้รสชาติในการอ่านโคลงไปอีกแบบหนึ่ง เพราะต้องเดาด้วยว่าท่านต้องการจะเขียนคำว่าอะไร

การเดินทางครั้งนี้เหนื่อยยากหนักหนาแทบจะเอาชีวิตไม่รอด สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมา ท่านได้เขียนเตือนบุตรหลานทั้งหลาย ในโคลงก่อนบทสุดท้ายของนิราศ คือบทที่ ๔๖๑ ว่า:

หวังไว้ให้ลูกเต้า เหล่าหลาน
รู้เรื่องเปลืองป่วยการ เกิดร้อน
อายุวัฒนะขนาน นี้พ่อ ขอเอย
แร่ปรอทยอดยากข้อน คิดไว้ให้จำฯ


อนึ่ง ในการคัดลอกโคลงนิราศสุพรรณมาลงไว้ที่นี้ ผู้จัดทำได้ดัดแปลงคำบางคำจากต้นฉบับของกรมศิลปากร เพราะมีหลายคำที่สะกดผิดเพี้ยนไปจากคำในปัจจุบัน จนกระทั่งการอ่านครั้งแรกจับคำไม่ได้ ทั้งนี้จะแปลงเฉพาะคำที่ผิดเพี้ยนมากจริงๆ เท่านั้น ส่วนคำที่ผิดเพี้ยนเพียงเล็กน้อย และคำที่แปรรูปไปในตำแหน่งเอกโทษ โทโทษ จะคงไว้ตามเดิม ทั้งนี้ด้วยมุ่งหมายให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราว การผจญภัยของท่านสุนทรภู่ได้อย่างสนุกสนานและราบรื่น

   
(๑) ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า
จรูญจรัดรัศมีพราว
ยามดึกนึกหนาวหนาว
เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย

ดาดาว
พร่างพร้อย
เขนยแนบ  แอบเอย
เยือกฟ้าพาหนาวฯ

(๒) ๏ มหานากฉวากวุ้ง
ชุ่มชื่นรื่นรุกขีสอง
คุกคิดมิศหมายครอง
กล้าตกรกเรื้อซ้ำ

คุ้งคลอง
ฝั่งน้ำ
สัจสวาดิ ขาดเอย
โศกทั้งหมางสมรฯ

(๓) ๏ ขอฝากซากสวาดิสร้อย
ไว้ที่ท่าสาคร
ศาลาน่าวัดภร
ใครที่พี่เป็นผี้

สุรธร
เขตนี้
พี่ฝาก มากเอย
พี่ให้อไภยเจริญฯ

(๔) ๏ จำร้างห่างน้องนึก
สองฝ่ายชายหญิงยวน
หวังชายฝ่ายหญิงชวน
กลเช่นเล่นซักเสร้า

น่าสวน
ยั่วเย้า
ชื่นเช่น เหนเอย
เสพเผื้อนเฟือนเกษม ฯ

(๕) ๏ เลี้ยวลัดวัดษเกษก้ม
กุฏศพนบมานดา
เดชะพระกุศลภา
เสวยศุกทุกค่ำเช้า

คมลา
เกิดเกล้า
พ้นโลก โอกฆเอย
ช่องชั้นสวรรยางคฯ

(๖) ๏ เชิงเลนเปนตลาดสล้าง
โอ่งอ่างบ้างอิดเกลือ
หลีกล่องช่องเล็กเหลือ
ออกแม่น้ำย่ำถุ้ม

หลักเรือ
เกลื่อนกลุ้ม
ลำบาก ยากแฮ
ถี่ฆ้องสองยามฯ

(๗) ๏ แซ่เสียงเวียงราชก้อง
หง่งหงั่งระฆังขาน
สังแตรแซ่เสียงประสาร
ยามดึกครึกครื้นก้อง

กังสดาน
แข่งฆ้อง
สังขีด ดีดเอย
ปี่แก้วแจ้วเสียงฯ

(๘) ๏ วัดเลียบเงียบสงัดหน้า
ขุกคิดเคยพญายาม
รวยรินกลิ่นสไบทราม
สูรกลิ่นสริ้นกลอนพร้อง

อาราม
แย่งน้อง
สวาดร่วง ทรวงเอย
เพราะเจ้าเบาใจฯ

(๙) ๏ เจริญบุญสุรธรไว้
สืบสวัสสัฐาภร
เชิญทราบกาพกลกลอน
จำขาดชาตินี้แล้ว

ให้สมร
ผ่องแผ้ว
กล่าวกลิ่น ถวินเอย
คลาดน้องของสงวนฯ

(๑๐) ๏ วัดแจ้งแต่งตึกตั้ง
เคยปกนกน้อยคอน
เคยลอบตอบสารสมร
จำจากพรากนุชน้อง

เตียงนอน
คู่พร้อง
สมานสมัคร รักเอย
นกน้อยลอยลมฯ

(๑๑) ๏ สาวแก่แม่ม่ายแม้น
ขอเดชะพระวรุณ
ยามดึกนึกส่งบุญ
วัดช่วยอวยสวัสดิขู้

มีคุณ
ราชรู้
แบ่งฝาก มากเอย
คิดพร้องสนองเพลงฯ

(๑๒) ๏ ยนฉนวนหวนนึกน้ำ
พระธินั่งบันลังทอง
ชำระพระนิพนสนอง
สริ้นแผ่นดินปกเกล้า

เนตรนอง
ที่เฝ้า
เสด็จสนิด ชิดเอย
กลับร้างห่างฉนวนฯ

(๑๓) ๏ แบ่งบุญสุรธรเชื้อ
สืบซ่างทางพุทพง
ถวายพระหริรักทรง
ลุโลกโมฆเมืองแก้ว

ชิณวง
ผ่องแผ้ว
สารภิเศศ เสวตรเอย
กิจร้ายหายสูรฯ

(๑๔) ๏ อีกองมงกุฎิเกล้า
สืบกษัตรขัติยบำรุง
ถวายพระอนิสงพดุง
สิ่งโศกโรคเรื่องแค้น

เขากรุง
รอบแคว้น
พเดชเฟื่อง กเดื่องเอย
ขจัดผ้ายวายเขนฯ

(๑๕) ๏ ท่าช้างหว่างค่ายล้อม
ครั้งพระโกฎโปรฐประทาน
เคยอยู่คู่สำราน
เหนแต่ที่หมีได้

แหล่งสถาน
ที่ให้
ร่วมเย่า เจ้าเอย
ภบน้องครองสงวนฯ

(๑๖) ๏ วังหลังครั้งหนุ่มเหน้า
เคยอยู่ชูชื่นเชย
ยามนี้ที่เคยเลย
ต่างชื่นอื่นแอบเคล้า

เจ้าเอย
ค่ำเช้า
ลืมภัก พี่แฮ
คลาศแคล้วแล้วหนอฯ

(๑๗) ๏ คิดคำลำฦกไว้
เคยรักเคยร่วมเรือน
อย่าเคืองเรื่องเราเยือน
ใครที่มีชู้ชู้

ใคร่เตือน
ร่วมรู้
ยามแก่ แม่เอย
ช่วยช้ำคำโคลงฯ

(๑๘) ๏ เลี้ยวทางบางกอกน้อย
บ้านเก่าเย่าเรือนแพ
เงียบเหงาเปล่าอกแด
ลำฦกนึกรักร้อง

ลอยแล
พวกพ้อง
ดูแปลก แรกเอย
เรียกน้องในใจฯ

(นาคบริพันธ์)
(๑๙) ๏ สาวเอยเคยอ่อนหนุ้ม
ออมสนิทชิดกลิ่นหอม
ไกลห่างว่างอกตรอม
เลยอื่นขึ้นครองไว้


อุ้มสนอม
กล่อมให้
ออมตรึก รฦกเอย
ใคร่หว้าหน้าสวนฯ

(๒๐) ๏ ยนย่านบ้านบุตั้ง
ขุกคิดเคยชมจรร
ยามยากหากปันกัน
มีคู่ชูชื่นหน้า

ตีขัน
แจ่มฟ้า
กินซีก ฉลีกแฮ
นุชปลื้มลืมเดิมฯ

(๒๑) ๏ เสียดายสายสวาดโอ้
รักพี่มีโทษกร
จำจากพรากพลัดสมร
เสียนุชดุจทรวงต้อง

อาวร
กับน้อง
เสมอชีพ เรียมเอย
แตกฟ้าผ่าสลายฯ

(นาคบริพันธ์)
(๒๒) ๏ เคราะกำจำห่างน้อง
หวนนึกดึกเคยวอน
คิดไว้ไม่ห่างจร
หากจิตรมิศหลายหน้า


ห้องนอน
ค่อนหว้า
ห่อนจาก
ล่าน้องหมองหมางฯ

(๒๓) ๏ เดือนตกนกร้องเร่ง
เยี่ยมยอดยุคุนททรง
เดือนดับลับโลกคง
จันพี่นี้ลับหน้า

สุริยง
ส่องฟ้า
คืนขึ้น อีกเอย
นับสริ้นดินสวรรฯ

(๒๔) ๏ วัดปขาวคราวรุ่นรู้
ทำสุรทสอนเสมียน
เดินรวางรวังเวียน
เคยชื่นกลืนกลิ่นสร้อย

เรียนเขียน
สมุทน้อย
หว่างวัด ปขาวเอย
สวาดิห้างกลางสวนฯ

(๒๕) ๏ เห็นเรือนเพื่อนรักร้าง
โอ้อกอาดูรโดย
ดูสวรป่วนจิตรโหย
แลลับกลับชาติม้วย

แรมโรย
ทเวดด้วย
หาดอก สร้อยเอย
ไม่ได้ใกล้กลายฯ

(๒๖) ๏ บางบำรุบำรุงแก้ว
แก้วเนตรเชษฐาชรา
ถือบวดตรวจน้ำภา
ชาตินี้พี่แคล้ว

กานดา
ร่างแล้ว
ภพชาติ อื่นเอย
คลาศค้างห่างสมรฯ

(๒๗) ๏ บางรมาดมิ่งมิดครั้ง
บอกบทบุญยังพยาน
ประทุนประดิศถาน
แหวนประดับกับผ้า

คราวงาน
พยักหน้า
แทนฮ่อง หอเอย
พี่อ้างรางวันฯ

(๒๘) ๏ สงสารสายเนตรน้อง
ลเนตรพี่เพียงฝอยฝน
จวนรุ่งร่ำสอื้นจน
คราวเคราะเพราะน้องต้อง

นองชล
เฟ่าน้อง
จำจาก แจ่มเอย
พยุกล้าสลาตันฯ

(๒๙) ๏ สวรหลวงแลสล่างล้วน
เคยเสด็จวังหลังมา
ข้าหลวงเล่นปิดตา
เห็นแต่พลับกับสร้อย

พฤกษา
เมื่อน้อย
ต้องอยู่ โยงเอย
ซ่อนซุ้มคลุมโปงฯ

(๓๐) ๏ วัดพิกุนกรุ่นกลิ่นเกลี้ยง
แรกรุ่นรวยมาไล
เรียนร้อยค่อยสอดไหม
ร้อยคล่องต้องนั่งเน้น

กลอยใจ
ไส่เหล้น
เหมือนแน่ และเอย
นวดฟั้นท่านครูฯ

(๓๑) ๏ บางขวางข้างเขตแคว้น
สองฟากหมากมพร้าวผล
หอมรื่นชื่นเช่นปน
เคลิ้มจิตคิดว่าใกล้

แขวงนน
พรรไม้
แป้งประ ปรางเอย
กลิ่นเนื้อเจือจรรฯ

(๓๒) ๏ เชิงสวรล้วนรักน้ำ
ลูกดกรกเรื้อไบ
รักร้ายฝ่ายตนไกล
เดจลูกถูกยางนิ้ว

คล้ำไคล
บิดพลิ้ว
กลัวรัก นักเอย
หนิดเนื้อเหลือดันฯ

(๓๓) ๏ บางกรวยตรวดน้ำแบ่ง
ส่งนิ่มนุชนิพพาน
จำจากพรากพลัดสถาน
เห็นแต่คลองน้องแคล้ว

บุญทาน
ผ่องแผ้ว
ทิ้งพี่ หนีเอย
คลาศเลื่อนเดือนปีฯ

(๓๔) ๏ บางศรีทองคลองบ้านเก่า
สีเพชผัวสีทอง
เลื่องฦาชื่อเสียงสนอง
คลองคดลดเลี้ยวชี้

เจ้าคลอง
ถิ่นนี้
สำเหนียก นามเอย
เช่นไสร้ไสทองฯ

(๓๕) ๏ ล่วงทางบางบ้านเรียด
สองฝั่งพรั่งพฤกษา
ไม้ปลูกลูกดอกดา
ทรงกลิ่นรินรื่นข้าง

ริมชลา
สลับสล้าง
ดกดาษ กลาดเอย
ขอบคุ้งฟุ้งขจรฯ

(๓๖) ๏ รอกแตแลลอดเลี้ยว
นกหกจกจิกโจน
ยางเจ่าเหล่ายางโทน
โฉบฉาบคาบปลาได้

โลดโผน
จับไม้
ท่องเที่ยว เหยี่ยวเอย
ด่วนขึ้นกลืนกินฯ

(๓๗) ๏ บางกร่างข้างคุ้งค่าม
บางขนุนขุนกอง
ของสวนส่วนเจ้าของ
สาวแก่แม่ม่ายบ้าง

เขตคลอง
ก่อสร้าง
ขายน่า ท่าเอย
บกน้ำลำเรือฯ

(๓๘) ๏ โรงหิบหนิบอ้อยออด
สองข้างรางรองเรียง
อ้อยไส่ไล่ควายเคียง
อกพี่นี้ชอกช้ำ

แอดเสียง
รับน้ำ
คู่วิ่ง เวียรเอย
เช่นอ้อยย่อยรยำฯ

(๓๙) ๏ หีบหันนั้นและเหล้
ขู่ข่มเหงหักหาร
เข้าพวกคิดอ่านพาล
กลหีบหนิบนิดเน้น

กระลาการ
ห่อนเว้น
เอาผิด พ่อเอย
นึกช้ำน้ำใจฯ

(๔๐) ๏ บางคูเวียงเสียงสงัดล้วน
เวียงชื่อศรีท้าวไท
เวียงราชคลาดแคล้วไกล
ยามยากจากเมืองทั้ง

สวนไสว
ท่านตั้ง
กลับรฦก นึกเอย
ถิ่นปลื้มลืมกเษมฯ

(๔๑) ๏ บางม่วงทรวงเศร้าคิด
ม่วงเกบมม่วงสวน
ม่วงอื่นรื่นรันจวน
ม่วงหม่อมหอมห่วนหน้า

เคยชวน
ศุกรย้า
จิตไม่ ใคร่แฮ
เสน่เนื้อเจือจรรฯ

(๔๒) ๏ จันต้นผลห่ามให้
แมลงภู่วู่เวียนตอม
เพียงพี่ที่สุดถนอม
พร้องชื่อรื้อเสียวเศร้า

หวนหอม
ไต่เคล้า
เสน่ห์แจ่ม จรรเอย
โศกร้างห่างจรรฯ

(๔๓) ๏ ล่วงทางบางใหญ่บ้าน
เลี้ยวล่องคลองเล็กลอย
สองฝั่งพรั่งพฤกษพลอย
แลเหล่าชาวสวนหน้า

ด่านคอย
เลื่อนช้า
เพลินชื่น ชมเอย
เสน่ห์น้องคลองสนอมฯ

(๔๔) ๏ คลองคดลดเลี้ยวล้วน
เกะกะรเรือรอ
คดคลองช่องแคบพอ
คนคดลดเลี้ยวล้ำ

หลักตอ
ร่องน้ำ
พายถ่อ พ่อเอย
กว่าน้ำลำคลองฯ

(๔๕) ๏ ล่วงย่านบ้านวัดร้าง
ตกทุ่งถึงคลองโยง
วัดใหม่ธงทองโถง
ควายลากฝากเชือกไขว้

เรือนโรง
หย่อมไม้
ที่ติด ตื้นแฮ
เคลื่อนคล้อยลอยเลนฯ

(๔๖) ๏ คนขี่ตีต้อนเร่ง
ถอนถีบกีบกอมตกาย
เหนื่อยนักชักเชือกหงาย
คนหวดปวดป่วนโอ้

รันควาย
โก่งโก้
แหงนเบิ่ง เบือนแฮ
สอึกเต้นเผ่นโผนฯ

(๔๗) ๏ ทุกข์ใดในโลกล้น
ไม่เท่าควายลากเรือ
หอบฮักจักขุเจือ
มนุษย์ดุจติดค้าง

ล้ำเหลือ
รับจ้าง
เจิ่งชุ่ม ชลเอย
เฆี่ยนเร้าเอาเงินฯ

(๔๘) ๏ สังเวชเหตุด้วยทรัพย์
พาสัตว์วัตนสงสาร
ตรวดน้ำร่ำศีลทาน
จงสุขทุกค่ำเช้า

ศฤงคาร
โศกเศร้า
ทั่วสัตว์ สวัสดิ์เอย
ชาติพ้นชนมานฯ

(๔๙) ๏ ข้างคลองสองฝั่งเฟื้อย
คาแฝกแซกเซียดแซม
ในพุ่มกุ่มกกแกม
นกหกวกเวียนหว้อน

เฟือยแขม
ซับซ้อน
กอย่า รย้าแฮ
วิ่งเต้นเผ่นโผนฯ

(๕๐) ๏ นกกกรุมกลุ้มเกลื่อนท้อง
คุ่มคุ่มสุ่มสับปลา
ขยอกขยอกกลอกเหนียงพา
ศีรษะกระกรุมโล้ง

ทุ่งนา
ปากโง้ง
เพื่อนเที่ยว เกรียวแฮ
เล่ล้านบ้านเราฯ
(๕๑) ๏ นกกทุงฝูงใหญ่กลุ้ม
ลอยเลื่อนเคลื่อนคลอประคอง
คิดเช่นเล่นลำคลอง
สอนว่ายฝ่ายพี่เฝ้า

กลางหนอง
คู่เคล้า
คลอนุช น้อยเอย
ฝึกน้องคล่องใจฯ

(๕๒) ๏ กาน้ำดำแหวกหว้าย
คาบขยอกขแยงกิน
เด็กโห่โผล่พลุนบิน
ยางกรอกดอกบัวแซ่

วาริน
เก่งแท้
บ่เปียก ปีกแฮ
สนั่นร้องซ้องเสียงฯ

(๕๓) ๏ กาเหยี่ยวเที่ยวว้าว่อน
ร่อนร่ายหมายมัจฉา
ขุนนางอย่างเฉี่ยวกา
โจมจับปรับไหมใช้

เวหา
โฉบได้
กินสัตว์ สูเอย
เช่นข้าด่าตีฯ

(๕๔) ๏ ยางเจ่าเซาจับจ้อง
กินเล่นเป็นภักษา
กระลาการท่านศรัทธา
บนทรัพกลับกลืนกล้ำ

จิกปลา
สุขล้ำ
ถือสัตย์ สวัสดิ์แฮ
กล่าวคล้ายฝ่ายยางฯ

(๕๕) ๏ ออกแควแม่น้ำปาก
แตนด่านบ้านเรือนโรง
ชื่อลานตากฟ้าโถง
เย็นย่ำน้ำค้างฟุ้ง

คลองโยง
เรียดคุ้ง
ทุ่งรอบ  ขอบแฮ
ฟากฟ้าสากลฯ

(๕๖) ๏ ชาวบ้านร้านเรือกตั้ง
แต่ปากว่าตากฟ้า
กว้างขวางทร่างวัดวา
ริมฝั่งพรั่งผักบุ้ง

ตากปลา
เฟื่องฟุ้ง
ไว้ช่อง  คลองแฮ
ยอดแย้มแซมไสวฯ

(๕๗) ๏ รอนรอนอ่อนอกโอ้
เลี้ยวเหลี่ยมพระสุเมรุลง
มืดคลุ้มพุ่มไผ่พง
เสียงพึ่งหึ่งหึ่งหน้า

อัสดง
ลับฟ้า
พี่เปลี่ยว  เดียวเอย
นึกคร้ามหวามถวิลฯ

(๕๘) ๏ ทางเปลี่ยวเลี้ยวล่องคุ้ง
ย่อมย่านบ้านกระจันจรร
เงียบเหงาเปล่าทรวงกระสัน
จรรอื่นชื่นแต่หน้า

เขตคัน
กจ่างฟ้า
โศกสอื้น  อกเอย
ใช่เนื้อเจือจรรฯ

(๕๙) ๏ ลำภูดูหิ่งห้อย
เหมือนเม็ดเพชรรัตน์ราย
วับวับจับเนตรสาย
วับเช่นเห็นหิ่งห้อย

พรอยพราย
รอบก้อย
สวาดิสบ  เนตรเอย
หับหม้านนานเห็นฯ

(๖๐) ๏ ถึงย่านบ้านฝั่งข้าม
หมอเท่าเจ้าเล่ลวง
ใช้เล่นเช่นกับดวง
บ่วงรักดักพี่ต้อง

โขลงหลวง
ล่อคล้อง
เนตรนุช  พี่เอย
ติดให้ใช้แรงฯ

(๖๑) ๏ ล่องทางบางบ้านส
แปรชื่อครือจรรจร
เรือนตั้งฝั่งสาคร
บ้านไร่ใครหนอแกล้ง

ศรีธร
แจ่มแจ้ง
คนเงียบ  เลียบแฮ
กล่าวอ้างอย่างจรรฯ

(๖๒) ๏ ยามดึกครึกครื้นลั่น
ถึงย่านบ้านขโมยมล
จรเข้เร่คำรน
มุ่งเขม่นเห็นขุ้มขุ้ม

ลมฝน
มืดคลุ้ม
ร้องฮุ่ม  ฮูมแฮ
แข่งขู้ฟูลอยฯ

(๖๓) ๏ ราตรีหนีตเข้เค่า
เด็กหนุ่มสุ่มเรือโดย
ฝนปรำพร่ำเปรียะโปรย
ต่างง่าพร้าขวานมุ้ย

บ้านขโมย
ด่วนพุ้ย
ปรายสัต  สนัดแฮ
มุ่งทุ่มกุมภาฯ

(๖๔) ๏ น่ากลัวตัวตเค่ขู้
ฮืดฮาดฟาดฟูฟอง
เคียงคู่สู่สมสอง
ยาวใหญ่ไล่โลดเลื้อย

ฟูขนอง
ฟ่องเฟื้อย
สังวาด  สวาดแฮ
เล่นน้ำปล้ำขนองฯ

(๖๕) ๏ เด็กน้อยคอยขเหม้นมุ่ง
ว่าตเข้ขบกัน
บูรานท่านว่าสัน-
ปีหนึ่งจึ่งงอกต้อง

มองมัน
ปกับท้อง
ดานสัตว์  กำหนัดแฮ
ติดค้างนางเมียฯ

(๖๖) ๏ หนีศึกว่าปะซุ้ม
ได้กับเราแล้วเหลือ
หลบตเข้เค่าจอดเรือ
บกก็เสือเรือซ้ำ

เซิงเสือ
หลากล้ำ
ริมเขต  ขโมยแฮ
สัตเข้เฉโกฯ

(๖๗) ๏ รุ่งเช้าเบาอกสริ้น
ลาย่านบ้านขโมยหมาย
น้ำขึ้นรื่นลมชาย
ทางเปลี่ยวเสียวทรวงซ้ำ

โศรกสบาย
มุ่งข้าม
เฉื่อยส่ง  ตรงเอย
สัตว์น้ำคล่ำขนองฯ

(๖๘) ๏ บางปลาตาบ้านอยู่
สองฮ่องสองเรือนราย
ชาวป่าน่านอนสบาย
มีคู่อูเข้าด้วย

หญิงชาย
ร่ายกล้วย
บ่ครั่น  ตวันเอย
ดั่งนี้ที่สบายฯ

(๖๙) ๏ ซ้ายขวาป่าไผ่ซุ้ม
สองฝั่งรังรำราม
แพงพวยผักบุ้งงาม
บนบกนกกับเนื้อ

เซิงหนาม
รกเรื้อ
งอนทอด  ยอดเอย
หว่างไม้ไผ่สลอนฯ

(๗๐) ๏ บางปสีที่ถ่านตั้ง
เผาไผ่ไม้ซากราย
หนุ่มสาวเหล่าหญิงชาย
ดำทมื่นทื่นหน้า

ตวงซาย
เรียดถ้า
เช่นพูด  อูดเอย
แนบน้องลองโลมฯ

(๗๑) ๏ นาวาคลาเคลื่อนคล้อย
ล่วงย่านบ้านบางรกำ
สาวหนุ่มสุ่มส้อนทำ
ปลาติดปลิดปลดได้

ลอยลำ
รกไม้
แทงพวก  ฉมวกแฮ
ดุกต้องช่อนชโดฯ

(๗๒) ๏ บางยุงคุ้งลาดล้วน
ลงปลักทลักทลาย
ดำผุดฟูดฟาดหงาย
ลูกเล็กเด็กเลี้ยงปล้ำ

เหล่าควาย
เล่นน้ำ
แหงนเบิ่ง  เทิ่งแฮ
ปล่อยห้อยอควายฯ

(๗๓) ๏ เขาควายรายร่องนิ้ว
ว่าพญาพาลีทยาน
ศีรษะกระบือกระบาน
นึกเช่นเป็นรอยนิ้ว

นิทาน  นานเอย
ยุดพลิ้ว
บั่งบั่ง  ยังแฮ
เหนี่ยวเน้นเห็นรอยฯ

(๗๔) ๏ บ้านไซไซใหญ่ย้อย
คิดเช่นเล่นต้นไซ
ผูกกิ่งชิงช้าไกว
เคยขี่พี่กับน้อง

สร้อยไสว
แซ่ซ้อง
แกว่งชัก  เชือดเอย
แนบเนื้อเจือใจฯ

(๗๕) ๏ เลยทางบางบ้านแห่ง
เดิมว่าเตาเผาปูน
อาภัพลับชื่อสูร
อกพี่นี้และได้

หินมูล
ป่นไว้
เสียเปล่า  เราเอย
ดุจอ้างอย่างปูนฯ

(๗๖) ๏ ถึงคลองร้องเรียกบ้าน
ลำฦกนึกถึงดวง
เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวทรวง
อุ้มรักหนักอกถ้า

บางหลวง
ดอกฟ้า
แสนเทวษ  ทุเรศเอย
เทียบเถ้าเขาหลวงฯ

(๗๗) ๏ บางน้อยพลอยนึกน้อย
น้อยแนบแอบอกเคย
เนื้อน้อยค่อยสนอมเชย
น้อยแต่ชื่อหฤาเจ้า

น้องเอย
คู่เคล้า
เชือนชื่น  อื่นแม่
จิตรน้อยลอยลมฯ

(๗๘) ๏ บางหวายท้ายคุ้งช่อง
แดนนครไชยศรี
เข้าแดนสุพรรณบุรี
ทุ่งท่าป่ายุงริ้น

คลองมี
สุดสริ้น
รื้อเปลี่ยว  เดียวเอย
รกเรื้อเบื่อชมฯ

(๗๙) ๏ ชุมนักผักตบซ้อน
บอนสุพรรณหั่นแกง
บอนบางกอกดอกแสลง
บอนปากยากจะแก้

บอนแซง
อร่อยแท้
เหลือแหล่  แม่เอย
ไม่สริ้นลิ้นบอนฯ

(๘๐) ๏ บางสามศาลเจ้าทร่าง
อารักศักดิ์สิทธิ์วัง
สุขีที่ข้าหวัง
กำจัดศัตรูแม้น

ปางหลัง
แว่นแคว้น
วานช่วย  ด้วยแฮ
มุ่งร้ายตายเองฯ

(๘๑) ๏ ถึงบ้านด่านดักตั้ง
สองพี่น้องคลองแคว
ตลิ่งตลิบโตล่งแล
สริ้นไผ่ในแขวงถุ้ง

ฝั่งกระแส
ค่ามคุ้ง
ตานสลับ  สล้างเอย
ถิ่นอ้อกอแขมฯ

(๘๒) ๏ ปลาชุมกลุ้มเกลื่อนท้อง
ลอยเล่นเห็นคนถลา
สลิดสลาดสลับปลา
กระดี่กระดิกกระเดือกดิ้น

ธารา
หลบสริ้น
ช่อนดุก  พลุกแฮ
กระโดดเหล้นเห็นตัวฯ

(๘๓) ๏ นานาปลาว่ายเคล้า
สีเสียดซิวกระโสงเสือ
เพลี้ยตภากตะเพียนเหลือ
กริมกระตรับนับร้อย

คลอเรือ
ซ่าสร้อย
หลายหลาก  มากเอย
เร่หว้ายรายเรียงฯ

(๘๔) ๏ แก้มช้ำดำที่แก้ม
ดูเคลื่อนเหมือนจนำ
แรกรักปรักปรางประจำ
ช้ำเช่นปลาอย่าต้อง

แต้มดำ
แนะน้อง
จุมพิต  นิดเอย
แต่งแต้มแก้มสมรฯ

(๘๕) ๏ เนื้ออ่อนห่อนซู่เนื้อ
อ่อนแอบแนบอกอิง
นวลจันนั่นนวลจริง
นวลที่พี่กลืนกล้ำ

น้องหญิง
อุ่นล้ำ
แต่ชื่อ  ฦาเอย
กลิ่นเนื้อเหลือนวลฯ

(๘๖) ๏ ปลาใหญ่ไล่เลี้ยวฮุบ
ฮืดฮาดฟาดโผงผาง
ปลาค้าวเหล่าสวายคาง
กโฮ่โผล่ผุดขล้ำ

หวดหาง
พ่นน้ำ
เบือนบิด  เบี้ยวแฮ
เคลื่อนคล้อยลอยแลฯ

(๘๗) ๏ บางซอกอไผ่ล้อม
บ้านบ่มีสีซอ
เรือใกล้ไผ่พุ่มภอ
ไผ่เบียดเอียดออดอ้อย

หลายกอ
สักน้อย
พยุโยก  โชกแฮ
เอื่อยอ้อซออินทร์ฯ

(๘๘) ๏ ทุ่งกว้างทางเปลี่ยวโอ้
สองฝั่งฝ่ายวิหกา
เร่ร่อนว่อนเวหา
นกเถื่อนเหมือนจะร้อง

อาทวา
กู่ก้อง
หาเหยื่อ
เรียกให้คนชมฯ

(๘๙) ๏ ถึงที่สีสนุกนั้น
สนุกแต่ชาวบ้านเคย
พวกพี่ที่จากเชย
สนุกที่ดูสูเจ้า

น้องเอย
ค่ำเช้า
ชวดสนุก  ทุกข์แม่
สนุกเถ้านั้นเองฯ

(๙๐) ๏ ชุมแท้แต่สวะเฟื้อย
ลอยเลื่อนเกลื่อนกลาดกลาง
ซ้อนซับทับถมทาง
เรือขัดตัดฟันค้ำ

เฟือยตวาง
กลบน้ำ
ที่แคบ
ค่อยกว้างทางจรฯ

(๙๑) ๏ แหลมคุ้งทุ่งเถื่อนไม้
ถึงย่านบ้านตเภาทลาย
เดิมที่นี่เป็นชาย
เรือสัดพลัดมาต้อง

ไรราย
ทลุท้อง
ทเลหาด  ลาดแฮ
ติดเข้าตเภาทลายฯ

(๙๒) ๏ แลลิ่วทิวทุ่งต้น
ลิบลิบลมปลิวปลาย
เล่คนคัดปีกฉาย
เรี่ยเรี่ยเตี้ยต่ำแจ

ตานราย
ไปล่แปล้
เฉิบเช่น  เห็นแฮ
พิศให้ใจเพลินฯ

(๙๓) ๏ บางปลาร้าปลาคล่ำน้ำ
คนเหล่าเชาปมงมอง
สุ่มซ่อนช้อนฉะนางปอง
เหม็นเน่าคาวปลาร้า

ลำคลอง
มุ่งข้า
ปิดเรือก  เฝือกแฮ
เรียดคุ้งคลุ้งโขลงฯ

(๙๔) ๏ ริมน้ำทำทีขึ้น
เกล็ดติดตัวตีนตา
คิดคู่สู่เสน่หา
โคลนเช่นเป็นแป้งแต้ม

ขอดปลา
ตมูกแก้ม
หอมชื่น  รรื่นเอย
ติดเนื้อเหลือหอมฯ

(๙๕) ๏ บางสแกแลสล่างงิ้ว
เรียงฝั่งดังฉัตรฉาย
งิ้วไม้ใช่งิ้วสาย
งิ้วพี่ที่แน่งน้อย

ทิวราย
แช่มช้อย
สวาดิเช่น  เห็นเอย
นึกหน้าอาไลยฯ

(๙๖) ๏ ยามยลต้นงิ้วป่า
นึกบาปวาบวับหวาม
คงจะปะงิ้วทราม
งิ้วกับพี่หมีแคล้ว

หนาหนาม
วุ่นแล้ว
สวาดิเมื่อ  ม้วยแฮ
คึ่นงิ้วลิ่วสูงฯ

(๙๗) ๏ ถึงบ้านคันชั่งแท้
เพียงพี่ที่ดำรง
เคยคู่ซู่ซื่อตรง
ยามยากจากพวกพ้อง

เที่ยงตรง
รักน้อง
สัจคิด  สนิทเอย
พี่ให้ใจหายฯ

(๙๘) ๏ เหลียวซ้ายฝ่ายฝั่งเฟื้อย
พงไผ่ไม้รำไร
แลขวาป่าแฝกไฟ
ลิบลิ่วทิวท้องถุ้ง

เฟือยไสว
รอบคุ้ง
ฟอนเรียน  เกรียนแฮ
ถิ่นกว้างวางเวงฯ

(๙๙) ๏ ถึงย่านบ้านกุ่มข้าม
วัดเก่าเศร้าโทรมแรม
ผู้ใดไม่ซ่อมแซม
เพียงพี่ที่อ้างว้าง

ตามแหลม
รกร้าง
สร้างวัด  สวัสดิ์เอย
ทเวทให้ใจหายฯ

(๑๐๐) ๏ ลมตกนกว้าว่อน
โฉบฉาบคาบปลากิน
ค้อนหอยค่อยคุ้ยดิน
ถิบถ่อกรอปีกจ้อง

ร่อนบิน
กู่ก้อง
เดินซ่อง  มองแฮ
จ่อมน้ำปล้ำปลาฯ
(๑๐๑) ๏ ถึงบางนางแม่หม้าย
เปลี่ยวเปล่าเศร้าหมองมัว
คราวใครใคร่ฝากตัว
พร้อมจิตคิดจะได้

ไร้ผัว
หม่นไหม้
ต่อม่าย  หมายเอย
ดับหม้ายกลายมีฯ
(๑๐๒) ๏ ตวันออจรเข้ฟู่
ยาวใหญ่ไล่เรือเรียง
เด็กตวาดผาดแผดเสียง
มันบ่หยุดผุดหว้าย

คู่เคียง
เราะท้าย
แซ่สุ่ม  ขยุมเอย
วู่คว้างขวางเรือฯ
(๑๐๓) ๏ เดชะพระพุทธิเจ้า
เคยชนะพญามาร
รฦกถึงจึ่งบันดาน
จรเค่เหห่างแคล้ว

เข้าฌาน
แม่นแล้ว
ดุจเช่น  เห็นแฮ
คลาดคล้อยถอยหนีฯ
(๑๐๔) ๏ ถึงช่องคลองน้ำชื่อ
เข้าตอกออกดอกตำรา
คิดสบพบถ้ำมหา
นึกจะปลงคงได้

กฤษณา
ว่าไว้
สนุกแน่  แม่เอย
กระดากเจ้าเฝ้าหวงฯ
(๑๐๕) ๏ บางเลนเป็นที่หลุ้ม
แปลงปลักคลักคงคา
ไทเจ๊กเดอใหญ่พา
บุญส่งจงหลีกพ้น

แหล่งปลา
ขุ่นข้น
พวกซ่อน  ช้อนเอย
ทุกถั้วตัวปลาฯ
(๑๐๖) ๏ บางบัวบ้านชื่อพร้อง
นึกเช่นเห็นบัวคำ
เค่าเหนียวเกี่ยวมาทำ
คราวเคราะห์เพราะเกี่ยวข้อง

สนองนำ
คู่พร้อง
แทนเค่า  เจ้าเอย
ขัดค้างขวางเชิงฯ
(๑๐๗) ๏ ลมเรื่อยเฉื่อยชื่นใช้
ถึงย่านบ้านดารา
สองเรือนเพื่อนพูดจา
คิดใคร่ได้ชิดเชื้อ

ใบดลา
รกเรื้อ
เจ่านั่ง  รวังเอย
ช่วยเฝ้าเหย้าเรือนฯ
(๑๐๘) ๏ ใบร่มลมเรื่อยแหล้น
เหล่าหนุ่มชุ่มชื่นพา
อิเหนาเค่ามลกา
ฟังเสนาะเพราะพร้อง

ลีลา
เพื่อนร้อง
กลเม็ด  มากแฮ
พรักพร้อมซ้อมเสียงฯ
(๑๐๙) ๏ ถึงชีปขาวย่านบ้าน
ชีไม่เห็นกาดำ
เชาบ้านย่านนั้นทำ
ซางแต่คำพร่ำพร้อง

โบรำ
ตื่นร้อง
แทงพวก  ฉมวกแฮ
ชื่อนี้ชีปขาวฯ
(๑๑๐) ๏ ขาวอื่นหมื่นสิ่งล้วน
แพรพ่าฟ้าดินดาว
ขาวดูครู่เดียวคราว
ขาวบ่เบื่อเนื้อน้อง

นวลขาว
ดุจพร้อง
หนึ่งเบื่อ  เหลือแฮ
น่วมนิ้วผิวขาวฯ
(๑๑๑) ๏ คุ้งขวางบางบ้านชื่อ
ทางทิศทุกตำบล
อยู่กลางหว่างมณฑล
คนเปลี่ยนเพี้ยนชื่อแย้ง

ชี้หล
บอกแจ้ง
ทางร่วม  รวมแฮ
ย่านนี้ยีหนฯ
(๑๑๒) ๏ บางปลาม้าป่าอ้อ
ไม้ไผ่ใหญ่สลวยลำ
ชาวบ้านย่านนั้นทำ
ปลูกผักฟักแฟงเลื้อย

กอรกำ
สล่างเฟื้อย
ที่ไร่  ไว้แฮ
ลูกห้อยย้อยไสวฯ
(๑๑๓) ๏ ถึงคุ้งโพกระก้ม
โพอยู่บูรานนาน
ชื่นชุ่มพุ่มพิศดาร
ขออย่าให้ไภยแผ้ว

กราบกราน
เนิ่นแล้ว
เดชะ  พระเอย
ผ่องพ้นกลโกงฯ
(๑๑๔) ๏ โคกครามนามที่บ้าน
เขียวชุ่มฉอุ่มงาม
เหมือนสีที่นุชทราม
เห็นแต่ครามนามบ้าน

หิว่านคราม
กิ่งก้าน
สวาดิฮุ่ม  พุ่มเอย
ไสบเจ้าเศร้าสูนฯ
(๑๑๕) ๏ สวนหงส์วงวัดพร้อม
รื่นรอบขอบบริเวณ
เคกเยาเล่ากนเกน
ใช่ที่มีสวนสอ้าน

พระเณร
หว่างบ้าน
ก้องที่  กฎีแฮ
ชื่ออ้างปางหลังฯ
(๑๑๖) ๏ ตลาดแก้วแถวถิ่นตเข้
ตลิ่งตลาดแต่ล้วนหนาม
แก้วอื่นหมื่นแสนทราม
รักแต่แก้วแววฟ้า

ตนขาม
สนับหญ้า
สู้สละ  ปละเอย
จะเฝ้าเคล้าสนอมฯ
(๑๑๗) ๏ ถึงวังตาเพชอ้าง
ไผ่พุ่มซุ้มเซิงรัง
ตาเพชเหตุใดวัง
ฤาว่าตาเพชเชื้อ

ปางหลัง
รกเรื้อ
มีเล่า  เจ้าเอย
ชาติท้าวเจ้าเมืองฯ
(๑๑๘) ๏ สวนขิงตลิ่งแต่ล้วน
พริกเทศเม็ดอร่ามเหลือ
กล้วยปลูกสุกห่ามเครือ
คิดคู่อยู่สวนได้

สวนมเขือ
เรื่อไหร้
ครบซ่ม  มยมเอย
แต่งต้มซ่มตำฯ
(๑๑๙) ๏ บ้านยอดยอดไม้สะพรั่ง
ยอดยื่นชื่อช่อผกา
ยอดอื่นหมื่นแสนดา
ยอดรักจักหาบ้าง

ฝั่งชลา
กิ่งคว้าง
ดาษทอด  ยอดแฮ
บ่ได้ใจหายฯ
(๑๒๐) ๏ ลุดลชนบทบ้าน
โรงเจ๊กตั้งริมตีน
นั่งนับทรัพย์สิ่งสิน
เมียช่างสางสลวยล้ำ

ขนมจีน
ท่าน้ำ
สยายเพ่า  เล่าแฮ
สลับผู้หูหนางฯ
(๑๒๑) ๏ โพคอยโพขึ้นอยู่
ปากช่องคลองชลาเฉลียง
บ้านตั้งฝั่งน้ำเรียง
แลรอบขอบแหลมคุ้ง

คู่เคียง
ลัดถุ้ง
รายอยู่  หมู่แฮ
เขตบ้านตาลรายฯ
(๑๒๒) ๏ ถึงหน้าท่าน้ำวัด
ฦาเลื่องเบื้องบูราน
หวานอื่นคลื่นไส้นาน
หวานแต่น้ำคำน้อง

มนาวหวาน
ร่ำพร้อง
นักเบื่อ  เหลือแม่
เสนาะน้ำคำหวานฯ
(๑๒๓) ๏ ทับขี้เหล็กเด็กว่าต้ม
ครั้นแต่งแกงต้มเกลือ
พริกขิงสิ่งใส่เจือ
ขมขื่นคลื่นไส้นั้น

ขมเหลือ
กลบคั้น
จิบอร่อย  น้อยฤา
แต่น้ำคำขมฯ
(๑๒๔) ๏ วัดฝางอ้างชื่อไว้
ฝางย่อมย้อมแพรยาง
แดงสุกถูกแดดหมาง
อกพี่ที่แค้นขั้ง

ใช่ฝาง
ยิ่งขรั้ง
หมองคร่ำ  ดำแฮ
ขู่คร้ำน้ำฝางฯ
(๑๒๕) ๏ ท่าระหัดพัดน้ำท่วม
หันกลับขับคงคา
ใคร่จ้างช่างรหัดหา
อกพี่ที่ร้อนให้

ท้องนา
คึ่นได้
ห่อนพบ  หลบเอย
รหัดน้ำพร่ำพรมฯ
(๑๒๖) ๏ ถึงบางนางสุกน้อง
สุขพี่ที่ร่วมเรือน
ยามสุขทุกปีเดือน
ยามทุกสุขกาหล้อน

นามเหมือน
เพื่อนร้อน
ได้อยู่  คู่เอย
หล่นเหน้าเปล่าดายฯ
(๑๒๗) ๏ ถึงย่านยายท้าวที่
ฦาข่าวเจ้าสิงทรง
คิดใคร่ไถ่ถามองค์
แม่ม่ายหมายเคียงขู้

ผีลง
สอดรู้
อารักษ์  ประจักษ์เอย
คบเผื้อนเชือนไฉนฯ
(๑๒๘) ๏ ท่าโขลงโขลงช้างค่าม
พลอยถูกผูกกูบโยง
ลืมเถื่อนเพื่อนร่วมโรง
พี่เที่ยวเดียวโดดคล้าย

ตามโขลง
แย่ท้าย
รักยศ  หมดแฮ
คชร้างห่างโขลงฯ
(๑๒๙) ๏ บ้านตั้งฝั่งน้ำที่
ลาวอยู่รู้เสียงสนอง
ปลูกผักหักฟืนตอง
หูเจาะเหมาะแต่หน้า

กฎีทอง
เหน่อช้า
ตามเถื่อน  เพื่อนแฮ
แน่งน้อยกลอยใจฯ
(๑๓๐) ๏ โคกม่อก่ออิฐตั้ง
เผาม่อก่อไฟเริง
ม่อมีที่พะเพิง
อกพี่ที่ร้อนเถ้า