| |
|
(๑) ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า
จรูญจรัดรัศมีพราว
ยามดึกนึกหนาวหนาว
เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย
|
ดาดาว
พร่างพร้อย
เขนยแนบ แอบเอย
เยือกฟ้าพาหนาวฯ
|
(๒) ๏ มหานากฉวากวุ้ง
ชุ่มชื่นรื่นรุกขีสอง
คุกคิดมิศหมายครอง
กล้าตกรกเรื้อซ้ำ
|
คุ้งคลอง
ฝั่งน้ำ
สัจสวาดิ ขาดเอย
โศกทั้งหมางสมรฯ
|
(๓) ๏ ขอฝากซากสวาดิสร้อย
ไว้ที่ท่าสาคร
ศาลาน่าวัดภร
ใครที่พี่เป็นผี้
|
สุรธร
เขตนี้
พี่ฝาก มากเอย
พี่ให้อไภยเจริญฯ
|
(๔) ๏ จำร้างห่างน้องนึก
สองฝ่ายชายหญิงยวน
หวังชายฝ่ายหญิงชวน
กลเช่นเล่นซักเสร้า
|
น่าสวน
ยั่วเย้า
ชื่นเช่น เหนเอย
เสพเผื้อนเฟือนเกษม ฯ
|
(๕) ๏ เลี้ยวลัดวัดษเกษก้ม
กุฏศพนบมานดา
เดชะพระกุศลภา
เสวยศุกทุกค่ำเช้า
|
คมลา
เกิดเกล้า
พ้นโลก โอกฆเอย
ช่องชั้นสวรรยางคฯ
|
(๖) ๏ เชิงเลนเปนตลาดสล้าง
โอ่งอ่างบ้างอิดเกลือ
หลีกล่องช่องเล็กเหลือ
ออกแม่น้ำย่ำถุ้ม
|
หลักเรือ
เกลื่อนกลุ้ม
ลำบาก ยากแฮ
ถี่ฆ้องสองยามฯ
|
(๗) ๏ แซ่เสียงเวียงราชก้อง
หง่งหงั่งระฆังขาน
สังแตรแซ่เสียงประสาร
ยามดึกครึกครื้นก้อง
|
กังสดาน
แข่งฆ้อง
สังขีด ดีดเอย
ปี่แก้วแจ้วเสียงฯ
|
(๘) ๏ วัดเลียบเงียบสงัดหน้า
ขุกคิดเคยพญายาม
รวยรินกลิ่นสไบทราม
สูรกลิ่นสริ้นกลอนพร้อง
|
อาราม
แย่งน้อง
สวาดร่วง ทรวงเอย
เพราะเจ้าเบาใจฯ
|
(๙) ๏ เจริญบุญสุรธรไว้
สืบสวัสสัฐาภร
เชิญทราบกาพกลกลอน
จำขาดชาตินี้แล้ว
|
ให้สมร
ผ่องแผ้ว
กล่าวกลิ่น ถวินเอย
คลาดน้องของสงวนฯ
|
(๑๐) ๏ วัดแจ้งแต่งตึกตั้ง
เคยปกนกน้อยคอน
เคยลอบตอบสารสมร
จำจากพรากนุชน้อง
|
เตียงนอน
คู่พร้อง
สมานสมัคร รักเอย
นกน้อยลอยลมฯ
|
(๑๑) ๏ สาวแก่แม่ม่ายแม้น
ขอเดชะพระวรุณ
ยามดึกนึกส่งบุญ
วัดช่วยอวยสวัสดิขู้
|
มีคุณ
ราชรู้
แบ่งฝาก มากเอย
คิดพร้องสนองเพลงฯ
|
(๑๒) ๏ ยนฉนวนหวนนึกน้ำ
พระธินั่งบันลังทอง
ชำระพระนิพนสนอง
สริ้นแผ่นดินปกเกล้า
|
เนตรนอง
ที่เฝ้า
เสด็จสนิด ชิดเอย
กลับร้างห่างฉนวนฯ
|
(๑๓) ๏ แบ่งบุญสุรธรเชื้อ
สืบซ่างทางพุทพง
ถวายพระหริรักทรง
ลุโลกโมฆเมืองแก้ว
|
ชิณวง
ผ่องแผ้ว
สารภิเศศ เสวตรเอย
กิจร้ายหายสูรฯ
|
(๑๔) ๏ อีกองมงกุฎิเกล้า
สืบกษัตรขัติยบำรุง
ถวายพระอนิสงพดุง
สิ่งโศกโรคเรื่องแค้น
|
เขากรุง
รอบแคว้น
พเดชเฟื่อง กเดื่องเอย
ขจัดผ้ายวายเขนฯ
|
(๑๕) ๏ ท่าช้างหว่างค่ายล้อม
ครั้งพระโกฎโปรฐประทาน
เคยอยู่คู่สำราน
เหนแต่ที่หมีได้
|
แหล่งสถาน
ที่ให้
ร่วมเย่า เจ้าเอย
ภบน้องครองสงวนฯ
|
(๑๖) ๏ วังหลังครั้งหนุ่มเหน้า
เคยอยู่ชูชื่นเชย
ยามนี้ที่เคยเลย
ต่างชื่นอื่นแอบเคล้า
|
เจ้าเอย
ค่ำเช้า
ลืมภัก พี่แฮ
คลาศแคล้วแล้วหนอฯ
|
(๑๗) ๏ คิดคำลำฦกไว้
เคยรักเคยร่วมเรือน
อย่าเคืองเรื่องเราเยือน
ใครที่มีชู้ชู้
|
ใคร่เตือน
ร่วมรู้
ยามแก่ แม่เอย
ช่วยช้ำคำโคลงฯ
|
(๑๘) ๏ เลี้ยวทางบางกอกน้อย
บ้านเก่าเย่าเรือนแพ
เงียบเหงาเปล่าอกแด
ลำฦกนึกรักร้อง
|
ลอยแล
พวกพ้อง
ดูแปลก แรกเอย
เรียกน้องในใจฯ
|
(นาคบริพันธ์)
(๑๙) ๏ สาวเอยเคยอ่อนหนุ้ม
ออมสนิทชิดกลิ่นหอม
ไกลห่างว่างอกตรอม
เลยอื่นขึ้นครองไว้
|
อุ้มสนอม
กล่อมให้
ออมตรึก รฦกเอย
ใคร่หว้าหน้าสวนฯ
|
(๒๐) ๏ ยนย่านบ้านบุตั้ง
ขุกคิดเคยชมจรร
ยามยากหากปันกัน
มีคู่ชูชื่นหน้า
|
ตีขัน
แจ่มฟ้า
กินซีก ฉลีกแฮ
นุชปลื้มลืมเดิมฯ
|
(๒๑) ๏ เสียดายสายสวาดโอ้
รักพี่มีโทษกร
จำจากพรากพลัดสมร
เสียนุชดุจทรวงต้อง
|
อาวร
กับน้อง
เสมอชีพ เรียมเอย
แตกฟ้าผ่าสลายฯ
|
(นาคบริพันธ์)
(๒๒) ๏ เคราะกำจำห่างน้อง
หวนนึกดึกเคยวอน
คิดไว้ไม่ห่างจร
หากจิตรมิศหลายหน้า
|
ห้องนอน
ค่อนหว้า
ห่อนจาก
ล่าน้องหมองหมางฯ
|
(๒๓) ๏ เดือนตกนกร้องเร่ง
เยี่ยมยอดยุคุนททรง
เดือนดับลับโลกคง
จันพี่นี้ลับหน้า
|
สุริยง
ส่องฟ้า
คืนขึ้น อีกเอย
นับสริ้นดินสวรรฯ
|
(๒๔) ๏ วัดปขาวคราวรุ่นรู้
ทำสุรทสอนเสมียน
เดินรวางรวังเวียน
เคยชื่นกลืนกลิ่นสร้อย
|
เรียนเขียน
สมุทน้อย
หว่างวัด ปขาวเอย
สวาดิห้างกลางสวนฯ
|
(๒๕) ๏ เห็นเรือนเพื่อนรักร้าง
โอ้อกอาดูรโดย
ดูสวรป่วนจิตรโหย
แลลับกลับชาติม้วย
|
แรมโรย
ทเวดด้วย
หาดอก สร้อยเอย
ไม่ได้ใกล้กลายฯ
|
(๒๖) ๏ บางบำรุบำรุงแก้ว
แก้วเนตรเชษฐาชรา
ถือบวดตรวจน้ำภา
ชาตินี้พี่แคล้ว
|
กานดา
ร่างแล้ว
ภพชาติ อื่นเอย
คลาศค้างห่างสมรฯ
|
(๒๗) ๏ บางรมาดมิ่งมิดครั้ง
บอกบทบุญยังพยาน
ประทุนประดิศถาน
แหวนประดับกับผ้า
|
คราวงาน
พยักหน้า
แทนฮ่อง หอเอย
พี่อ้างรางวันฯ
|
(๒๘) ๏ สงสารสายเนตรน้อง
ลเนตรพี่เพียงฝอยฝน
จวนรุ่งร่ำสอื้นจน
คราวเคราะเพราะน้องต้อง
|
นองชล
เฟ่าน้อง
จำจาก แจ่มเอย
พยุกล้าสลาตันฯ
|
(๒๙) ๏ สวรหลวงแลสล่างล้วน
เคยเสด็จวังหลังมา
ข้าหลวงเล่นปิดตา
เห็นแต่พลับกับสร้อย
|
พฤกษา
เมื่อน้อย
ต้องอยู่ โยงเอย
ซ่อนซุ้มคลุมโปงฯ
|
(๓๐) ๏ วัดพิกุนกรุ่นกลิ่นเกลี้ยง
แรกรุ่นรวยมาไล
เรียนร้อยค่อยสอดไหม
ร้อยคล่องต้องนั่งเน้น
|
กลอยใจ
ไส่เหล้น
เหมือนแน่ และเอย
นวดฟั้นท่านครูฯ
|
(๓๑) ๏ บางขวางข้างเขตแคว้น
สองฟากหมากมพร้าวผล
หอมรื่นชื่นเช่นปน
เคลิ้มจิตคิดว่าใกล้
|
แขวงนน
พรรไม้
แป้งประ ปรางเอย
กลิ่นเนื้อเจือจรรฯ
|
(๓๒) ๏ เชิงสวรล้วนรักน้ำ
ลูกดกรกเรื้อไบ
รักร้ายฝ่ายตนไกล
เดจลูกถูกยางนิ้ว
|
คล้ำไคล
บิดพลิ้ว
กลัวรัก นักเอย
หนิดเนื้อเหลือดันฯ
|
(๓๓) ๏ บางกรวยตรวดน้ำแบ่ง
ส่งนิ่มนุชนิพพาน
จำจากพรากพลัดสถาน
เห็นแต่คลองน้องแคล้ว
|
บุญทาน
ผ่องแผ้ว
ทิ้งพี่ หนีเอย
คลาศเลื่อนเดือนปีฯ
|
(๓๔) ๏ บางศรีทองคลองบ้านเก่า
สีเพชผัวสีทอง
เลื่องฦาชื่อเสียงสนอง
คลองคดลดเลี้ยวชี้
|
เจ้าคลอง
ถิ่นนี้
สำเหนียก นามเอย
เช่นไสร้ไสทองฯ
|
(๓๕) ๏ ล่วงทางบางบ้านเรียด
สองฝั่งพรั่งพฤกษา
ไม้ปลูกลูกดอกดา
ทรงกลิ่นรินรื่นข้าง
|
ริมชลา
สลับสล้าง
ดกดาษ กลาดเอย
ขอบคุ้งฟุ้งขจรฯ
|
(๓๖) ๏ รอกแตแลลอดเลี้ยว
นกหกจกจิกโจน
ยางเจ่าเหล่ายางโทน
โฉบฉาบคาบปลาได้
|
โลดโผน
จับไม้
ท่องเที่ยว เหยี่ยวเอย
ด่วนขึ้นกลืนกินฯ
|
(๓๗) ๏ บางกร่างข้างคุ้งค่าม
บางขนุนขุนกอง
ของสวนส่วนเจ้าของ
สาวแก่แม่ม่ายบ้าง
|
เขตคลอง
ก่อสร้าง
ขายน่า ท่าเอย
บกน้ำลำเรือฯ
|
(๓๘) ๏ โรงหิบหนิบอ้อยออด
สองข้างรางรองเรียง
อ้อยไส่ไล่ควายเคียง
อกพี่นี้ชอกช้ำ
|
แอดเสียง
รับน้ำ
คู่วิ่ง เวียรเอย
เช่นอ้อยย่อยรยำฯ
|
(๓๙) ๏ หีบหันนั้นและเหล้
ขู่ข่มเหงหักหาร
เข้าพวกคิดอ่านพาล
กลหีบหนิบนิดเน้น
|
กระลาการ
ห่อนเว้น
เอาผิด พ่อเอย
นึกช้ำน้ำใจฯ
|
(๔๐) ๏ บางคูเวียงเสียงสงัดล้วน
เวียงชื่อศรีท้าวไท
เวียงราชคลาดแคล้วไกล
ยามยากจากเมืองทั้ง
|
สวนไสว
ท่านตั้ง
กลับรฦก นึกเอย
ถิ่นปลื้มลืมกเษมฯ
|
(๔๑) ๏ บางม่วงทรวงเศร้าคิด
ม่วงเกบมม่วงสวน
ม่วงอื่นรื่นรันจวน
ม่วงหม่อมหอมห่วนหน้า
|
เคยชวน
ศุกรย้า
จิตไม่ ใคร่แฮ
เสน่เนื้อเจือจรรฯ
|
(๔๒) ๏ จันต้นผลห่ามให้
แมลงภู่วู่เวียนตอม
เพียงพี่ที่สุดถนอม
พร้องชื่อรื้อเสียวเศร้า
|
หวนหอม
ไต่เคล้า
เสน่ห์แจ่ม จรรเอย
โศกร้างห่างจรรฯ
|
(๔๓) ๏ ล่วงทางบางใหญ่บ้าน
เลี้ยวล่องคลองเล็กลอย
สองฝั่งพรั่งพฤกษพลอย
แลเหล่าชาวสวนหน้า
|
ด่านคอย
เลื่อนช้า
เพลินชื่น ชมเอย
เสน่ห์น้องคลองสนอมฯ
|
(๔๔) ๏ คลองคดลดเลี้ยวล้วน
เกะกะรเรือรอ
คดคลองช่องแคบพอ
คนคดลดเลี้ยวล้ำ
|
หลักตอ
ร่องน้ำ
พายถ่อ พ่อเอย
กว่าน้ำลำคลองฯ
|
(๔๕) ๏ ล่วงย่านบ้านวัดร้าง
ตกทุ่งถึงคลองโยง
วัดใหม่ธงทองโถง
ควายลากฝากเชือกไขว้
|
เรือนโรง
หย่อมไม้
ที่ติด ตื้นแฮ
เคลื่อนคล้อยลอยเลนฯ
|
(๔๖) ๏ คนขี่ตีต้อนเร่ง
ถอนถีบกีบกอมตกาย
เหนื่อยนักชักเชือกหงาย
คนหวดปวดป่วนโอ้
|
รันควาย
โก่งโก้
แหงนเบิ่ง เบือนแฮ
สอึกเต้นเผ่นโผนฯ
|
(๔๗) ๏ ทุกข์ใดในโลกล้น
ไม่เท่าควายลากเรือ
หอบฮักจักขุเจือ
มนุษย์ดุจติดค้าง
|
ล้ำเหลือ
รับจ้าง
เจิ่งชุ่ม ชลเอย
เฆี่ยนเร้าเอาเงินฯ
|
(๔๘) ๏ สังเวชเหตุด้วยทรัพย์
พาสัตว์วัตนสงสาร
ตรวดน้ำร่ำศีลทาน
จงสุขทุกค่ำเช้า
|
ศฤงคาร
โศกเศร้า
ทั่วสัตว์ สวัสดิ์เอย
ชาติพ้นชนมานฯ
|
(๔๙) ๏ ข้างคลองสองฝั่งเฟื้อย
คาแฝกแซกเซียดแซม
ในพุ่มกุ่มกกแกม
นกหกวกเวียนหว้อน
|
เฟือยแขม
ซับซ้อน
กอย่า รย้าแฮ
วิ่งเต้นเผ่นโผนฯ
|
(๕๐) ๏ นกกกรุมกลุ้มเกลื่อนท้อง
คุ่มคุ่มสุ่มสับปลา
ขยอกขยอกกลอกเหนียงพา
ศีรษะกระกรุมโล้ง
|
ทุ่งนา
ปากโง้ง
เพื่อนเที่ยว เกรียวแฮ
เล่ล้านบ้านเราฯ
|
(๕๑) ๏ นกกทุงฝูงใหญ่กลุ้ม
ลอยเลื่อนเคลื่อนคลอประคอง
คิดเช่นเล่นลำคลอง
สอนว่ายฝ่ายพี่เฝ้า
|
กลางหนอง
คู่เคล้า
คลอนุช น้อยเอย
ฝึกน้องคล่องใจฯ
|
(๕๒) ๏ กาน้ำดำแหวกหว้าย
คาบขยอกขแยงกิน
เด็กโห่โผล่พลุนบิน
ยางกรอกดอกบัวแซ่
|
วาริน
เก่งแท้
บ่เปียก ปีกแฮ
สนั่นร้องซ้องเสียงฯ
|
(๕๓) ๏ กาเหยี่ยวเที่ยวว้าว่อน
ร่อนร่ายหมายมัจฉา
ขุนนางอย่างเฉี่ยวกา
โจมจับปรับไหมใช้
|
เวหา
โฉบได้
กินสัตว์ สูเอย
เช่นข้าด่าตีฯ
|
(๕๔) ๏ ยางเจ่าเซาจับจ้อง
กินเล่นเป็นภักษา
กระลาการท่านศรัทธา
บนทรัพกลับกลืนกล้ำ
|
จิกปลา
สุขล้ำ
ถือสัตย์ สวัสดิ์แฮ
กล่าวคล้ายฝ่ายยางฯ
|
(๕๕) ๏ ออกแควแม่น้ำปาก
แตนด่านบ้านเรือนโรง
ชื่อลานตากฟ้าโถง
เย็นย่ำน้ำค้างฟุ้ง
|
คลองโยง
เรียดคุ้ง
ทุ่งรอบ ขอบแฮ
ฟากฟ้าสากลฯ
|
(๕๖) ๏ ชาวบ้านร้านเรือกตั้ง
แต่ปากว่าตากฟ้า
กว้างขวางทร่างวัดวา
ริมฝั่งพรั่งผักบุ้ง
|
ตากปลา
เฟื่องฟุ้ง
ไว้ช่อง คลองแฮ
ยอดแย้มแซมไสวฯ
|
(๕๗) ๏ รอนรอนอ่อนอกโอ้
เลี้ยวเหลี่ยมพระสุเมรุลง
มืดคลุ้มพุ่มไผ่พง
เสียงพึ่งหึ่งหึ่งหน้า
|
อัสดง
ลับฟ้า
พี่เปลี่ยว เดียวเอย
นึกคร้ามหวามถวิลฯ
|
(๕๘) ๏ ทางเปลี่ยวเลี้ยวล่องคุ้ง
ย่อมย่านบ้านกระจันจรร
เงียบเหงาเปล่าทรวงกระสัน
จรรอื่นชื่นแต่หน้า
|
เขตคัน
กจ่างฟ้า
โศกสอื้น อกเอย
ใช่เนื้อเจือจรรฯ
|
(๕๙) ๏ ลำภูดูหิ่งห้อย
เหมือนเม็ดเพชรรัตน์ราย
วับวับจับเนตรสาย
วับเช่นเห็นหิ่งห้อย
|
พรอยพราย
รอบก้อย
สวาดิสบ เนตรเอย
หับหม้านนานเห็นฯ
|
(๖๐) ๏ ถึงย่านบ้านฝั่งข้าม
หมอเท่าเจ้าเล่ลวง
ใช้เล่นเช่นกับดวง
บ่วงรักดักพี่ต้อง
|
โขลงหลวง
ล่อคล้อง
เนตรนุช พี่เอย
ติดให้ใช้แรงฯ
|
(๖๑) ๏ ล่องทางบางบ้านส
แปรชื่อครือจรรจร
เรือนตั้งฝั่งสาคร
บ้านไร่ใครหนอแกล้ง
|
ศรีธร
แจ่มแจ้ง
คนเงียบ เลียบแฮ
กล่าวอ้างอย่างจรรฯ
|
(๖๒) ๏ ยามดึกครึกครื้นลั่น
ถึงย่านบ้านขโมยมล
จรเข้เร่คำรน
มุ่งเขม่นเห็นขุ้มขุ้ม
|
ลมฝน
มืดคลุ้ม
ร้องฮุ่ม ฮูมแฮ
แข่งขู้ฟูลอยฯ
|
(๖๓) ๏ ราตรีหนีตเข้เค่า
เด็กหนุ่มสุ่มเรือโดย
ฝนปรำพร่ำเปรียะโปรย
ต่างง่าพร้าขวานมุ้ย
|
บ้านขโมย
ด่วนพุ้ย
ปรายสัต สนัดแฮ
มุ่งทุ่มกุมภาฯ
|
(๖๔) ๏ น่ากลัวตัวตเค่ขู้
ฮืดฮาดฟาดฟูฟอง
เคียงคู่สู่สมสอง
ยาวใหญ่ไล่โลดเลื้อย
|
ฟูขนอง
ฟ่องเฟื้อย
สังวาด สวาดแฮ
เล่นน้ำปล้ำขนองฯ
|
(๖๕) ๏ เด็กน้อยคอยขเหม้นมุ่ง
ว่าตเข้ขบกัน
บูรานท่านว่าสัน-
ปีหนึ่งจึ่งงอกต้อง
|
มองมัน
ปกับท้อง
ดานสัตว์ กำหนัดแฮ
ติดค้างนางเมียฯ
|
(๖๖) ๏ หนีศึกว่าปะซุ้ม
ได้กับเราแล้วเหลือ
หลบตเข้เค่าจอดเรือ
บกก็เสือเรือซ้ำ
|
เซิงเสือ
หลากล้ำ
ริมเขต ขโมยแฮ
สัตเข้เฉโกฯ
|
(๖๗) ๏ รุ่งเช้าเบาอกสริ้น
ลาย่านบ้านขโมยหมาย
น้ำขึ้นรื่นลมชาย
ทางเปลี่ยวเสียวทรวงซ้ำ
|
โศรกสบาย
มุ่งข้าม
เฉื่อยส่ง ตรงเอย
สัตว์น้ำคล่ำขนองฯ
|
(๖๘) ๏ บางปลาตาบ้านอยู่
สองฮ่องสองเรือนราย
ชาวป่าน่านอนสบาย
มีคู่อูเข้าด้วย
|
หญิงชาย
ร่ายกล้วย
บ่ครั่น ตวันเอย
ดั่งนี้ที่สบายฯ
|
(๖๙) ๏ ซ้ายขวาป่าไผ่ซุ้ม
สองฝั่งรังรำราม
แพงพวยผักบุ้งงาม
บนบกนกกับเนื้อ
|
เซิงหนาม
รกเรื้อ
งอนทอด ยอดเอย
หว่างไม้ไผ่สลอนฯ
|
(๗๐) ๏ บางปสีที่ถ่านตั้ง
เผาไผ่ไม้ซากราย
หนุ่มสาวเหล่าหญิงชาย
ดำทมื่นทื่นหน้า
|
ตวงซาย
เรียดถ้า
เช่นพูด อูดเอย
แนบน้องลองโลมฯ
|
(๗๑) ๏ นาวาคลาเคลื่อนคล้อย
ล่วงย่านบ้านบางรกำ
สาวหนุ่มสุ่มส้อนทำ
ปลาติดปลิดปลดได้
|
ลอยลำ
รกไม้
แทงพวก ฉมวกแฮ
ดุกต้องช่อนชโดฯ
|
(๗๒) ๏ บางยุงคุ้งลาดล้วน
ลงปลักทลักทลาย
ดำผุดฟูดฟาดหงาย
ลูกเล็กเด็กเลี้ยงปล้ำ
|
เหล่าควาย
เล่นน้ำ
แหงนเบิ่ง เทิ่งแฮ
ปล่อยห้อยอควายฯ
|
(๗๓) ๏ เขาควายรายร่องนิ้ว
ว่าพญาพาลีทยาน
ศีรษะกระบือกระบาน
นึกเช่นเป็นรอยนิ้ว
|
นิทาน นานเอย
ยุดพลิ้ว
บั่งบั่ง ยังแฮ
เหนี่ยวเน้นเห็นรอยฯ
|
(๗๔) ๏ บ้านไซไซใหญ่ย้อย
คิดเช่นเล่นต้นไซ
ผูกกิ่งชิงช้าไกว
เคยขี่พี่กับน้อง
|
สร้อยไสว
แซ่ซ้อง
แกว่งชัก เชือดเอย
แนบเนื้อเจือใจฯ
|
(๗๕) ๏ เลยทางบางบ้านแห่ง
เดิมว่าเตาเผาปูน
อาภัพลับชื่อสูร
อกพี่นี้และได้
|
หินมูล
ป่นไว้
เสียเปล่า เราเอย
ดุจอ้างอย่างปูนฯ
|
(๗๖) ๏ ถึงคลองร้องเรียกบ้าน
ลำฦกนึกถึงดวง
เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวทรวง
อุ้มรักหนักอกถ้า
|
บางหลวง
ดอกฟ้า
แสนเทวษ ทุเรศเอย
เทียบเถ้าเขาหลวงฯ
|
(๗๗) ๏ บางน้อยพลอยนึกน้อย
น้อยแนบแอบอกเคย
เนื้อน้อยค่อยสนอมเชย
น้อยแต่ชื่อหฤาเจ้า
|
น้องเอย
คู่เคล้า
เชือนชื่น อื่นแม่
จิตรน้อยลอยลมฯ
|
(๗๘) ๏ บางหวายท้ายคุ้งช่อง
แดนนครไชยศรี
เข้าแดนสุพรรณบุรี
ทุ่งท่าป่ายุงริ้น
|
คลองมี
สุดสริ้น
รื้อเปลี่ยว เดียวเอย
รกเรื้อเบื่อชมฯ
|
(๗๙) ๏ ชุมนักผักตบซ้อน
บอนสุพรรณหั่นแกง
บอนบางกอกดอกแสลง
บอนปากยากจะแก้
|
บอนแซง
อร่อยแท้
เหลือแหล่ แม่เอย
ไม่สริ้นลิ้นบอนฯ
|
(๘๐) ๏ บางสามศาลเจ้าทร่าง
อารักศักดิ์สิทธิ์วัง
สุขีที่ข้าหวัง
กำจัดศัตรูแม้น
|
ปางหลัง
แว่นแคว้น
วานช่วย ด้วยแฮ
มุ่งร้ายตายเองฯ
|
(๘๑) ๏ ถึงบ้านด่านดักตั้ง
สองพี่น้องคลองแคว
ตลิ่งตลิบโตล่งแล
สริ้นไผ่ในแขวงถุ้ง
|
ฝั่งกระแส
ค่ามคุ้ง
ตานสลับ สล้างเอย
ถิ่นอ้อกอแขมฯ
|
(๘๒) ๏ ปลาชุมกลุ้มเกลื่อนท้อง
ลอยเล่นเห็นคนถลา
สลิดสลาดสลับปลา
กระดี่กระดิกกระเดือกดิ้น
|
ธารา
หลบสริ้น
ช่อนดุก พลุกแฮ
กระโดดเหล้นเห็นตัวฯ
|
(๘๓) ๏ นานาปลาว่ายเคล้า
สีเสียดซิวกระโสงเสือ
เพลี้ยตภากตะเพียนเหลือ
กริมกระตรับนับร้อย
|
คลอเรือ
ซ่าสร้อย
หลายหลาก มากเอย
เร่หว้ายรายเรียงฯ
|
(๘๔) ๏ แก้มช้ำดำที่แก้ม
ดูเคลื่อนเหมือนจนำ
แรกรักปรักปรางประจำ
ช้ำเช่นปลาอย่าต้อง
|
แต้มดำ
แนะน้อง
จุมพิต นิดเอย
แต่งแต้มแก้มสมรฯ
|
(๘๕) ๏ เนื้ออ่อนห่อนซู่เนื้อ
อ่อนแอบแนบอกอิง
นวลจันนั่นนวลจริง
นวลที่พี่กลืนกล้ำ
|
น้องหญิง
อุ่นล้ำ
แต่ชื่อ ฦาเอย
กลิ่นเนื้อเหลือนวลฯ
|
(๘๖) ๏ ปลาใหญ่ไล่เลี้ยวฮุบ
ฮืดฮาดฟาดโผงผาง
ปลาค้าวเหล่าสวายคาง
กโฮ่โผล่ผุดขล้ำ
|
หวดหาง
พ่นน้ำ
เบือนบิด เบี้ยวแฮ
เคลื่อนคล้อยลอยแลฯ
|
(๘๗) ๏ บางซอกอไผ่ล้อม
บ้านบ่มีสีซอ
เรือใกล้ไผ่พุ่มภอ
ไผ่เบียดเอียดออดอ้อย
|
หลายกอ
สักน้อย
พยุโยก โชกแฮ
เอื่อยอ้อซออินทร์ฯ
|
(๘๘) ๏ ทุ่งกว้างทางเปลี่ยวโอ้
สองฝั่งฝ่ายวิหกา
เร่ร่อนว่อนเวหา
นกเถื่อนเหมือนจะร้อง
|
อาทวา
กู่ก้อง
หาเหยื่อ
เรียกให้คนชมฯ
|
(๘๙) ๏ ถึงที่สีสนุกนั้น
สนุกแต่ชาวบ้านเคย
พวกพี่ที่จากเชย
สนุกที่ดูสูเจ้า
|
น้องเอย
ค่ำเช้า
ชวดสนุก ทุกข์แม่
สนุกเถ้านั้นเองฯ
|
(๙๐) ๏ ชุมแท้แต่สวะเฟื้อย
ลอยเลื่อนเกลื่อนกลาดกลาง
ซ้อนซับทับถมทาง
เรือขัดตัดฟันค้ำ
|
เฟือยตวาง
กลบน้ำ
ที่แคบ
ค่อยกว้างทางจรฯ
|
(๙๑) ๏ แหลมคุ้งทุ่งเถื่อนไม้
ถึงย่านบ้านตเภาทลาย
เดิมที่นี่เป็นชาย
เรือสัดพลัดมาต้อง
|
ไรราย
ทลุท้อง
ทเลหาด ลาดแฮ
ติดเข้าตเภาทลายฯ
|
(๙๒) ๏ แลลิ่วทิวทุ่งต้น
ลิบลิบลมปลิวปลาย
เล่คนคัดปีกฉาย
เรี่ยเรี่ยเตี้ยต่ำแจ
|
ตานราย
ไปล่แปล้
เฉิบเช่น เห็นแฮ
พิศให้ใจเพลินฯ
|
(๙๓) ๏ บางปลาร้าปลาคล่ำน้ำ
คนเหล่าเชาปมงมอง
สุ่มซ่อนช้อนฉะนางปอง
เหม็นเน่าคาวปลาร้า
|
ลำคลอง
มุ่งข้า
ปิดเรือก เฝือกแฮ
เรียดคุ้งคลุ้งโขลงฯ
|
(๙๔) ๏ ริมน้ำทำทีขึ้น
เกล็ดติดตัวตีนตา
คิดคู่สู่เสน่หา
โคลนเช่นเป็นแป้งแต้ม
|
ขอดปลา
ตมูกแก้ม
หอมชื่น รรื่นเอย
ติดเนื้อเหลือหอมฯ
|
(๙๕) ๏ บางสแกแลสล่างงิ้ว
เรียงฝั่งดังฉัตรฉาย
งิ้วไม้ใช่งิ้วสาย
งิ้วพี่ที่แน่งน้อย
|
ทิวราย
แช่มช้อย
สวาดิเช่น เห็นเอย
นึกหน้าอาไลยฯ
|
(๙๖) ๏ ยามยลต้นงิ้วป่า
นึกบาปวาบวับหวาม
คงจะปะงิ้วทราม
งิ้วกับพี่หมีแคล้ว
|
หนาหนาม
วุ่นแล้ว
สวาดิเมื่อ ม้วยแฮ
คึ่นงิ้วลิ่วสูงฯ
|
(๙๗) ๏ ถึงบ้านคันชั่งแท้
เพียงพี่ที่ดำรง
เคยคู่ซู่ซื่อตรง
ยามยากจากพวกพ้อง
|
เที่ยงตรง
รักน้อง
สัจคิด สนิทเอย
พี่ให้ใจหายฯ
|
(๙๘) ๏ เหลียวซ้ายฝ่ายฝั่งเฟื้อย
พงไผ่ไม้รำไร
แลขวาป่าแฝกไฟ
ลิบลิ่วทิวท้องถุ้ง
|
เฟือยไสว
รอบคุ้ง
ฟอนเรียน เกรียนแฮ
ถิ่นกว้างวางเวงฯ
|
(๙๙) ๏ ถึงย่านบ้านกุ่มข้าม
วัดเก่าเศร้าโทรมแรม
ผู้ใดไม่ซ่อมแซม
เพียงพี่ที่อ้างว้าง
|
ตามแหลม
รกร้าง
สร้างวัด สวัสดิ์เอย
ทเวทให้ใจหายฯ
|
(๑๐๐) ๏ ลมตกนกว้าว่อน
โฉบฉาบคาบปลากิน
ค้อนหอยค่อยคุ้ยดิน
ถิบถ่อกรอปีกจ้อง
|
ร่อนบิน
กู่ก้อง
เดินซ่อง มองแฮ
จ่อมน้ำปล้ำปลาฯ
|
(๑๐๑) ๏ ถึงบางนางแม่หม้าย
เปลี่ยวเปล่าเศร้าหมองมัว
คราวใครใคร่ฝากตัว
พร้อมจิตคิดจะได้
|
ไร้ผัว
หม่นไหม้
ต่อม่าย หมายเอย
ดับหม้ายกลายมีฯ
|
(๑๐๒) ๏ ตวันออจรเข้ฟู่
ยาวใหญ่ไล่เรือเรียง
เด็กตวาดผาดแผดเสียง
มันบ่หยุดผุดหว้าย
|
คู่เคียง
เราะท้าย
แซ่สุ่ม ขยุมเอย
วู่คว้างขวางเรือฯ
|
(๑๐๓) ๏ เดชะพระพุทธิเจ้า
เคยชนะพญามาร
รฦกถึงจึ่งบันดาน
จรเค่เหห่างแคล้ว
|
เข้าฌาน
แม่นแล้ว
ดุจเช่น เห็นแฮ
คลาดคล้อยถอยหนีฯ
|
(๑๐๔) ๏ ถึงช่องคลองน้ำชื่อ
เข้าตอกออกดอกตำรา
คิดสบพบถ้ำมหา
นึกจะปลงคงได้
|
กฤษณา
ว่าไว้
สนุกแน่ แม่เอย
กระดากเจ้าเฝ้าหวงฯ
|
(๑๐๕) ๏ บางเลนเป็นที่หลุ้ม
แปลงปลักคลักคงคา
ไทเจ๊กเดอใหญ่พา
บุญส่งจงหลีกพ้น
|
แหล่งปลา
ขุ่นข้น
พวกซ่อน ช้อนเอย
ทุกถั้วตัวปลาฯ
|
(๑๐๖) ๏ บางบัวบ้านชื่อพร้อง
นึกเช่นเห็นบัวคำ
เค่าเหนียวเกี่ยวมาทำ
คราวเคราะห์เพราะเกี่ยวข้อง
|
สนองนำ
คู่พร้อง
แทนเค่า เจ้าเอย
ขัดค้างขวางเชิงฯ
|
(๑๐๗) ๏ ลมเรื่อยเฉื่อยชื่นใช้
ถึงย่านบ้านดารา
สองเรือนเพื่อนพูดจา
คิดใคร่ได้ชิดเชื้อ
|
ใบดลา
รกเรื้อ
เจ่านั่ง รวังเอย
ช่วยเฝ้าเหย้าเรือนฯ
|
(๑๐๘) ๏ ใบร่มลมเรื่อยแหล้น
เหล่าหนุ่มชุ่มชื่นพา
อิเหนาเค่ามลกา
ฟังเสนาะเพราะพร้อง
|
ลีลา
เพื่อนร้อง
กลเม็ด มากแฮ
พรักพร้อมซ้อมเสียงฯ
|
(๑๐๙) ๏ ถึงชีปขาวย่านบ้าน
ชีไม่เห็นกาดำ
เชาบ้านย่านนั้นทำ
ซางแต่คำพร่ำพร้อง
|
โบรำ
ตื่นร้อง
แทงพวก ฉมวกแฮ
ชื่อนี้ชีปขาวฯ
|
(๑๑๐) ๏ ขาวอื่นหมื่นสิ่งล้วน
แพรพ่าฟ้าดินดาว
ขาวดูครู่เดียวคราว
ขาวบ่เบื่อเนื้อน้อง
|
นวลขาว
ดุจพร้อง
หนึ่งเบื่อ เหลือแฮ
น่วมนิ้วผิวขาวฯ
|
(๑๑๑) ๏ คุ้งขวางบางบ้านชื่อ
ทางทิศทุกตำบล
อยู่กลางหว่างมณฑล
คนเปลี่ยนเพี้ยนชื่อแย้ง
|
ชี้หล
บอกแจ้ง
ทางร่วม รวมแฮ
ย่านนี้ยีหนฯ
|
(๑๑๒) ๏ บางปลาม้าป่าอ้อ
ไม้ไผ่ใหญ่สลวยลำ
ชาวบ้านย่านนั้นทำ
ปลูกผักฟักแฟงเลื้อย
|
กอรกำ
สล่างเฟื้อย
ที่ไร่ ไว้แฮ
ลูกห้อยย้อยไสวฯ
|
(๑๑๓) ๏ ถึงคุ้งโพกระก้ม
โพอยู่บูรานนาน
ชื่นชุ่มพุ่มพิศดาร
ขออย่าให้ไภยแผ้ว
|
กราบกราน
เนิ่นแล้ว
เดชะ พระเอย
ผ่องพ้นกลโกงฯ
|
(๑๑๔) ๏ โคกครามนามที่บ้าน
เขียวชุ่มฉอุ่มงาม
เหมือนสีที่นุชทราม
เห็นแต่ครามนามบ้าน
|
หิว่านคราม
กิ่งก้าน
สวาดิฮุ่ม พุ่มเอย
ไสบเจ้าเศร้าสูนฯ
|
(๑๑๕) ๏ สวนหงส์วงวัดพร้อม
รื่นรอบขอบบริเวณ
เคกเยาเล่ากนเกน
ใช่ที่มีสวนสอ้าน
|
พระเณร
หว่างบ้าน
ก้องที่ กฎีแฮ
ชื่ออ้างปางหลังฯ
|
(๑๑๖) ๏ ตลาดแก้วแถวถิ่นตเข้
ตลิ่งตลาดแต่ล้วนหนาม
แก้วอื่นหมื่นแสนทราม
รักแต่แก้วแววฟ้า
|
ตนขาม
สนับหญ้า
สู้สละ ปละเอย
จะเฝ้าเคล้าสนอมฯ
|
(๑๑๗) ๏ ถึงวังตาเพชอ้าง
ไผ่พุ่มซุ้มเซิงรัง
ตาเพชเหตุใดวัง
ฤาว่าตาเพชเชื้อ
|
ปางหลัง
รกเรื้อ
มีเล่า เจ้าเอย
ชาติท้าวเจ้าเมืองฯ
|
(๑๑๘) ๏ สวนขิงตลิ่งแต่ล้วน
พริกเทศเม็ดอร่ามเหลือ
กล้วยปลูกสุกห่ามเครือ
คิดคู่อยู่สวนได้
|
สวนมเขือ
เรื่อไหร้
ครบซ่ม มยมเอย
แต่งต้มซ่มตำฯ
|
(๑๑๙) ๏ บ้านยอดยอดไม้สะพรั่ง
ยอดยื่นชื่อช่อผกา
ยอดอื่นหมื่นแสนดา
ยอดรักจักหาบ้าง
|
ฝั่งชลา
กิ่งคว้าง
ดาษทอด ยอดแฮ
บ่ได้ใจหายฯ
|
(๑๒๐) ๏ ลุดลชนบทบ้าน
โรงเจ๊กตั้งริมตีน
นั่งนับทรัพย์สิ่งสิน
เมียช่างสางสลวยล้ำ
|
ขนมจีน
ท่าน้ำ
สยายเพ่า เล่าแฮ
สลับผู้หูหนางฯ
|
(๑๒๑) ๏ โพคอยโพขึ้นอยู่
ปากช่องคลองชลาเฉลียง
บ้านตั้งฝั่งน้ำเรียง
แลรอบขอบแหลมคุ้ง
|
คู่เคียง
ลัดถุ้ง
รายอยู่ หมู่แฮ
เขตบ้านตาลรายฯ
|
(๑๒๒) ๏ ถึงหน้าท่าน้ำวัด
ฦาเลื่องเบื้องบูราน
หวานอื่นคลื่นไส้นาน
หวานแต่น้ำคำน้อง
|
มนาวหวาน
ร่ำพร้อง
นักเบื่อ เหลือแม่
เสนาะน้ำคำหวานฯ
|
(๑๒๓) ๏ ทับขี้เหล็กเด็กว่าต้ม
ครั้นแต่งแกงต้มเกลือ
พริกขิงสิ่งใส่เจือ
ขมขื่นคลื่นไส้นั้น
|
ขมเหลือ
กลบคั้น
จิบอร่อย น้อยฤา
แต่น้ำคำขมฯ
|
(๑๒๔) ๏ วัดฝางอ้างชื่อไว้
ฝางย่อมย้อมแพรยาง
แดงสุกถูกแดดหมาง
อกพี่ที่แค้นขั้ง
|
ใช่ฝาง
ยิ่งขรั้ง
หมองคร่ำ ดำแฮ
ขู่คร้ำน้ำฝางฯ
|
(๑๒๕) ๏ ท่าระหัดพัดน้ำท่วม
หันกลับขับคงคา
ใคร่จ้างช่างรหัดหา
อกพี่ที่ร้อนให้
|
ท้องนา
คึ่นได้
ห่อนพบ หลบเอย
รหัดน้ำพร่ำพรมฯ
|
(๑๒๖) ๏ ถึงบางนางสุกน้อง
สุขพี่ที่ร่วมเรือน
ยามสุขทุกปีเดือน
ยามทุกสุขกาหล้อน
|
นามเหมือน
เพื่อนร้อน
ได้อยู่ คู่เอย
หล่นเหน้าเปล่าดายฯ
|
(๑๒๗) ๏ ถึงย่านยายท้าวที่
ฦาข่าวเจ้าสิงทรง
คิดใคร่ไถ่ถามองค์
แม่ม่ายหมายเคียงขู้
|
ผีลง
สอดรู้
อารักษ์ ประจักษ์เอย
คบเผื้อนเชือนไฉนฯ
|
(๑๒๘) ๏ ท่าโขลงโขลงช้างค่าม
พลอยถูกผูกกูบโยง
ลืมเถื่อนเพื่อนร่วมโรง
พี่เที่ยวเดียวโดดคล้าย
|
ตามโขลง
แย่ท้าย
รักยศ หมดแฮ
คชร้างห่างโขลงฯ
|
(๑๒๙) ๏ บ้านตั้งฝั่งน้ำที่
ลาวอยู่รู้เสียงสนอง
ปลูกผักหักฟืนตอง
หูเจาะเหมาะแต่หน้า
|
กฎีทอง
เหน่อช้า
ตามเถื่อน เพื่อนแฮ
แน่งน้อยกลอยใจฯ
|
(๑๓๐) ๏ โคกม่อก่ออิฐตั้ง
เผาม่อก่อไฟเริง
ม่อมีที่พะเพิง
อกพี่ที่ร้อนเถ้า
|
|