จุดเด่นของงาน
งาน มหกรรมพืชสวนโลก
เฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่
1 พฤศจิกายน 2549 31 มกราคม 2550 นี้ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวง
ต.แม่เหียะ จ.เชียงใหม่ บนพื้นที่ 470 ไร่ เป็นงานที่รวมสุดยอดความมหัศจรรย์แห่งพรรณไม้ในพื้นที่เขตร้อนชื้น
ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีความหลากหลายมากที่สุด
ของพรรณไม้กว่า 2,200 ชนิด มากกว่า 2.5 ล้านต้น ยังเป็นการประกาศศักยภาพการผลิตพืชผลทางการเกษตรของไทย
ด้านพรรณไม้ดอกไม้ประดับ ไม้สมุนไพร พืชสวนครัว ไม้แปลกหายาก
และ พืชผลทางการเกษตร สู่เวทีตลาดการค้าโลก จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ
60 ปี ในปี 2549 และฉลองพระชนมายุ 80 พรรษา เพื่อแสดงศักยภาพในการเพาะปลูกพันธุ์ไม้เขตร้อนและนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการเกษตรของประเทศไทย
เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านพรรณไม้เขตร้อนทั่วโลก
และเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กระตุ้นภาคเศรษฐกิจ
สังคม และพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการเกษตร
ภายใต้ Theme ของงาน เพื่อนำความรักสู่มนุษยชาติ
(To Express the Love for Humanity)
การจัดงานสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ได้รับการรับรองในการจัดงาน
ในระดับ A1 อย่างเป็นทางการ จาก สำนักงานมหกรรมโลก
(Bureau of International Exposition - BIE) สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ
(Association of Horticulture Producers - AIPH)
และ ภายใต้การสนับสนุนจาก สมาพันธ์ดอกไม้โลก (World
Flower Council - WFC) และสมาคมพืชสวนนานาชาติ (International
Society for Horticultural Science - ISHS) ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพในการจัดงานของประเทศไทยทุกด้าน
โดยเฉพาะความพร้อมในด้านขนาดพื้นที่ ระยะเวลาการจัดงาน
สาระของการนำเสนอในระดับสากล และความหลากหลายของพืชพรรณไม้ที่นำมาจัดแสดงภายในงานประกอบด้วยไฮไลท์หลัก
7 ส่วน ได้แก่
1.
หอคำหลวง (Royal Pavilion)
คือ พื้นที่จัดแสดงส่วนกลางที่โดดเด่นที่สุดของงาน
ตั้งอยู่บนเนินดิน เนื้อที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตร
บริเวณถนนทางเข้าตกแต่งด้วยซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ
30 ซุ้ม แต่ละซุ้มมีกรอบภาพพระบรมฉายาลักษณ์สี่ด้านติดกัน
นำเสนอพระราชกรณียกิจและพระบรมราโชวาท ขนาบด้วยต้นราชพฤกษ์ตลอดสองข้างทาง
ส่วนตัวอาคารเป็นเรือนไม้ครึ่งตึก 2 ชั้น ที่มีความสง่างาม
สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนา หอคำหลวง ใช้ในการจัดแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และพระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นบนของหอคำหลวง ที่ผนังทั้ง
3 ด้าน ตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังภาพวาด พระราชกรณียกิจในการเยี่ยมราษฏรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่อยู่ในใจของพสกนิกรตลอด 60 ปี ที่ทรงครองราชสมบัติ
เป็นภาพที่สร้างสรรใหม่ ลงรักปิดทองแบบไทยกำมะลอ
ประกอบด้วยฉากหลังเป็นภาพป่าของประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวความคิดการจัดงานราชพฤกษ์
พร้อมทั้งจัดแสดงภาพพระราชจริยวัตร ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ยังทรงพระเยาว์ และจัดทำปฏิมากรรมพร้อมฐานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา
เป็นสัญลักษณ์ของต้นไม้แห่งทศพิธราชธรรม ซึ่งในเบื้องต้นนี้จะใช้ชื่อว่า
ต้นบรมโพธิสมภาร มีใบไม้ 21,915 ใบ เท่ากับจำนวนวันที่ทรงครองราชย์ตลอดระยะเวลา
60 ปี โดยจัดทำเป็นอักษรนูนต่ำ ที่มีข้อความเป็นภาษาบาลีเกี่ยวกับเรื่องทศพิธราชธรรม
เพื่อใช้เป็นที่สำหรับให้ประชาชนมาสักการะ
บริเวณชั้นล่างของ
หอคำหลวง แสดงนิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ
และซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบด้วย นิทรรศการ
6 ทศวรรษ กษัตริย์นักพัฒนา ที่ฉายภาพพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ซึ่งได้ทรงตรัสไว้ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม และภาพประกอบภาพเหตุการณ์ขณะทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พร้อมตราสัญลักษณ์การฉลองสิริราชครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตรและความเป็นกษัตริย์นักพัฒนาขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยจัดแบ่งพื้นที่ภายในห้องนิทรรศการหลักออกเป็น
9 โซน ดังนี้
โซน 1. บทนำ " ทรงมุ่งหวังที่จะเห็นความผาสุขของประชาชนชาวสยาม"
ป็นการแสดงภาพการเสด็จเยี่ยมราษฎรในท้องที่ต่างๆ
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เป็นภาพแห่งความทรงจำที่ประทับใจ
เป็นต้น
โซน
2. จากจิตรลดาสู่พสกนิกร นำเสนอพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในส่วนของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้แก่
ป่าไม้สาธิต นาข้าวทดลอง ปลานิลปลาหมอเทศ โรงโคนม
ไบโอดีเซล สาหร่ายเกลียวทอง ผลิตภัณฑ์จากหนังปลานิล
เป็นต้น
โซน
3. น้ำพระทัยอาทรชาวสยาม นำเสนอเรื่อง
น้ำ การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โครงการฝายชะลอความชุ่มชื้น
และ พระราชดำริให้จัดทำฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภาวะแห้งแล้ง
โครงการกังหันชัยพัฒนาสำหรับเรื่องของขจัดน้ำเสีย
การแก้ปัญหาการเกิดน้ำท่วมภายใต้โครงการแก้มลิง
เพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำ ซึ่งสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ราษฎรได้เป็นอย่างมาก
โซน
4. พืชผลผลิตงามด้วยดินดี พระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรดินโดยไม่ลอกหน้าดิน
และยังทรงสร้างรูปแบบระบบอนุรักษ์ดินในพื้นที่พรุ
โดยใช้วิธีการ แกล้งดิน และปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดิน
พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้นำ หญ้าแฝก มาใช้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ
เปรียบเสมือนกำแพงที่มีชีวิตในการอนุรักษ์ และคืนธรรมชาติสู่แผ่นดิน
รวมทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นด้วย
โซน
5. ปลูกป่าไม้เพื่อชีวีสำนึกดีในใจคน พระราชทานพระราชดำริหลายประการ
คือ ปลูกป่า ๓ อย่าง แต่ประโยชน์ ๔ อย่าง ปลูกป่าเปียก
การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก การปลูกป่าในที่สูง และ
การปลูกป่าในใจ รวมถึงโครงการฝายชะลอความชุ่มชื้นที่เอื้อผลประโยชน์ที่ดีต่อกันของธรรมชาติ
กับธรรมชาติอีกด้วย
โซน
6. ขจัดต้นสิ่งเสพติด เพื่อชีวิตราษฎร เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของราษฎร
โดยมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา
ทรงพระกรุณาให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น
และช่วยขจัดปัญหาเรื่องยาเสพติด โดยปลูกพืชที่เป็นประโยชน์ทดแทนฝิ่น
ให้ความรู้เรื่องถางป่า และปลูกโดยไม่ถูกต้อง รวมทั้งรักษาป่ารักษาดินให้เป็นประโยชน์ต่อไปและยั่งยืน
และเรื่องราวเกี่ยวกับสวนสองแสน สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป
โซน
7. เพิ่มศักยภาพเกษตรกรด้วยการศึกษา แนวพระราชดำริให้ตั้งศูนย์การศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นตามภูมิภาคต่างๆ
ทั่วประเทศ รวม 6 แห่ง โดยทำหน้าที่เสมือน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต
เพื่อทำการทดลอง วิจัยแสวงหาวิธีการแก้ปัญหา และแนวทางการพัฒนา
เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เป็นต้น
โซน
8. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่
นำมาสู่ผลผลิตแห่งความสำเร็จ ในส่วนนี้เปรียบเสมือนบทสรุปของโครงการทั้งหมดที่กล่าวไว้ในส่วนจัดแสดง
ซึ่งนำเสนอบทสรุปของเนื้อหาทั้งหมดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงห่วงใยพสกนิกร และทรงงานมาโดยตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชสมบัติ
เป็นเวลา 60 ปี และการเดินตามรอยพระราชดำรัสปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงตรัสไว้สำหรับประชาชนทุกคน
เพื่อประโยชน์สุขและชีวิตที่พอเพียงสำหรับประชาชนทุกกลุ่มชนชั้น
โซน
9. นิทรรศการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
จัดทำให้ออกมาในรูปแบบของวิดีทัศน์ บทสัมภาษณ์ของประชาชนทุกกลุ่มชนชั้น
ที่นำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน จนนำพาซึ่งความสำเร็จในชีวิตที่ดีขึ้น
2. สวนเฉลิมพระเกียรติ
แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ นิทรรศการสวนนานาชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่การจัดแสดงสวนของประเทศต่างๆ
ในนามของประมุข รัฐบาล และประชาชนของประเทศนั้นๆ
การจัดสวนของแต่ละประเทศแสดงถึงความงดงามทางวัฒนธรรม
และความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ โดยขณะนี้มีประเทศที่ตอบรับเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ
32 ประเทศจาก 5 ทวีปทั่วโลก คือ ทวีปเอเชีย (13
ประเทศ) ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม มาเลเชีย
กัมพูชา ลาว อินโดนีเชีย อินเดีย เนปาล ภูฏาน ปากีสถาน
จีน และบรูไน ทวีปยุโรป (5 ประเทศ) ได้แก่ ตุรกี
สเปน เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ บัลกาเรีย ทวีปแอฟริกา
(9 ประเทศ) ได้แก่ มอริเตเนีย เคนย่า ไนจีเรีย กาบอง
ซูดาน โมร็อกโก ตูนิเซีย แอฟริกาใต้ และบุรุนดี
(ประเทศล่าสุด) ตะวันออกกลาง (3 ประเทศ) ได้แก่
กาตาร์ อิหร่าน และเยเมน ทวีปอเมริกา (2ประเทศ)
ได้แก่ ตรินิแดดแอนด์โตเบโก และ แคนาดา โดยในส่วนของนานาชาติ
เข้าร่วมการจัดสวนนอกอาคาร (Outdoor Garden) มี
24 ประเทศ 25 สวน ได้แก่ประเทศเบลเยี่ยม ภูฏาน บังกาเรีย
กัมพูชา จีน กาบอง อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน
ญี่ปุ่น เคนยา ลาว มาเลเซีย มอริเตเนีย โมร็อกโก
เนปาล เนเธอร์แลนด์ ปากีสถาน กาตาร์ สเปญ ซูดาน
ตุรกี เวียดนาม และแอฟริกาใต้ นิทรรศการพรรณไม้ถาวร(Indoor
garden) จัดแสดงตลอดทั้ง 92 วัน มี 7 ประเทศ ได้แก่
ประเทศญี่ปุ่น เคนยา ตุรกี บูรไน ไนจีเรีย ตูนิเซีย
และเยเมน และนิทรรศการหมุนเวียน 6 สัปดาห์ (Indoor
Exhibition) มี 13 ประเทศ ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย
อิหร่าน มาเลเซีย มอริเตเนีย โมร็อคโก เนปาล ซูดาน
แคนาดา เกาหลีใต้ ไนจีเรีย เยเมน ตรินิแดดแอนด์โตเบโก
และบุรุนดี
ส่วนที่
2 คือ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ประเภทองค์กร ได้แก่
สวนเฉลิมพระเกียรติฯ จากองค์กรต่างๆในประเทศ ทั้งภาครัฐ
และเอกชน เป็นการนำทฤษฎีการเกษตรของในหลวง มาเป็นแนวคิดการจัดสวน
อาทิ ทฤษฎีหญ้าแฝกรักษาการยึดตัวของดิน และทฤษฎีการเกษตรแบบพอเพียง
เป็นต้น เพื่อให้สวนที่จัดขึ้นเป็นแหล่งความรู้ให้กับเกษตรกร
และประชาชนชาวไทย ได้น้อมนำทฤษฎีในหลวงไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
3. นิทรรศการในอาคารและการประกวด
( อาคารศูนย์การเรียนรู้ (Indoor Exhibition) )
จัดแสดงนิทรรศการพรรณไม้ เทคโนโลยี และการประกวดพรรณไม้
แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ นิทรรศการถาวร (Indoor garden)
เป็นนิทรรศการแสดงพรรณไม้ถาวร 92 วัน ในอาคาร และนิทรรศการแสดงพรรณไม้ชั่วคราว
มี 2 อาคาร เป็นส่วนการจัดแสดงนิทรรศการพรรณไม้สลับหมุนเวียนกันไม่ซ้ำกัน
ตลอดทั้ง 6 สัปดาห์ ได้แก่
สัปดาห์ที่ 1 วันที่ 1 12 พ.ย. 49
เป็นนิทรรศการดอกไม้นานาชาติ โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
แสดงถึงตำนานวิวัฒนาการการพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกนานาชาติในประเทศ
ส่วนแสดงดอกไม้เฉลิมพระเกียรติ การสาธิตการใช้ประโยชน์จากดอกไม้
และการจำลองโขลงช้างหลวงทำด้วยดอกไม้สด
สัปดาห์ที่ 2 วันที่ 10-16 พ.ย. 49
เป็นนิทรรศการอลังการจักรวาลดอกไม้ โดยสมาพันธ์ดอกไม้โลก
(WFC) แสดงศิลปะการจัดดอกไม้ชั้นสูงจากนักจัดดอกไม้ชื่อดังทั่วโลก
ภายใต้แนวคิด อลังการจักรวาลดอกไม้ โดยนำเสนอรูปแบบการจัดดอกไม้
และบรรยากาศที่แตกต่างของ 4 ฤดูกาล และเขาวงกตซึ่งประดิษฐ์จากดอกไม้นานาพันธุ์จากทั่วโลก
สัปดาห์ที่ 3 วันที่ 17 27 พ.ย. 49
เป็นนิทรรศการไม้น้ำและบัว โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ
ลาดกระบังและกรมประมง นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างบัว
ไม้น้ำและวิถีชีวิตไทยและพิธีกรรมทางศาสนา ศูนย์รวมบัวพันธุ์ไทยและไม้น้ำที่หลากหลายที่สุด
อาทิ บัวดอกจิ๋ว บัวดอกใหญ่ที่สุด บัวกลิ่นหอมที่สุด
รวมถึงตู้ปลาขนาดใหญ่ที่จำลองธรรมชาตินิเวศน์ของปลาและไม้น้ำ
สัปดาห์ที่ 4 วันที่ 1 11 ธ.ค.49
เป็นนิทรรศการพรรณไม้แปลกหายากและพันธุ์ใหม่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร
นิทรรศการที่รวบรวมพรรณไม้แปลกและหายากที่มีอยู่ในประเทศไทยรวมถึงไม้พันธุ์ใหม่ที่ได้มีการคิดค้นขึ้น
และการจัดส่วนแสดงพืชที่มีชื่อพระราชทานและพืชมงคล
นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมการโหวตพืชแปลกที่แสดงในงาน
สัปดาห์ที่ 5 วันที่ 29 ธ.ค. 49 - 7 ม.ค.
50
เป็นนิทรรศการผักและผลไม้ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรแสดงความหลากหลายทางชีวภาพของผักและผลไม้
การแสดงบรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก การแสดงแปรรูปผลิตภัณฑ์และเครื่องมือทางการเกษตร
สัปดาห์ที่ 6 วันที่ 20 31 ม.ค. 50
เป็นนิทรรศการไม้ใบกระถาง โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้
เป็นการที่จัดจำลองป่าฝนเขตร้อน ตกแต่งด้วยประเภทพรรณไม้ครบครันพร้อมภาพวาดฝาผนังเพื่อสร้างบรรยากาศโซนสาระประกอบด้วยการสาธิตการจัดสวนถาด
การปลูกบอนไซและส่วนแสดงไม้ใบที่ชนะการประกวด
4. นิทรรศการและประกวดกล้วยไม้
(Orchid Pavilion)
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมมือกับสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย
และสมาคม/ชมรมกล้วยไม้ต่างๆ รวมถึงหน่วยงานราชการ
สถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง จัดสร้าง Orchid Pavilion
ขึ้น เพื่อจัดแสดงนิทรรศการ และประกวดกล้วยไม้ บนพื้นที่
4 ไร่ ภายใต้แนวคิด Orchids of the World เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการจัดแสดงนิทรรศการและการประกวดกล้วยไม้ที่ยิ่งใหญ่
และมีระยะเวลาการจัดงานที่ยาวนานที่สุดถึง 92 วัน
มีกล้วยไม้จากทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พื้นเมือง
หรือพันธุ์ลูกผสม รวมทั้งกล้วยไม้แปลก ใหม่ และหายาก
มาจัดแสดงถึง 10,000 พันธุ์ รวมกว่า 50,000 ต้น
นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับ Orchid Park สวนป่ากล้วยไม้เลียบแบบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยได้ในงานนี้ด้วย
และเนื่องจากการจัดแสดงกล้วยไม้ครั้งนี้เป็นการจัดแสดงที่มีระยะเวลายาวนานที่สุดของไทย
ผู้จัดจะมีกิจกรรมจัดแสดงและประกวดกล้วยไม้หมุนเวียนกันไปเพื่อให้ผู้ชมได้พบความแปลกใหม่
และมีความสวยงามทุกวันตลอดระยะเวลาจัดงาน
สำหรับการประกวดกล้วยไม้
จะมีการประกวดสวนหย่อมกล้วยไม้เลียนแบบธรรมชาติและสวนแบบสร้างสรรค์
นำกล้วยไม้มาใช้ประโยชน์ ตกแต่งเป็นสวนหย่อมที่สวยงามตามจินตนาการที่แตกต่างกันออกไป
และการประกวดกล้วยไม้กระถาง กล้วยไม้ตัดดอกประเภทต่างๆ
โดยจะมีการประกวด และตัดสินกันทุกสัปดาห์ตลอดงาน
โดย Orchid Pavilion นี้จะเป็นศูนย์เรียนรู้กล้วยไม้เมืองร้อนที่สมบูรณ์ที่สุด
5. สวนพรรณไม้เขตร้อนชื้น
(Fruit Hub)
เป็นพื้นที่จัดแสดงพันธุ์ไม้เขตร้อนชื้นที่มีความหลากหลาย
และใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนพันธุ์ไม้มากกว่า 2,200
ชนิด รวมแล้วกว่า 2.5 ล้านต้น มาจัดแสดง เช่น ไม้ผล
ผัก ไม้ทะเลทราย ไม้ในวรรณคดี ไม้พุทธประวัติ ไม้ในร่ม
ไม้เลื้อย ไม้หอม ไม้ประจำจังหวัด ไม้สะสม (กล้วยไม้,
โป๊ยเซียน, โกสน, บอนไซ เป็นต้น) และไม้ประจำจังหวัด76จังหวัด
โดยจัดแสดงสวนประเทศไทยย่อส่วน พร้อมนำต้นไม้ประจำจังหวัดปลูกลงไปบนแผนที่จำลอง
นอกจากนี้ สวนพรรณไม้เขตร้อนยังเป็นพื้นที่จัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นไทยในการแสดงสวนพันธุ์ไม้ท้องถิ่นของแต่ละภาคของประเทศ
ตลอดจนไม้มงคลที่สะท้อนความเป็นชุมชนบนวิถีความเป็นไทยเพื่อสื่อถึงภูมิปัญญาและการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมตามภูมิภาคนั้น
6. ส่วนการแสดงพิเศษ
- สวนสมุนไพร
- การแสดงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีทั้งในและต่างประเทศ
- เรือนไทย 4 ภาคและอาคารชานพักเรือนไทย
- ศูนย์การเรียนรู้โลกแมลง (Bug World)
- หอความรู้ (หอเกียรติยศ)
7. การจัดประชุมวิชาการนานาชาติและสัมมนาเชิงปฏิบัติการนานาชาติ
นอกจากจะเป็นการจัดแสดงพันธุ์ไม้เขตร้อนที่ดีที่สุดในโลกงานหนึ่งแล้วยังได้จัดการเผยแพร่ความรู้วิชาการด้านพืชสวนเขตร้อน
และเทคโนโลยีทางการเกษตรที่นักวิชาการของไทยมีความรู้ความสามารถในระดับนานาชาติ
แบ่งเป็นการทางวิชาการออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
การประชุมวิชาการนานาชาติ และการประชุมวิชาการภายในประเทศ
ข้อมูลพื้นที่สำหรับการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม
1. เวทีใหญ่ (Main
Amphitheatre)
ลักษณะเวที : เวทีกลางแจ้ง รูปครึ่งวงกลม
มีผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่ คลุมเวที พื้นปูน ผิวขัดหยาบ
ขนาด : กว้าง
22.5 ม. ลึก 14 ม. ยกพื้น 1.1 ม.
ความจุผู้ชม : 1,000 ที่นั่ง จุสูงสุดประมาณ
1,500 คน
วันเวลาจัดการแสดง : จัดการแสดงเฉพาะวันศุกร์
เสาร์ และอาทิตย์ วันละ 1 รอบ เวลา 15.30-17.00
น.
แนวทางการแสดง : การแสดงมหรสพ ที่มีรอบการจัดแสดง
เช่น การแสดงโขน การบรรเลงคอนเสิร์ต
2. เวทีในสวน (Mini
Amphitheatre)
ลักษณะเวที : เวทีรูปวงกลม กลางแจ้ง พื้นปูน
ผิวขัดหยาบ
ขนาด : เส้นผ่าศูนย์กลาง 4.6 ม. ยกพื้น
1.1 ม.
ความจุผู้ชม : 500 ที่นั่ง
วันเวลาจัดการแสดง : จัดการแสดงทุกวัน
วันละ 2 รอบ ตั้งแต่เวลา 11.00 น. และ 15.00 น.
แนวทางการแสดง : เป็นเวทีการแสดงดนตรีในสวน
ที่นำเสนอดนตรีหลากหลายรูปแบบ
: เป็นวงดนตรีเล็ก
ๆ สำหรับเป็นจุดพักผ่อนสำหรับผู้เข้าชมงาน
: เป็นเวทีการแสงพื้นบ้าน
ที่มีผู้แสดงไม่เกิน 15 คน
3. เรือนไทย 4 ภาค
(Thai Regional Houses)
ลักษณะเวที : บ้านทรงไทย 4 หลัง ตามลักษณะเอกลักษณ์แต่ละภาค
ได้แก่ เรือนไทยภาคเหนือ เรือนไทยภาคกลางและตะวันออก
เรือนไทยภาคตะวันออกเฉีบงเหนือ และเรือนไทยภาคใต้
ความจุผู้ชม : 30 คน
วันเวลาจัดการแสดง : จัดการแสดงทุกวัน
หมุนเวียนตลอดทั้งวัน
แนวทางการแสดง : เป็นส่วนการแสดงและสาธิตวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมของแต่ละภาค
: การแสดงการละเล่นพื้นเมือง
และวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิต
4. ถนนหน้าหอคำหลวง
ลักษณะเวที : ถนนเส้นตรง ต้นถนนมีพื้นที่วงกลม
ลักษณะคล้ายปรอท และตลอดสองข้างทางจะปลูกต้นราชพฤกษ์ตลอดแนว
ขนาด : กว้าง 10 ม. ยาว 70 ม.
วันเวลาจัดการแสดง : จัดการจัดการแสดงทุกวัน
หมุนเวียนตลอดทั้งวัน
แนวทางการแสดง : ส่วนแสดงศิลปะร่วมสมัย
อาทิ การวาดภาพเหมือนงานปฏิมากรรม มีศิลปินแสดงผลงานทางศิลปะ
โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้ามีส่วนร่วม เช่น วาดภาพและระบายสี
ปั้น แกะสลัก เครื่องปั้นดินเผา การประกวดวาดภาพ
ซึ่งถ้าผู้เข้าชมงานสนใจชิ้นงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถซื้อได้ในราคา
ย่อมเยาว์
การจำหน่ายบัตร
บัตรประเภทเข้าชมงานครั้งเดียว
บัตรประเภทเข้าชมงานครั้งเดียว มีจำหน่ายที่
ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาในเขตกรุงเทพมหานคร
ทุกสาขาในเขตอำเภอเมือง อำเภอหาดใหญ่ หัวหิน และพัทยา
บัตรประเภทเข้าชมงานไม่จำกัดจำนวนครั้ง
และบัตรประเภทหมู่คณะ
สถานที่จำหน่ายบัตร ประเภทหมู่คณะ และประเภทเข้าชมงานแบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง
ได้แก่
1. สำนักงานผู้แทนไทย ชั้น 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ถนนราชดำเนินนอก
2. ร้าน Direct 2U (24 สาขา) สาขาโรบินสันจันทบุรี,
สาขาสีลม คอมเพล็กซ์, สาขาแฟชั่น ไอส์แลนด์,
สาขาห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ รามคำแหง, สาขาเซ็นทรัล
พระราม 2,
สาขาเซ็นทรัล พลาซา แอร์พอร์ท (เชียงใหม่), สาขาห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์
บางแค,
สาขาชลบุรี, สาขาศูนย์การค้าซีคอน สแควร์, สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล
พระราม 3,
สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, สาขาห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์
บางกะปิ,
สาขาพัทยาเหนือ, สาขาพระราม 9, สาขาห้างสรรพสินค้าโรบินสัน
หาดใหญ่,
สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล รัตนาธิเบศ, สาขาราชบุรี,
สาขาภูเก็ต, สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน,
สาขาฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต, สาขาโรบินสัน รัชดาฯ,
สาขาหัวหิน, สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว, สาขาเกาะสมุย
3. TV Direct Showcase (2 สาขา) สาขารามอินทรา (ซอยวัชรพล),
สาขาแฟรี่ พลาซา
4. TV Direct Service Point (2 สาขา) สาขาเดอะมอลล์
นครราชสีมา, สาขาโรบินสัน จ.อุดรธานี หรือสอบถาม TV
Direct Call Center 0 2509-0022
5. Welness สาขาซีคอนสแควร์
6. ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล ทุกสาขา
เงื่อนไขการจำหน่ายบัตร
- เพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้เข้าชมงาน มหกรรมราชพฤกษ์
2549 เปิดรับผู้เข้าชมงานเพียงวันละ 35,000 คนเท่านั้น
- บัตรทุกใบจะออกโดยการระบุวันเข้าชม
- ท่านสามารถเปลี่ยนวันเข้าชมได้ตามจำนวนครั้งที่กำหนด
ณ เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร (ยกเว้นบัตรอภินันทนาการ)
- บัตรเข้าชมงานประเภทไม่จำกัดจำนวนครั้งจะต้องระบุชื่อผู้ซื้อบนบัตร
- บัตรเข้าชมงานประเภทหมู่คณะ จะออกบัตรเพียง 1 ใบต่อคณะเท่านั้น
- ท่านที่ซื้อบัตรล่วงหน้าจะได้รับส่วนลดพิเศษ 50
เปอร์เซ็นต์ทุกประเภท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
- ศูนย์บริการข้อมูลราชพฤกษ์
โทร 0 2686-7272
- ศูนย์บริการท่องเที่ยวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
1672
การเดินทาง
ผู้จัดงาน งานพืชสวนโลก ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยว
นำรถเข้าไปภายในบริเวณงานได้ นักท่องเที่ยว สามารถเดินทางไปยังหน้า
งานพืชสวนโลก โดยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
1.
เดินทางเข้างาน ฯ โดยรถ Shutter Bus
จุดจอดรถ Shutter Bus มีรถ Shutter Bus รับส่งไป
งานพืชสวนโลก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ จากสถานที่ราชการต่าง
ๆ ดังนี้
1.สนามกีฬา 700 ปี
2.หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
3.สถานีรถไฟเชียงใหม่
4.ประตูท่าแพ
จากทั้ง 4
แห่งนี้ ที่สนามกีฬา 700 ปีเป็นสถานที่ที่จอดรถได้สะดวกที่สุดครับ
สำหรับ จุดจอดรถ Shutter Bus อื่น ๆ เช่น สถานีขนส่งเชียงใหม่
ฯลฯ ตอนนี้อยู่ในระหว่างรอการตอบรับจากเจ้าของสถานที่
2.
เดินทางเข้างาน ฯ โดยรถสองแถวแดง ที่ไดัรับอนุญาตจากทางผู้จัด
ฯ (มีสติ๊กเกอร์)
รถสองแถวแดง จะวิ่งวนไปเรื่อย ๆ ภายในตัวเมืองเชียงใหม่
สามารถโบกให้จอดและให้ไปส่งที่ใด ก็ได้ภายในตัวเมือง
และตกลงราคาค่าโดยสารกันเอง เหมือนกับสามล้อในกรุงเทพ
ฯ ทั้งนี้รถสองแถวที่จะเข้างาน ฯ ได้นั้น ต้องได้รับอนุญาต
ฯ จากทางผู้จัด ฯ และมีสติ๊กเกอร์ของงาน ฯ ติดเท่านั้น
สำหรับค่าโดยสารสองแถวแดงนั้นจะเป็นราคามาตรฐานที่ทางผู้จัด
ฯ กำหนด ได้แก่
จากห้างคาร์ฟูร์ และโลตัส ไปยัง งานพืชสวนโลก ท่านละ
30 บาท
จากห้างโลตัสหางดง และ เซ็นทรัลแอร์พอร์ท ไปยัง
งานพืชสวนโลก ท่านละ 20 บาท
** ท่านที่นำรถมา สามารถนำรถไปจอดยังห้างดังกล่าว
และนั่งสองแถวแดงไป งานพืชสวนโลก ได้ครับ
3.
เดินทางเข้างานโดยรถตู้ของ งานพืชสวนโลก
รถตู้ของงาน งานพืชสวนโลก จะเข้าไปรับที่โรงแรมภายในตัวเมืองเชียงใหม่
โดยคิดค่าบริการท่านละ 40 บาท
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:
Call Center 02686 7272 หรือ ที่เว็บไซต์ www.royalfloraexpo.com
สำนักงานผู้บริหารงานปฏิบัติการ กิจกรรม และ ประชาสัมพันธ์
สรุปข้อมูลสำคัญของ
" งานพืชสวนโลก 2549"
- จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี
2549 และจะทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2550
- จัดเป็นเวลา 3 เดือน ระหว่าง 1 พฤศจิกายน 2549
- 31 มกราคม 2550 บนพื้นที่ 470 ไร่ ที่ตําบลแม่เหียะ
จังหวัดเชียงใหม่
- เป็นงานแสดงพันธุ์ดอกไม้ พืช และผลไม้เขตร้อนที่ดีที่สุดงานหนึ่งของโลก
- จัดแสดงพันธุ์ไม้ 2,200 ชนิด จํานวนกว่า 2 ล้าน
5 แสนต้น
- จัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจและโครงการในพระราชดําริในส่วน
หอคําหลวง
- เป็นงานระดับนานาชาติที่รวมไว้ซึ่งความหลากหลายของพันธุ์ดอกไม้และศิลปวัฒนธรรมในส่วน
สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ (International Garden)
- ได้รับความร่วมมือจากองค์กรชั้นนําในไทย สร้างสวนเฉลิมพระเกียรติฯ
ประเภทองค์กร (Corporate Garden) โดยได้ทฤษฎีด้านการเกษตรในพระราชดําริ
เป็นคอนเซ็ปท์ในการจัดสวน
- แสดงความหลากหลายและจัดประกวดพืชพันธุ์ประเภทต่าง
ๆ ในส่วนนิทรรศการหมุนเวียนภายในอาคาร (Indoor Exhibition)
หัวข้อต่างกันทุกสัปดาห์
- กว่า 80 พันธุ์พืชหาชมยากจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ
- นับร้อยการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมจากทั่วประเทศและหลายประเทศที่ร่วมแสดง
ปฎิทินและกิจกรรมการแสดง
|
วันที่
|
กิจกรรมการแสดง
|
| 1 -
12 พ.ย.49 |
พิธีเปิดงาน
มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ การจัดงาน
มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับนานาชาติ |
| 8 พ.ย.49 |
งานเทศกาลลอยกระทง |
| 11 -
19 พ.ย.49 |
มหกรรมการแสดงพรรณพืช
ผัก ผลไม้ และเห็ด |
| 18 -
26 พ.ย.49 |
การจัดแสดงพรรณพืช
ประเภทไม้น้ำ |
| 25 พ.ย.
- 3 ธ.ค.49 |
ผลไม้เขตร้อน
และพรรณพืชประเภทกล้วย |
| 2 -
5 ธ.ค.49 |
การจัดแสดงพรรณไม้ดอกสีเหลือง
และไม้ประดับ |
| 5 ธ.ค.49 |
วันเฉลิมพระชนม์พรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวามหาราช |
| 9 -
17 ธ.ค.49 |
การจัดแสดงพรรณไม้
ประเภทบอนไซ เฟิร์น ไม้บวบน้ำ และปาล์ม |
| 16 -
24 ธ.ค.49 |
การจัดแสดงพรรณไม้กลิ่นหอม
ไม้ใบ และไม้ตัดใบ |
| 23 -
31 ธ.ค.49 |
การจัดแสดงไม้กระถาง |
| 30 ธ.ค.49
- 14 ม.ค.50 |
การจัดแสดงกล้วยไม้ |
| 31 ธ.ค.49
- 1 ม.ค.50 |
นับถอยหลังวันส่งท้ายปีเก่า
- ต้อนรับปีใหม่ |
| 13 -
21 ม.ค.49 |
การจัดแสดงไม้สมุนไพรและยา |
| 20 -
28 ม.ค.50 |
การจัดแสดงพรรณไม้ดอกไม้ประดับเขตร้อน
พิธีปิดงาน |
จุดเด่นของงาน
สวนเฉลิมพระเกียรติฯ
ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ทรงห่วงใย และทรงตระหนักถึงความเดือดร้อนของอาณาประชาราษฎร์ของพระองค์เสมอมา
จึงได้ทรงพระราชทานความรู้และแนวพระราชดำริด้านการเกษตร
อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อเกษตรกรที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของประเทศไทยมาช้านาน
โดยได้ทรงก่อตั้งโครงการในพระราชดำริมากมายนับจำนวนกว่า
2 พันโครงการ เพื่อส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิต
และความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยนับล้านครัวเรือน
สวนเฉลิมพระเกียรติ ฯ ประกอบด้วย สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ
ที่จัดแสดงโดยรัฐบาลนานาชาติ รวม 30 สวน
และสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ประเภทองค์กร ที่จัดแสดงโดย
องค์กรภาครัฐและเอกชน รวมทั้งรัฐวิสาหกิจภายในประเทศ
รวม 80 สวน
สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ
พื้นที่จัดแสดงในส่วนนี้ จะประกอบด้วย การจัดสวนไม้ดอกไม้ประดับและพืชสวน
อันสะท้อนถึงศิลปะวัฒนธรรม
ที่หลากหลาย จากนานาประเทศ รวมกว่า 30 ประเทศ ซึ่งร่วมเฉลิมพระเกียรติฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยใช้พื้นที่ประเทศละ 200-500 ตารางเมตร โดยมีแนวคิดหลักในการจัดสวนที่สะท้อนถึงภูมิหลังเชิงประวัติศาสตร์
วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ และสภาพชีวิตของประชาชนในประเทศนั้น
ๆ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์ สำหรับประเทศปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วย
สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ประเภทองค์กร
สวนเฉลิมพระเกียรติฯ แนวใหม่ที่รวบรวมทฤษฎีการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กว่า 80 ทฤษฎี นำเสนอพร้อมกันในรูปแบบของการจัดสวน
องค์กรภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย
ผู้เข้าชมงาน
จะได้เห็นถึงพระอัฉริยภาพ ของในหลวงที่ทรงคิดค้นทฤษฎีต่าง
ๆ ด้านการเกษตรเพื่อ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกร
และคนไทยทั้งชาติ เช่น ทฤษฎีกำแพงมีชีวิต หรือหญ้าแฝก
ทฤษฎีการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ทฤษฎีป่า 3 อย่าง
ประโยชน์ 4 อย่าง ทฤษฎีเกษตรผสมผสาน ทฤษฎีอธรรมปราบอธรรม
(ผักตบชวา) ทฤษฎีกังหันชัยพัฒนา เป็นต้น
สวนไทย หรือสวนพรรณไม้เขตร้อนชื้น
Tropical Garden
ส่วนการแสดงของประเทศไทย ที่รวมรวมของดีของไทยในด้านพันธุ์ไม้
เทคโนโลยีด้านการเกษตรที่คิดค้นขึ้นโดยภูมิปัญญาไทย
เพื่อนำเสนอต่อสายตานานาชาติ บนพื้นที่ขนาด 80 ไร่
ซึ่งประกอบด้วย สวนไม้ผล สวนผัก สวนสมุนไพร สวนไม้น้ำ
สวนบอนไซ ไม้ดัด อาคารเรือนกระจกปรับอุณหภูมิ สวนต้นไม้ประจำจังหวัด
สวนไม้ในวรรณคดี สวนต้นไม้ในพุทธประวัติ พืชพรรณไม้หายาก
พันธุ์ไม้แปลก
เป็นต้น นอกจากนั้น ยังจะมีส่วนการแสดงทฤษฎีการเกษตรแบบยั่งยืน
สวนไม้ตัดดอกขนาดใหญ่ที่มีสีสันสวยงามผลัดเปลี่ยนตลอด
92 วันของการจัดงาน
ส่วนจัดแสดงกลาง
Expo Plaza
เป็นที่ตั้งของ หอคำหลวง อาคารประธานของ
งานพืชสวนโลก 2549 สร้างขึ้นโดยสถาปัตยกรรมล้านนาอย่างวิจิตรบรรจง
ภายในอาคารจะจัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ด้านการเกษตร นิทรรศการโครงการหลวงต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของพสกนิกรชาวไทย
ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ จนทำให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่สุขสบายยิ่งขึ้น
จึงเปรียบเสมือนผู้ที่ตกอยู่ในความมืด และกลับได้มีโอกาสพบแสงสว่างแห่งชีวิตอีกครั้งด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ
อาคารนิทรรศการหมุนเวียน ขนาดใหญ่ พื้นที่รวมกว่า
10,000 ตารางเมตร อาคารจำหน่ายสินค้า OTOP ตลาดไม้ดอกไม้ประดับ
ภัตตาคาร ศูนย์อาหาร ศูนย์บริการผู้เข้าชมงาน ศูนย์บริการธุรกิจ
และศูนย์สื่อมวลชน ซึ่งผู้เข้าชมงานจะได้รับความสะดวกสบายในมาตรฐานการจัดงานระดับโลก
นอกจากความรู้และความเพลิดเพลินที่ผู้เข้าชมงานจะได้รับจากสวนและนิทรรศการต่าง
ๆ แล้ว ลานราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งที่แวดล้อมด้วยต้นราชพฤกษ์
AMPHITHEATRE ทั้ง 2 แห่ง และทั่วทั้งบริเวณ 470 ไร่ของการจัดงาน
ยังจะมีการแสดง ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม งานรื่นเริง การแสดงพื้นบ้าน
(Street Performance) ขบวนพาเหรดทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ
รวมกว่า 800 รายการใน 92 วัน ซึ่งความสมบูรณ์แบบของ
งานพืชสวนโลก 2549 นี้ จะทำให้การเดินทางไปเชียงใหม่
ในช่วงปลายปี 2549 ของคนไทยแตกต่างกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
และจะเป็นเพียงครั้งเดียวในชั่วชีวิตเท่านั้น
มหัศจรรย์แห่งล้านนา
สำหรับผู้ที่หลงใหลในพืชพรรณไม้ กลุ่มจังหวัดของอาณาจักรล้านนา
จะมอบความตื่นตาตื่นใจที่ไม่รู้ลืม ด้วยสวนพฤกษศาสตร์
สวนพรรณไม้ที่หลากหลาย เพื่อให้การเดินทางมาเยี่ยมชม
งานพืชสวนโลก 2549 มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล
: http://www.royalfloraexpo.com/thai/index.asp |