ท่องเที่ยว | สถานที่ท่องเที่ยว | จองโรงแรม | ติดต่อลงโฆษณา
 
ท่องเที่ยว
จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พักราคาถูก
 
ทัวร์
ที่พักราคาถูก
voucher
จังหวัดอุทัยธานี
จังหวัดอุทัยธานี
ที่พักอุทัยธานี
เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้อง
   
แหล่งท่องเที่ยว
ห้วยขาแข้ง
วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)
วัดถ้ำเขาวง
 
เมนูท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยว
จองโรงแรม
ที่พักต่างประเทศ
บอร์ดท่องเที่ยว
แนะนำที่พัก
แนะนำทัวร์
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
ร้านอาหาร
รถเช่า
ตั๋วเครื่องบิน
ข่าวสารท่องเที่ยว
รวมเว็บไซท์
 
ที่พักภาคเหนือ
ที่พักกำแพงเพชร
ที่พักเชียงราย
ที่พักเชียงใหม่
ที่พักตาก
ที่พักนครสวรรค์
ที่พักน่าน
ที่พักพะเยา
ที่พักพิจิตร
ที่พักพิษณุโลก
ที่พักเพชรบูรณ์
ที่พักเขาค้อ
ที่พักแพร่
ที่พักแม่ฮ่องสอน
ที่พักปาย
ที่พักลำปาง
ที่พักลำพูน
ที่พักสุโขทัย
ที่พักอุตรดิตถ์
ที่พักอุทัยธานี
 
ที่พักภาคอีสาน
ที่พักกาฬสินธุ์
ที่พักขอนแก่น
ที่พักชัยภูมิ
ที่พักนครพนม
ที่พักนครราชสีมา
ที่พักเขาใหญ่
ที่พักปากช่อง
ที่พักบึงกาฬ
ที่พักบุรีรัมย์
ที่พักมหาสารคาม
ที่พักมุกดาหาร
ที่พักยโสธร
ที่พักร้อยเอ็ด
ที่พักเลย
ที่พักศรีสะเกษ
ที่พักสกลนคร
ที่พักสุรินทร์
ที่พักหนองคาย
ที่พักหนองบัวลำภู
ที่พักอำนาจเจริญ
ที่พักอุดรธานี
ที่พักอุบลราชธานี
 
ที่พักภาคกลาง
ที่พักกรุงเทพ
ที่พักกาญจนบุรี
ที่พักฉะเชิงเทรา
ที่พักชัยนาท
ที่พักนครนายก
ที่พักนครปฐม
ที่พักนนทบุรี
ที่พักปทุมธานี
ที่พักประจวบคีรีขันธ์
ที่พักหัวหิน
ที่พักปราณบุรี
ที่พักปราจีนบุรี
ที่พักอยุธยา
ที่พักเพชรบุรี
ที่พักชะอำ
ที่พักราชบุรี
ที่พักสวนผึ้ง
ที่พักลพบุรี
ที่พักสมุทรปราการ
ที่พักสมุทรสาคร
ที่พักสมุทรสงคราม
ที่พักสระแก้ว
ที่พักสระบุรี
ที่พักสิงห์บุรี
ที่พักสุพรรณบุรี
ที่พักอ่างทอง
 
ที่พักภาคตะวันออก
ที่พักชลบุรี
ที่พักพัทยา
ที่พักจันทบุรี
ที่พักตราด
ที่พักระยอง
 
ที่พักภาคใต้
ที่พักกระบี่
ที่พักชุมพร
ที่พักตรัง
ที่พักนครศรีธรรมราช
ที่พักนราธิวาส
ที่พักปัตตานี
ที่พักพัทลุง
ที่พักพังงา
ที่พักภูเก็ต
ที่พักยะลา
ที่พักระนอง
ที่พักสงขลา
ที่พักสตูล
ที่พักสุราษฎร์ธานี
 
ที่พักบนเกาะต่างๆ
ที่พักเกาะช้าง
ที่พักเกาะหมาก
ที่พักเกาะกูด
ที่พักเกาะเสม็ด
ที่พักเกาะสีชัง
ที่พักเกาะล้าน
ที่พักเกาะสมุย
ที่พักเกาะเต่า
ที่พักเกาะพะงัน
ที่พักเกาะพีพี
ที่พักเกาะลันตา
ที่พักเกาะมุก
ที่พักเกาะหลีเป๊ะ
ที่พักเกาะไหง
 

:: อุทัยธานี ::

จังหวัดอุทัยธานี ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ประมาณ 6,730 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่า และและภูเขาสูง สภาพป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางธรรมชาติ จนทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นผืนป่าที่ควรค่าแก่การดูแลรักษา และนำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทยทุกคน

ดินแดนบางส่วนพบหลักฐานว่า เคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมืองในสมัยทวารวดี ตามตำนานกล่าวว่าในสมัยสุโขทัย ท้าวมหาพรหมได้เข้ามาสร้างเมืองที่บ้านอุทัยเก่า (อำเภอหนองฉาง) แล้วพาคนไทยมาอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านกะเหรี่ยง และหมู่บ้านมอญ จึงเรียกว่า “เมืองอู่ไทย” ตามกลุ่มหรือที่อยู่ของคนไทย ต่อมาเกิดน้ำแล้งกระแสน้ำเปลี่ยนทาง เมืองจึงถูกทิ้งร้าง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาชาวกะเหรี่ยงชื่อ “พะตะเบิด” เข้ามาปรับปรุงเมืองอู่ไทย โดยขุดทะเลสาบขังน้ำไว้ใกล้เมืองและเป็นผู้ปกครองเมืองอู่ไทยคนแรก ชื่อเมือง จึงเรียกเพี้ยนเป็น “เมืองอุไทย” ตามสำเนียงชาวกะเหรี่ยง และมีฐานะเป็นหัวเมืองหน้าด่านชั้นนอก ในการสกัดกั้นกองทัพพม่าที่จะเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีการอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือน ที่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรังมากขึ้น และได้กลายเป็นที่ตั้งของตัวเมืองอุทัยธานีในปัจจุบัน

อุทัยธานี มีสถานที่น่าสนใจทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีหลายแห่งที่น่าเที่ยวชม และศึกษาหาความรู้ อีกทั้งมีสินค้าที่ระลึก เช่น หน่อไม้รวก ข้าวเกรียบปลา ผลไม้แช่อิ่ม ผ้าทอ เครื่องจักสาน ซึ่งสามารถติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝาก

อาณาเขตติดต่อและการปกครอง

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอพยุหะคีรี อำเภอโกรกพระ และอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอวัดสิงห์และอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่ออำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท โดยมี แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นแบ่งเขตแดน
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอสังขละบุรี และอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

จังหวัดอุทัยธานี แบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอลานสัก อำเภอหนองขาหย่าง อำเภอหนองฉาง อำเภอทัพทัน อำเภอบ้านไร่ อำเภอสว่างอารมณ์ และอำเภอห้วยคต

การเดินทาง

ทางรถยนต์
1. จากถนนพหลโยธินผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาลงแพขนานยนต์ ที่อำเภอมโนรมย์ ผ่านวัดท่าซุง (วัดจันทาราม) ศาลากลางจังหวัด เข้าตลาดอุทัยธานี รวมระยะทางประมาณ 305 กิโลเมตร

2. จากถนนสาย 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกท่าน้ำอ้อยบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 206 ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาตามถนนสาย 333 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ผ่านหน้าโรงพยาบาลเลี้ยวซ้ายเข้าตลาดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทางประมาณ 222 กิโลเมตร

3. จากถนนสาย 32 ผ่านจังหวัดอยุธยา เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานจังหวัดอ่างทอง มาตามถนนสายในผ่านจังหวัดสิงห์บุรี อำเภอสรรพยา เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอวัดสิงห์ ผ่านวัดท่าซุง ศาลากลางจังหวัด เข้าตลาดจังหวัดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทางประมาณ 283 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถระหว่างกรุงเทพฯ-อุทัยธานีทุกวัน จากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 ทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ ตั้งแต่เวลา 04.30-17.50 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 936-3660, 936-3666 สถานีเดินรถ อุทัยธานี โทร. (056) 511-914, 512-859

นอกจากนี้จากจังหวัดอุทัยธานี สามารถเดินทางไปยังจังหวัดนครสวรรค์ สุพรรณบุรี และนครปฐม

ทางรถไฟ
ต้องโดยสารรถไฟไปลงที่สถานีนคร สวรรค์ แล้วต่อรถประจำทางมายัง อุทัยธานีอีกประมาณ 50 กิโลเมตร ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยบริการเดินทาง โทร. 223-7010, 223-7020

ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่างๆ
อำเภอทัพทัน 19 กิโลเมตร
อำเภอสว่างอารมย์ 33 กิโลเมตร
อำเภอหนองขาหย่าง 10 กิโลเมตร
อำเภอหนองฉาง 22 กิโลเมตร
อำเภอลานสัก 54 กิโลเมตร
อำเภอห้วยคต 45 กิโลเมตร
อำเภอบ้านไร่ 80 กิโลเมตร

ระยะทางจากตัวจังหวัดไปยังจังหวัดใกล้เคียง
จังหวัดนครสวรรค์ 50 กิโลเมตร
จังหวัดชัยนาท 42 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยวอุทัยธานี

อำเภอเมือง

วัดสังกัสรัตนคีรี
เป็นวัดเก่าตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้าง ในเขตเทศบาลเมือง ในวิหารของวัดประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี มีประวัติว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่างๆ เมื่อ พ.ศ. 2335-2342 สำหรับเมืองอุทัยธานีได้รับ 3 องค์ โดยอัญเชิญลงแพมาขึ้นฝั่งที่ท่าพระ (ตรงข้ามศาลาประชาคมจังหวัดอุทัยธานี) แล้วนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดขวิด พระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นพระเนื้อสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก สร้างในสมัยพระเจ้าลิไท ฝีมือช่างสุโขทัยยุค 2 ส่วนเศียรกับส่วนองค์พระเป็นคนละองค์ แต่ขนาดเดียวกัน เข้าใจว่าคงซ่อมเป็นองค์เดียวกันแล้วจึงนำมาไว้ที่เมืองอุทัยธานี ต่อมาเมื่อยุบวัดขวิดไปรวมกับวัดทุ่งแก้ว จึงได้ย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปยังวัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไป 1 กิโลเมตร และได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเศียร พร้อมกับถวายนามว่า “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”

ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปีจะมีประเพณีตักบาตรเทโว โดยพระสงฆ์ประมาณ 500 รูป จะเดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรัง มารับบิณฑบาตที่ลานวัด เป็นประเพณีที่สำคัญของจังหวัด

เขาสะแกกรัง
จากบริเวณลานวัดเชิงเขามีบันไดขึ้นไปสู่ยอดเขาสะแกกรัง หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 3220 เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณสนามกีฬาจังหวัดไปตามทางขึ้นสู่ยอดเขา บนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง เป็นที่ตั้งของมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งย้ายมาจากวัดจันทาราม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2448 ด้านหน้ามีระฆังใบใหญ่ที่พระปลัดใจและชาวอุทัยธานีร่วมกันสร้างเมื่อ พ.ศ. 2443 ถือกันว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ไปเที่ยวอุทัยธานีแล้วไม่ได้ขึ้นไปตีระฆังใบนี้ก็เท่ากับไม่ได้ไป เที่ยวอุทัยธานี ใกล้กับมณฑปบนยอดเขาสะแกกรังมีพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก แห่งรัชกาลที่ 1 ซึ่งมีพระนามเดิมว่า นายทองดี รับราชการมีตำแหน่งเป็นพระอักษรสุนทรศาสตร์ เสมียนตรากรมมหาดไทย และต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ ครั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ จักรี (พระนามเดิมว่า นายทองด้วง) ได้สถาปนาพระอัฐิพระบิดาเป็นสมเด็จพระชนกาธิบดี เมื่อปี พ.ศ. 2338

พระบรมรูปของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ
เป็นรูปหล่อขนาดสองเท่าขององค์จริง ประทับนั่งบนแท่นพระหัตถ์ซ้ายถือดาบประจำตำแหน่งเจ้าพระยาจักรีทั้งฝักวางบน พระเพลาซ้าย ส่วนพระหัตถ์ขวาทรงวางบนพระเพลาขวา ด้านขวามือมีพานวางพระมาลาเส้าสูง ไม่มียี่ก่า (ขนนก) สวมพระบาทด้วยรองเท้าแตะไม่หุ้มส้นพระบาท มีพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์แห่งนี้ ในวันที่ 6 เมษายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับช่วงที่ดอกสุพรรณิการ์ หรือฝ้ายคำ ดอกไม้ประจำจังหวัดอุทัยธานีบานสะพรั่งอยู่ทั่วไปบนเขาสะแกกรัง

วัดมณีสถิตย์กปิฏฐาราม
ตั้งอยู่ที่ถนนสุนทรสถิตย์อยู่หน้าสวนสุขภาพในเขตเทศบาลเมือง เป็นวัดที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ชาวเมืองเรียกกันว่าวัดทุ่งแก้ว ในวัดนี้มีพระปรางค์ใหญ่อยู่องค์หนึ่ง ฐานกว้าง 8 เมตร สูง 16 เมตร ลักษณะเป็นปรางค์ห้ายอด สร้างเมื่อ พ.ศ. 2452 ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อแย้มผู้สร้างวัดนี้ บริเวณวัดมีสระน้ำก่ออิฐ เป็นสระน้ำมนต์ขนาดใหญ่ กลางสระมีแผ่นศิลาอักขระยันต์ของหลวงพ่อแย้มฝังเอาไว้ น้ำในสระแห่งนี้เคยใช้เป็นน้ำสรงพุทธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7

วัดธรรมโฆษก (วัดโรงโค)
เป็นวัดที่สร้างในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอุทัย ตำบลอุทัยใหม่ เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒนสัตยาของข้าราชการเมืองอุทัยธานี และเป็นลานประหารนักโทษ

โบสถ์ของวัดเป็นโบสถ์สมัยรัตนโกสินทร์ ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมืองดงามที่สุดในอุทัยธานี น่าจะเป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลายที่ยังหลงเหลืออยู่ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นภาพพุทธประวัติบางตอน เช่น ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ ปางผจญมาร ด้านข้างและด้านบนเป็นภาพเทพชุมนุมสลับกับพัดยศ ช่องว่างบานประตู เป็นภาพพระพุทธเจ้ารับคนโทน้ำและรวงผึ้งจากช้างกับลิง เป็นภาพที่เขียนในชั้นหลังคนละฝีมือกัน ด้านนอกมีลายปูนปั้นเป็นกรอบฝีมือพองาม

สำหรับวิหารสร้างยกพื้นสูงกว่าโบสถ์ ภายในมีแท่นสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปซึ่งมีอยู่ประมาณ 20 องค์ จัดเรียงอย่างมีระเบียบ บนหน้าต่างด้านนอกมีลายปูนปั้นเป็นเรื่องรามเกียรติ์ประดับเป็นกรอบ และประตูวิหารเป็นไม้จำหลักลายดอกไม้ทาสีแดงงดงามมาก โบสถ์และวิหารมีพระปรางค์และเจดีย์เรียงรายอยู่ 2-3 องค์

กำแพงรอบโบสถ์ก่อต่อกับฐานวิหารเพราะมีพื้นสูงกว่า ประตูเข้ากำแพงทำซุ้มแบบจีน และหลังโบสถ์มีซุ้มสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปด้วยเช่นเดียวกับด้านหน้า มีกุฏิเล็กอยู่ติดกับกำแพงโบสถ์ ซึ่งเป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยา บานประตูวัดก็เป็นศิลปะการแกะสลักของช่างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แกะเป็นลายดอกไม้ประกอบใบกระจังต่อก้านสลับดอกเรียงเป็นแถวสวยงามมาก พื้นในทาสีแดง เข้าใจว่าเดิมคงลงสีทองบนตัวลายไว้ สำหรับบานหน้าต่างก็แกะเป็นลวดลายเดียวกัน

ลำน้ำสะแกกรัง
เป็นลำน้ำที่ไหลผ่านตัวจังหวัดอุทัยธานี เฉพาะส่วนที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี จะมีเรือนแพจอดเรียงรายอยู่ทั้งสองริมฝั่งน้ำ ฝั่งแม่น้ำทิศตะวันตกข้างบนเป็นตลาดใหญ่ มีอาคารบ้านเรือนหนาแน่น ส่วนฝั่งแม่น้ำทิศตะวันออกเป็นเกาะเทโพ ที่มีสวนผลไม้และป่าไผ่ตามธรรมชาติ เรือนแพที่อยู่สองฝั่งแม่น้ำเป็นเรือนไม้สร้างคร่อมบนแพลูกบวบไม้ไผ่ ชาวเรือนแพเหล่านี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการประมง ในช่วงเช้าหลังจากที่ได้ปลามาจะนำมาเสียบไม้เป็นแผง ผึ่งให้แห้ง ย่างรมควันทำเป็นปลาแห้ง ตามเรือนแพริมน้ำยังมีกระชังเลี้ยงปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาแรด เป็นภาพที่สามารถพบเห็นได้ตามสองฝั่งลำน้ำสะแกกรัง จึงเหมาะสำหรับนั่งเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งได้รอบตัวเกาะ ส่วนเรือนแพที่อยู่ฝั่งทิศตะวันออกที่อยู่ตรงข้ามกับชุมชนเมือง นักท่องเที่ยวสามารถว่าจ้างเรือจากบริเวณท่าเรือตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี

วัดอุโปสถาราม
เดิมชื่อวัดโบสถ์มโนรมย์ ชาวบ้านเรียกว่าวัดโบสถ์ เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมลำน้ำสะแกกรังในเขตเทศบาลเมือง จากตลาดสดเทศบาล มีสะพานข้ามแม่น้ำไปยังวัดอุโปสถาราม ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่ จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ เป็นภาพเขียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกี่ยวกับพุทธประวัติเริ่มตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพานฝีมือประณีตมาก และจิตรกรรมฝาผนังในวิหาร เป็นฝีมือสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เขียนเป็นภาพพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดเทพยดาบนสวรรค์และภาพปลงสังขาร ด้านบนฝาผนังเป็นพระสงฆ์สาวกชุมนุมสลับกับพัดยศเหมือนจะไหว้พระประธานใน วิหาร ฝาผนังด้านนอกหน้าวิหารมีภาพถวายพระเพลิงศพพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและภาพชีวิต ชาวบ้านที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา เข้าใจว่าเป็นฝีมือชั้นหลัง นอกจากนี้ภายใน.วัดอุโปสถาราม ยังมีสิ่งของที่น่าชมอีกมาก เช่น เสมาหินสีแดงหน้าโบสถ์ ตู้พระธรรมและตู้ใส่ของเขียนลายกนกเถาลายดอกไม้ บาตรฝาประดับมุกที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 เป็นฝีมือช่างสิบหมู่ และหงส์ยอดเสา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่น่าชมหลายหลัง

วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)
ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลน้ำซึม ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ตามทางสาย 3265 มุ่งตรงไปทางแพข้ามฟากอำเภอมโนรมย์ ประมาณ 12 กิโลเมตร เดิมเป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยา มีโบสถ์ขนาดเล็ก ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือพื้นบ้าน เข้าใจว่าเขียนในสมัยหลัง เป็นเรื่องพุทธประวัติบางภาพต่อเติมจนผิดส่วน มีศาลามณฑปแก้วที่สร้างขึ้นใหม่และอาคารเรียนขนาดใหญ่ รวมทั้งมีท่าเรือคอนกรีตริมฝั่งแม่น้ำ เพื่อรองรับพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาทางน้ำ วิหารมีพระปูนปั้นฝีมือพองาม มีลายไม้จำหลักขอบหน้าบันเหลืออยู่ 2-3 แห่ง สิ่งที่เป็นโบราณวัตถุของวัดคือ ธรรมมาสน์ที่หลวงพ่อใหญ่สร้าง ด้านตรงข้ามกับวัดเป็นปูชนียสถานแห่งใหม่ มีการก่อสร้างอาคารต่างๆ มากมาย ซึ่งสร้างโดยพระราชมหาวีระ ถาวาโร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) พระเถระที่มีชื่อเสียงเป็นบริเวณพุทธาวาสที่น่าชมมาก พระอุโบสถใหม่สร้างสวยงามภายในประดับและตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่างและประตูด้านในเขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำเนินมาตัดลูกนิมิตพระอุโบสถ บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้วและมีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า นอกจากนี้ปูชนียสถานแห่งใหม่ยังมีบริเวณกว้างขวางมาก มีศาลาอยู่หลายหลังสำหรับใช้เป็นสถานที่ฝึกสมาธิและมีที่พักให้ด้วย

ศูนย์วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
ตั้งอยู่ที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ถนนศรีอุทัย (ใกล้ศาลากลางจังหวัด) ภายในจัดแสดงเป็นห้องต่าง ๆ เช่น ห้องพัฒนาอาชีพ ห้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีห้องจัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ห้องแสดงเครื่องแต่งกาย เสื้อผ้ายศเจ้าเมือง ห้องจำลองไม้จำหลักและบ้านไทย เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. สามารถติดต่อต่อเข้าชมเป็นหมู่คณะสอบถามรายละเอียดได้ที่ (056) 511511

พระแสงราชศัสตราวุธประจำเมืองอุทัยธานี
สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นพระแสงดาบที่จังหวัดอุทัยธานีได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จพระราชดำเนินประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือที่เมืองอุทัยธานี เมื่อ พ.ศ. 2444 เป็นพระแสงดาบที่พระราชทานเป็นอันดับ 3 (อันดับ 1 เมืองอยุธยา อันดับ 2 เมืองชัยนาท)

พระแสงราชศัตราวุธ เป็นดาบไทยทำด้วยเหล็กอย่างดีสีขาวเป็นมัน ปลายแหลม คมด้านเดียว มีน้ำหนักเบา สันเป็นลายทอง ฝังงาในเนื้อเหล็กรูปดอกไม้ร่วง และริมสันทั้งสองข้างมีลายทองเป็นรูปก้านขด โคนตรงกลางมีจารึกนามอักษร “พระแสงสำหรับเมืองอุไทยธานี” ด้ามพระแสงทำด้วยไม้เนื้อแข็งหุ้มทองลงยา โคนเป็นลายกนกตราอ้อย ปลายด้ามเป็นรูปจุฑามณีบัวคว่ำ 3 ชั้น ประดับด้วยพลอย ต้นฝักพระแสงทำด้วยทองคำเป็นรูปรักร้อยประดับพลอย มีกาบกนกหุ้มต้นฝักทำด้วยทองคำเป็นลายก้านขด ช่อดอกแกมใบประดับพลอย ตัวฝักพระแสงทำด้วยทองคำดุน แถบฝักทั้งสองข้างมีลวดลายต่างๆ สวยงามมาก นับเป็นศิลปกรรมฝีมือเยี่ยมแห่งกรุงรัตนโกสินทร์และเป็นพระแสงดาบสำคัญประจำ เมืองอุทัยธานี ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่คลังจังหวัดอุทัยธานี จะนำออกเฉพาะในงานพระราชพิธีเท่านั้น

เขื่อนวังร่มเกล้า
ตั้งอยู่ที่บ้านใต้ ตำบลทุ่งใหญ่ เขตอำเภอเมือง การเดินทางใช้เส้นทางจากอำเภอทัพทันไปอำเภอโกรกพระ ตามทางหลวงหมายเลข 3005 เป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรัง 1.5 กิโลเมตร ถึงเขื่อนวังร่มเกล้า เขื่อนนี้เป็นเขื่อนชลประทานขนาดเล็กกั้นแม่น้ำตากแดดหรือแม่น้ำสะแกกรังในเขตอำเภอเมืองอุทัยธานี ทัศนียภาพบริเวณอ่างเก็บน้ำหน้าเขื่อนสวยงาม

เมืองโบราณบ้านใต้ หรือบ้านได้
อยู่ตำบลทุ่งใหญ่ เลยท้ายเขื่อนวังร่มเกล้าไป 300 เมตร เป็นสถานที่พบซากโบราณสถานระฆังหิน ฐานพระพุทธรูปยืนทำด้วยศิลา กำไลหิน พระพุทธรูปสำริด สภาพเมืองยังคงมีแนวกำแพงดินเหลืออยู่บ้าง

อำเภอหนองขาหย่าง

บึงทับแต้
จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3265 ประมาณ 12 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าทางลูกรัง บริเวณสะพานคลองยางไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร หรืออาจจะเช่าเรือจากบริเวณปากคลองยางเข้าไปยังบึงเป็นระยะทาง 5-6 กิโลเมตร บึงทับแต้อยู่ตอนปลายของห้วยขวี ซึ่งมีความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร ส่วนที่เป็นบึงกว้างประมาณ 330 เมตร เป็นแหล่งที่มีปลาอาศัยอยู่ริมบึงอย่างชุกชุม ชาวบ้านได้อาศัยน้ำและจับปลาในบึงนี้ ริมบึงตรงบ้านท่าทอง พบแหล่งของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ มีเครื่องมือเหล็ก ภาชนะดินเผา ลูกปัด กำไลแก้ว เป็นต้น จัดว่าเป็นชนเผ่าที่เจริญ เพราะรู้จักใช้โลหะเป็นเครื่องประดับ นอกจากนี้ยังพบขวดเหล้าของชาวตะวันตกสมัยอยุธยาด้วย

เมืองโบราณบ้านคูเมือง
อยู่ที่ตำบลดงขวาง เป็นสถานที่พบระฆังหิน เครื่องมือหิน หินบดยา ลูกปัดสี และพระพิมพ์ดินดิบ

วัดหนองพลวง
ตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนหนองขาหย่างวิทยาคม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2400 สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระอุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ทรงจั่ว หน้าบันประดับลวดลายปูนปั้นและเครื่องถ้วยเคลือบ มีทางเข้าทางเดียว ไม่มีช่อฟ้า เสมาโดยรอบเป็นหินสลักสวยงามบนฐานรูปดอกบัว

อำเภอหนองฉาง

เมืองอุไทยธานีเก่า
อยู่ที่บ้านอุทัยธานีเก่า เป็นที่ตั้งของเมืองอุไทยธานีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งยังคงมีซากโบราณสถานเหลืออยู่ เช่น วัดหัวหมาก วัดยาง และวัดกุฏิ ส่วนบริเวณโดยรอบได้กลายเป็นทุ่งนาไปหมด วัดที่ยังคงสภาพอยู่จนถึงปัจจุบันนี้คือ วัดแจ้ง มีพระปรางค์ซึ่งเดิมสร้างเมื่อ พ.ศ. 2081 ต่อมาถูกพม่าทำลายยอดหัก จึงบูรณะซ่อมแซมใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2458 พร้อมกับโบสถ์เก่าซึ่งเป็นโบสถ์ขนาดเล็กประตูเดียว แบบอยุธยาตอนปลาย ลายปูนปั้นของพระปรางค์และหน้าบันโบสถ์เป็นฝีมือเดียวกัน อีกวัดหนึ่งคือ วัดหัวเมือง ยังคงมีซากโบสถ์เก่าแบบอยุธยาเหลืออยู่ และเจดีย์โบราณขนาดเล็กหน้าโบสถ์เก่า

ถ้ำน้ำพุเขากวางทอง
เป็นถ้ำที่อยู่ในเขากวางทอง ตำบลทุ่งโพ มีความสูงประมาณ 325 เมตร ห่างจากอำเภอหนองฉางประมาณ 20 กิโลเมตร อยู่ขนานกับเขาบางแกรก ที่ราบลุ่มตรงกลางเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เดิมมีสัตว์ป่ามากินน้ำ โดยเฉพาะพวกกวางมีมากเป็นพิเศษ ถ้ำน้ำพุอยู่เชิงเขาภายในถ้ำมีน้ำพุ และมีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก

วัดหนองขุนชาติ
เป็นวัดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ มีอุโบสถเก่าภายในเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 5 เขียนเกี่ยวกับพุทธประวัติปางต่างๆ เช่น ตอนธิดาพระยามารมารำยั่วยวน ตอนเทศน์โปรดเทวดา ตอนหนีออกบรรพชา เป็นต้น ด้านบนเป็นพระสงฆ์ชุมนุมนั่งพนมมือ ที่น่าสังเกตก็คือ ภาพคนแต่งตัวสวมหมวกปีกอย่างชาวตะวันตก นอกจากอุโบสถเก่าแล้ว ยังมีมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอยู่ มีการจัดงานนมัสการพระพุทธบาทเป็นประจำทุกปี

อำเภอทัพทัน

วัดทัพทัน
ตั้งอยู่บนถนนสายอุทัยธานี-ทัพทัน ห่างจากตัวอำเภอเมืองประมาณ 19 กิโลเมตร ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอ 1 กิโลเมตร มีประตูโบสถ์อันงดงาม ฝีมือช่างสมัย รัตนโกสินทร์ บานหนึ่งแกะเป็นรูปคนถือธง ระบุ พ.ศ. 2466 อีกบานหนึ่งระบุว่าเป็นปีกุน มีลวดลายสวยงาม อกเลาบานประตูมีลวดลายยาวตลอด บานประตูอีกคู่หนึ่งแกะเป็นรูปเทวดาถือคันศรยืนบนพระยานาค ข้างล่างเป็นภูเขามีสัตว์ต่างๆ ส่วนด้านบนเป็นลานกนกมะลิเลื้อย ฝีมือช่างคนละคนกับรูปเสี้ยวกาง บานประตูคู่นี้ไม่แกะลวดลายที่อกเลา เข้าใจว่าเป็นช่างพื้นบ้าน

แหล่งทอผ้าพื้นเมืองบ้านโคกหม้อ
ตั้งอยู่ที่ตำบลโคกหม้อ การเดินทางจากอำเภอทัพทันไปยังอำเภอสว่างอารมย์ ตามเส้นทางสาย 3013 ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือไปยังบ้านโคกหม้ออีกประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านขนาเล็กของชาวไทยลาวที่อพยพมาอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการผ้าทอพื้นเมืองมานาน โดยชาวบ้านนิยมทอผ้าเมื่อหมดฤดูทำนา ลักษณะที่ทอกัน ส่วนใหญ่เป็นผ้าซิ่นตีนจก ผ้ามัดหมี่ ผ้ายกดอกลายเชิงแบบเก่า

เขาปฐวี
อยู่ในตำบลตลุกดู่ เป็นเทือกเขาขนาดเล็กยาวประมาณ 720 เมตร สูง 253 เมตร มีลักษณะเป็นเทือกเขาหินที่เรียงซ้อนกันเป็นยอด ค่อนข้างสูงชัน มีถ้ำอยู่เรียงรายโดยรอบประมาณ 30 ถ้ำ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ เช่น ถ้ำประทุน ถ้ำบันได ถ้ำอ่าง ถ้ำช่องลม ถ้ำพุทธประวัติ ถ้ำปลา และถ้ำค้างคาว เป็นต้น บริเวณลานกว้างหน้าเขามีร่มไม้และฝูงลิงจำนวนมาก บริเวณนี้ยังพบเครื่องมือหินและโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ด้วย

การเดินทางจากอำเภอเมืองอุทัยธานีไปตามทางหลวงหมายเลข 3013 เข้าสู่อำเภอทัพทัน จากอำเภอทัพทันมีเส้นทางไปยังเขาปฐวีอีกเป็นระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 18 กิโลเมตร

ตลาดนัดโค กระบือหนองหญ้าปล้อง
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองหญ้าปล้อง เดินทางจากอำเภอทัพทันไปตามถนนสายทัพทัน-โกรกพระ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบตลาดทางด้านขวามือ ซึ่งเป็นตลาดที่มีบริเวณพื้นที่ซื้อขายกว้างใหญ่ ตลาดนัดแห่งนี้จะมีเฉพาะวันพระและวันโกนเท่านั้น ในแต่ละครั้งที่มีการซื้อขายจะมีโค กระบือที่ถูกนำมาขายนับพันตัว

อำเภอสว่างอารมย์

เขากวางทองไผ่เขียว
เป็นเขาสูง 372 เมตร อยู่ตำบลไผ่เขียว ห่างจากตัวอำเภอ 9 กิโลเมตร มีหน้าผาสวยงาม และถ้ำอีกหลายแห่งหินงอกหินย้อยเป็นประกายระยิบระยับสวยงาม ใกล้เขากวางทองมีเขาเล็กๆ คือ เขาลูกไก่ที่มีหินสลับซับซ้อนแปลกตา มีเขาพระอยู่ทางด้านเหนือ ซึ่งมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่

เมืองโบราณบึงคอกช้าง
อยู่ที่ตำบลไผ่เขียว ใช้เส้นทางสว่างอารมย์-ลาดยาว ทางหลวงหมายเลข 3013 ก่อนสุดเขตจังหวัดอุทัยธานี มีทางลูกรังแยกซ้ายไปบึงคอกช้าง ประมาณอีก 20 กิโลเมตร ค่อนข้างห่างไกลชุมชน เป็นเมืองโบราณที่มีคูเมืองและกำแพงดินล้อมรอบ ค้นพบซากโบราณ เครื่องปั้นดินเผา หินบดยา เครื่องมือเหล็ก ลูกปัดสีเหลือง นอกจากนี้ยังขุดพบศิลาจารึกอักษรขอมโบราณ 3 หลัก ปัจจุบันมีสภาพเป็นสวนป่าปลูกมีต้นไม้ขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่ทั่วไป ส่วนบริเวณคูเมืองตื้นเขิน

เขาหินเทิน
อยู่ตำบลพลวงสองนาง มีลักษณะเป็นหินก้อนใหญ่ที่เทินกัน และยื่นออกมาจากพื้นเขา ก้อนหินขนาดใหญ่นี้มีสีขาวเกลี้ยงมัน ภายในเขาหินเทินยังมีถ้ำลึกอยู่ด้วย

อำเภอห้วยคต

น้ำตกไซเบอร์ หรือน้ำตกหินลาด
เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้หมู่บ้านไซเบอร์ ตำบลคอกควาย อำเภอห้วยคต อยู่ห่างจากจังหวัด 86 กิโลเมตร น้ำตกนี้เกิดจากลำห้วยล่อยจ้อยที่ไหลมาจากภูเขาสูงของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าห้วยขาแข้ง จึงทำให้เกิดน้ำตกขึ้นเป็นระยะๆ หลายชั้น น้ำตกส่วนที่อยู่ตอนบนเรียกน้ำตกล่อยจ้อย บางแห่งตกจากที่สูงปะทะกับก้อนหินใหญ่ เรียก น้ำตกหินลาด ข้างล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่รับน้ำตกที่ตกลงมาไม่ขาดสาย บางแห่งไหลซอกซอนล้นไปตามเกาะแก่งของหินลงสู่เบื้องล่าง เป็นทางยาวสูงต่ำหลายชั้น บริเวณโดยรอบเป็นป่าหวายและมีต้นไม้ร่มครึ้ม

น้ำพุร้อนบ้านสมอทอง
ตั้งอยู่ที่บ้านสมอทอง ตำบลคอกควาย เป็นน้ำพุร้อนแบบธรรมชาติขนาดเล็กที่ผุดขึ้นมาผิวดินโดยไหลผ่านช่องเขาสอง ลูก น้ำที่ผุดขึ้นมานี้จะไหลรวมกันเป็นลำธารสายเล็กๆ ไหลลงสู่ลำธารคอกควาย น้ำพุที่ผุดนี้ ใส มีกลิ่นกำมะถันฉุน และมีความร้อนขนาดต้มไข่สุกภายใน 5 นาที โดยน้ำจะไหลลาดตามหินของภูเขาลงไปรวมกับน้ำในลำห้วยคอกควาย

การเดินทางสามารถเดินทางจากอำเภอหนองฉางสู่อำเภอบ้านไร่ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 333 จนถึงกิโลเมตรที่ 41 จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังเข้าบ้านวังบ่าง-สมอทอง ไปตามเส้นทางสายนี้ประมาณ 24 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเป็นทางเล็กๆ ไปยังสำนักสงฆ์น้ำพุร้อนบ้านสมอทองอีกประมาณ 500 เมตร จะถึงลำธารคอกควายให้เดินข้ามไปอีกประมาณ 50 เมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำพุร้อนบ้านสมอทอง

 
Nanachart Hotel & Resort Group


แพพี่ต้น : ชมธรรมชาติทะเลน้ำจืด เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และตกปลา จ.กาญจนบุรี สนใจติดต่อ โทร. 01-8569063
แพพี่ต้น

ชมธรรมชาติ ท่ามกลางสายน้ำ และขุนเขา เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตกปลา สนใจติดต่อได้ที่โทร : 08-1856-9063
ล่องไพรทัวร์

ภูไพร เลค รีสอร์ท - อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
 
เว็บไซท์น่าสนใจ
ดำน้ำเกาะทะลุ
รับทำ seo
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ฮ่องกง
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ญี่ปุ่น
ที่พักหัวหิน
ที่พักชะอำ
ที่พักพัทยา
ที่พักปาย
ที่พักเขาใหญ่
ดำน้ำเกาะเต่า
ภูไพร เลค รีสอร์ท
แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว 77 จังหวัด
เที่ยวภาคตะวันออก : ชลบุรี : ระยอง : จันทบุรี : ตราด
เพื่อนบ้าน
trekkingthai : จองที่พัก : ที่พักราคาถูก : thailand hotels : เสื้อผ้าเด็ก : ชุดนอนเด็ก : ชุดว่ายน้ำเด็ก : ชุดว่ายน้ำ : บิกินี่ : ชุดคลุมท้อง : Pantip Review : Saraburi Booking : Saraburi Travel : สระบุรี : ทัวร์ : โปรแกรมทัวร์ : บริษัททัวร์
ติดต่อลงโฆษณาได้ที่ : webmaster@relaxzy.com ทะเบียนพาณิชย์เลขที่ : 0737314703679