ท่องเที่ยว | สถานที่ท่องเที่ยว | จองโรงแรม | ติดต่อลงโฆษณา
 
ท่องเที่ยว
พื้นที่โฆษณา
 
ทัวร์
จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พักราคาถูก
voucher
จังหวัดอุดรธานี
จังหวัดอุดรธานี
ที่พักอุดรธานี
เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้อง
   
แหล่งท่องเที่ยว
วนอุทยานน้ำตกธารงาม
วนอุทยานวังสามหมอ
วัดป่าบ้านตาด
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
 
เมนูท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยว
จองโรงแรม
ที่พักต่างประเทศ
บอร์ดท่องเที่ยว
แนะนำที่พัก
แนะนำทัวร์
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
ร้านอาหาร
รถเช่า
ตั๋วเครื่องบิน
ข่าวสารท่องเที่ยว
รวมเว็บไซท์
 
ที่พักภาคเหนือ
ที่พักกำแพงเพชร
ที่พักเชียงราย
ที่พักเชียงใหม่
ที่พักตาก
ที่พักนครสวรรค์
ที่พักน่าน
ที่พักพะเยา
ที่พักพิจิตร
ที่พักพิษณุโลก
ที่พักเพชรบูรณ์
ที่พักเขาค้อ
ที่พักแพร่
ที่พักแม่ฮ่องสอน
ที่พักปาย
ที่พักลำปาง
ที่พักลำพูน
ที่พักสุโขทัย
ที่พักอุตรดิตถ์
ที่พักอุทัยธานี
 
ที่พักภาคอีสาน
ที่พักกาฬสินธุ์
ที่พักขอนแก่น
ที่พักชัยภูมิ
ที่พักนครพนม
ที่พักนครราชสีมา
ที่พักเขาใหญ่
ที่พักปากช่อง
ที่พักบึงกาฬ
ที่พักบุรีรัมย์
ที่พักมหาสารคาม
ที่พักมุกดาหาร
ที่พักยโสธร
ที่พักร้อยเอ็ด
ที่พักเลย
ที่พักศรีสะเกษ
ที่พักสกลนคร
ที่พักสุรินทร์
ที่พักหนองคาย
ที่พักหนองบัวลำภู
ที่พักอำนาจเจริญ
ที่พักอุดรธานี
ที่พักอุบลราชธานี
 
ที่พักภาคกลาง
ที่พักกรุงเทพ
ที่พักกาญจนบุรี
ที่พักฉะเชิงเทรา
ที่พักชัยนาท
ที่พักนครนายก
ที่พักนครปฐม
ที่พักนนทบุรี
ที่พักปทุมธานี
ที่พักประจวบคีรีขันธ์
ที่พักหัวหิน
ที่พักปราณบุรี
ที่พักปราจีนบุรี
ที่พักอยุธยา
ที่พักเพชรบุรี
ที่พักชะอำ
ที่พักราชบุรี
ที่พักสวนผึ้ง
ที่พักลพบุรี
ที่พักสมุทรปราการ
ที่พักสมุทรสาคร
ที่พักสมุทรสงคราม
ที่พักสระแก้ว
ที่พักสระบุรี
ที่พักสิงห์บุรี
ที่พักสุพรรณบุรี
ที่พักอ่างทอง
 
ที่พักภาคตะวันออก
ที่พักชลบุรี
ที่พักพัทยา
ที่พักจันทบุรี
ที่พักตราด
ที่พักระยอง
 
ที่พักภาคใต้
ที่พักกระบี่
ที่พักชุมพร
ที่พักตรัง
ที่พักนครศรีธรรมราช
ที่พักนราธิวาส
ที่พักปัตตานี
ที่พักพัทลุง
ที่พักพังงา
ที่พักภูเก็ต
ที่พักยะลา
ที่พักระนอง
ที่พักสงขลา
ที่พักสตูล
ที่พักสุราษฎร์ธานี
 
ที่พักบนเกาะต่างๆ
ที่พักเกาะช้าง
ที่พักเกาะหมาก
ที่พักเกาะกูด
ที่พักเกาะเสม็ด
ที่พักเกาะสีชัง
ที่พักเกาะล้าน
ที่พักเกาะสมุย
ที่พักเกาะเต่า
ที่พักเกาะพะงัน
ที่พักเกาะพีพี
ที่พักเกาะลันตา
ที่พักเกาะมุก
ที่พักเกาะหลีเป๊ะ
ที่พักเกาะไหง
 

:: อุดรธานี ::

จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการท่องเที่ยวของภาคตะวันออก เฉียงเหนือของประเทศไทยในปัจจุบัน มีความสำคัญอย่างยิ่งในทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของแหล่งอารยธรรมบ้านเชียง ซึ่งเป็นร่องรอยของอารยธรรมมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนอกจากนี้ อุดรธานียังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง มีการทำหัตถกรรมที่น่าสนใจต่างๆ เช่น ผ้าขิด ชุมชนพื้นบ้านมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายมีเสน่ห์ตามแบบฉบับชุมชนไทยอีสาน ในเมืองและตามสถานที่ต่างๆ มีโรงแรมที่พักมากมาย และการคมนาคมสะดวกสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสนามบิน อุดรธานีจึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่นักเดินทางไม่ควรพลาดมาเยี่ยมเยือน

จังหวัดอุดรธานี มีเนื้อที่ประมาณ 11,730 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 7.33 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ของประเทศ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง ประกอบด้วยทุ่งนา ป่าไม้ และภูเขา พื้นที่เอียงลาดลงสู่แม่น้ำโขงทางจังหวัดหนองคาย ทางทิศตะวันตกมีภูเขาและป่าติดต่อกันเป็นแนวยาว มีทิวเขาสำคัญคือทิวเขาภูพาน ทอดเป็นแนวยาวตั้งแต่ตอนเหนือสุดจนถึงทางใต้สุดจังหวัดอุดรธานีมีประวัติ ศาสตร์อันยาวนาน จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบแสดงให้เห็นว่าบริเวณที่เป็นจังหวัดอุดรธานี ในปัจจุบันนี้ เคยมีชุมชนมนุษย์อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ หรือราว 5,000-7,000 ปีมาแล้ว เป็นชุมชนโบราณที่มีอารยธรรมความเจริญในระดับสูง สันนิษฐานว่าเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่พบที่บ้านเชียงนั้น อาจเป็นเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่เก่าแก่ที่สุดของโลกบริเวณนี้มีชุมชน อาศัยอยู่ต่อมา แต่เป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ที่ไม่มีบทบาทในทางประวัติศาสตร์แต่อย่างใด จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2428 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมและเจ้าหมื่นไวยวรนาถ ยกทัพไปปราบปรามพวกฮ่อในมณฑลลาวพวนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ที่รวมตัวกันก่อการร้าย กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม แม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ ได้นำทัพผ่านมายังบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของจังหวัดอุดรธานีปัจจุบันนี้ และไปทำการปราบปรามพวกฮ่อจนสงบ ซึ่งในขณะนั้นชุมชนเดิมของอุดรธานียังเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ “บ้านหมากแข้ง” หรือ “บ้านเดื่อหมากแข้ง” อยู่ภายใต้การปกครองของเมืองหนองคายซึ่งขึ้นอยู่กับมณฑลลาวพวนต่อมาเกิดกรณี พิพาท ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส และไทยเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส ตามสนธิสัญญามีเงื่อนไขห้ามประเทศสยามตั้งกองทหารและป้อมปราการในรัศมี 25 กิโลเมตรจากฝั่งแม่น้ำโขง กองกำลังทหารไทยที่ตั้งประจำอยู่ที่เมืองหนองคาย ซึ่งมีกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมเป็นข้าหลวงใหญ่สำเร็จราชการ จึงต้องเคลื่อนย้ายถอยร่นมาจนถึงบ้านเดื่อหมากแข้ง แล้วกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมก็ตั้งศูนย์มณฑลลาวพวนและกองทหารขึ้นใหม่ ณ หมู่บ้านแห่งนี้ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “มณฑลอุดร” ขึ้นที่บ้านหมากแข้ง จนกระทั่งได้มีการปรับปรุงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ยกเลิกการปกครองในระบบมณฑลเทศาภิบาล มณฑลอุดรจึงถูกยุบเลิกไป และเปลี่ยนเป็น “จังหวัดอุดรธานี” นับแต่นั้นมา

ปัจจุบันจังหวัดอุดรธานีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 18 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอหนองวัวซอ อำเภอหนองหาน อำเภอบ้านผือ อำเภอบ้านดุง อำเภอกุมภวาปี อำเภอโนนสะอาด อำเภอเพ็ญ อำเภอน้ำโสม อำเภอกุดจับ อำเภอศรีธาตุ อำเภอวังสามหมอ อำเภอทุ่งฝน อำเภอสร้างคอม อำเภอไชยวาน อำเภอหนองแสง อำเภอนายูง อำเภอพิบูลย์รักษ์ กิ่งอำเภอกู่แก้ว และกิ่งอำเภอประจักษ์ศิลปาคม

การเดินทาง

อุดรธานีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 564 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดอุดรธานีได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง รถไฟ และเครื่องบิน

โดยรถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดบริการรถไฟวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-อุดรธานี ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2220 4334, 0 2220 4444 www.railway.co.th

โดยรถยนต์

รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น ถึงอุดรธานี รวมระยะทางประมาณ 564 กิโลเมตร

โดยรถประจำทาง

มีบริการรถโดยสารทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-อุดรธานีทุกวัน รถออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนกำแพงเพชร (หมอชิต 2) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 1490, 0 2936-2852–66 และที่สถานี ขนส่งอุดรธานี โทร. 0 4222 1489 www.transport.co.th (มีรถออกทุก ๆ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 05.00 – 23.00 น.)

โดยเครื่องบิน

เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ-อุดรธานีทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1566, 0 2356 1111 www.thaiairways.com นอกจากนั้นไทยแอร์ เอเชีย และนกแอร์ ยังมีเที่ยวบินไปอุดรธานีทุกวัน สอบถามรายละเอียดโทร. 0 2515 9999 www.airasia.com และ โทร. 1318, 0 2900 9955 www.nokair.co.th

การเดินทางภายใน อุดรธานี

ในตัวจังหวัดอุดรธานีมีรถชนิดต่างๆ ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการยานพาหนะต่างๆ ได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสม

รถสองแถว มีวิ่งบริการจากสถานีขนส่งไปยังที่ต่างๆ ในตัวเมือง นักท่องเที่ยวอาจเหมารถสองแถวไปเที่ยวได้ทั้งในเมืองและต่างอำเภอ คิดราคาวันละ 1,000-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและการต่อรอง

รถสามล้อเครื่องและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จอดอยู่ตามจุดต่างๆ ในจังหวัด เช่น หน้าตลาดเทศบาล หน้าสถานีขนส่ง ค่าบริการมีทั้งแบบตกลงกันตามแต่ระยะทางและแบบเหมาจ่าย

ระยะทางจากอำเภอเมืองอุดรธานีไปยังอำเภอต่างๆ คือ

อำเภอกุดจับ 24 กิโลเมตร
อำเภอหนองหาน 35 กิโลเมตร
อำเภอหนองแสง 35 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอประจักษ์ศิลปาคม 36 กิโลเมตร
อำเภอหนองวัวซอ 39 กิโลเมตร
อำเภอกุมภวาปี 43 กิโลเมตร
อำเภอเพ็ญ 43 กิโลเมตร
อำเภอพิบูลย์รักษ์ 50 กิโลเมตร
อำเภอโนนสะอาด 53 กิโลเมตร
อำเภอบ้านผือ 55 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอกู่แก้ว 61 กิโลเมตร
อำเภอไชยวาน 62 กิโลเมตร
อำเภอทุ่งฝน 65 กิโลเมตร
อำเภอสร้างคอม 68 กิโลเมตร
อำเภอศรีธาตุ 72 กิโลเมตร
อำเภอบ้านดุง 84 กิโลเมตร
อำเภอวังสามหมอ 96 กิโลเมตร
อำเภอน้ำโสม 110 กิโลเมตร
อำเภอนายูง 129 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยวอุดรธานี

พระธาตุดอนแก้ว
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระมหาธาตุเจดีย์ ตั้งอยู่หมู่ 5 บ้านดอนแก้ว ประดิษฐานอยู่กลางวัดมหาธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม สูงประมาณ 18 วาเศษ องค์พระธาตุมีลักษณะการสร้าง 2 ชั้น แต่ละชั้นมีรูปแกะสลักเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ นรก-สวรรค์ การก่อสร้างพระธาตุเป็นหินทรายรูปทรงสี่เหลี่ยม ยาวประมาณ 1 ศอก รอบนอกฉาบด้วยปูน สันนิษฐานว่าวัดพระธาตุดอนแก้ว ใบเสมา และเสาหินสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 12–13 การเดินทาง จากอำเภอเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 2 และทางหลวงหมายเลข 2350 ถึงอำเภอกุมภวาปี เลี้ยวซ้ายบริเวณสวนธรรมชาติเข้าไป 3.4 กิโลเมตร (ห่างจากอำเภอเมือง 50 กิโลเมตร)

พระพุทธบาทบัวบาน
ตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตตำบลเมืองพาน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอันเก่าแก่อยู่ในโบสถ์ และมีการขุดค้นพบใบเสมาที่ทำด้วยหินทรายเป็นจำนวนมากใบเสมาเหล่านี้สลักเป็น รูปเทวดา และนางอัปสร เป็นศิลปะทวาราวดีผสมศิลปะลพบุรี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง
ตั้งอยู่ที่บ้านเชียง ตำบลบ้านเชียง เป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก

พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี
จัดตั้งขึ้นในอาคารราชินูทิศ ซึ่งเป็นอาคารเก่า สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 พิพิธภัณฑ์ฯนี้จัดเปิดทำการให้บริการแก่ประชาชนเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2547 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนาจังหวัดอุดรธานีที่ชาวเมืองได้จัดงานเฉลิมฉลองครบ รอบ 111 ปี

ภูฝอยลม
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโค มีเนื้อที่ 192,350 ไร่ บนเทือกเขาภูพานน้อย เขตตำบลทับกุง ภูฝอยลมจัดเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน มีแปลงปลูกสาธิต และสวนรวมพรรณไม้ป่า 60 พรรษามหาราชินี บริเวณจุดชมวิวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองอุดรธานี ภูฝอยลมมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และสามารถตั้งแคมป์พักแรมได้ มีกิจกรรมเดินป่า สอบถามรายละเอียด โทร. 0 4291 0902, 0 4225 0207, 08 9710 2633

การเดินทาง ใช้เส้นทางอุดรธานี-เลย เลี้ยวเข้าแยกบ้านเหล่ากิโลเมตรที่ 9

วนอุทยานน้ำตกธารงาม
ตั้งอยู่ตำบลหนองแสง ในเขตพื้นที่ป่าขุนห้วยสามทาก ขุนห้วยกองสี มีพื้นที่ 78,125 ไร่ ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2527 สภาพป่าทั่วไปบริเวณน้ำตก เป็นป่าเบญจพรรณ ซึ่งมีพันธุ์ไม้สำคัญ ๆ เช่น ตะแบก ประดู่ แดง มะค่าโมง ชิงชัง และกระบก ปริมาณน้ำในน้ำตกจะมีเพียงบางฤดูเท่านั้น จะมีน้ำมากในช่วงฤดูฝน

จุดเด่นที่น่าสนใจภายในวนอุทยานฯ มีหน้าผา ถ้ำที่สวยงาม และมีลานหิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “แหล” เป็นแหลขนาดใหญ่ เนื้อที่กว้างขวาง มีก้อนหินใหญ่ตั้งวางเรียงราย และซ้อนกันอยู่ และที่จุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องล่างได้ สถานที่พัก วนอุทยานน้ำตกธารงามไม่มีบ้านพักบริการสำหรับนักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม หรือทัศนศึกษา จะต้องนำเต็นท์ไปเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทร. 0 4222 1725 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. www.dnp.go.th การเดินทาง วนอุทยานน้ำตกธารงามอยู่ห่างจากอำเภอหนองแสง 6 กิโลเมตร สามารถใช้เส้นทางในการเดินทางได้ 3 เส้นทาง ได้แก่
- เส้นทางแรก จากอุดรธานี-บ้านเหล่า-โคกลาด-อำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร
- เส้นทางที่สอง จากอุดรธานีไปบ้านคำกลิ้ง-บ้านตาด-อำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร
- เส้นที่สาม จากอุดรธานี-ห้วยเกิ้ง อำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร

ภูฝอยลม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโค มีเนื้อที่ 192,350 ไร่ บนเทือกเขาภูพานน้อย เขตตำบลทับกุง ภูฝอยลมจัดเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน มีแปลงปลูกสาธิต และสวนรวมพรรณไม้ป่า 60 พรรษามหาราชินี บริเวณจุดชมวิวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองอุดรธานี ภูฝอยลมมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และสามารถตั้งแคมป์พักแรมได้ มีกิจกรรมเดินป่า สอบถามรายละเอียด โทร. 0 4291 0902, 0 4225 0207, 08 9710 2633

การเดินทาง ใช้เส้นทางอุดรธานี-เลย เลี้ยวเข้าแยกบ้านเหล่ากิโลเมตรที่ 9

วนอุทยานวังสามหมอ
ตั้งอยู่ตำบลหนองกุงทับม้า ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบะยาว-ป่าหัวนาคำ-ป่าหนองกุงทับม้า-ป่านายูง และป่าหนองหญ้าไซ ประกาศเป็นวนอุทยานฯ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2527 มีเนื้อที่ประมาณ 18,750 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบ สภาพป่าทั่วไปเป็นป่าแดง หรือป่าเต็งรัง ยาง และตะเคียนทอง มีลำห้วย เกาะ แก่งที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ บ่าง อีเห็น ชะมด นกเปล้า เป็นต้น

จุดเด่นที่น่าสนใจภายในวนอุทยานฯ ได้แก่

- วังใหญ่ เป็นวังน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีลำห้วยลำพันชาติไหลผ่าน มีแก่งหิน โขดหิน บรรยากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน ที่วังใหญ่สามารถลงเล่นน้ำ ล่องแก่ง พายเรือ และตกปลาได้ เหมาะแก่การพักผ่อน

- แก่งมนน้อย จากวังใหญ่เดินตามทางริมห้วยลำพันชาติไปตามทางเลียบลำน้ำประมาณ 800 เมตร จะพบเกาะแก่ง โขดหินที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ บางช่วงเกิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม

- แก่งหินฮอม จากแก่งวังมนน้อยไปประมาณ 100 เมตร เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ต่างระดับ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนมีน้ำไหลมากทำให้เกิดเสียงดังก้องไปไกล นอกจากนี้ยังมีเกาะแก่งหิน วังน้ำอีกหลายแห่ง เช่น แก่งขาน วังแก่งขาม วังหมากลำ
สถานที่พัก ทางวนอุทยานวังสามหมอกไม่มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปพักแรม หรือทัศนศึกษา จะต้องนำเต็นท์ไปเอง และควรติดต่อขออนุญาตก่อนล่วงหน้าได้ที่ หัวหน้าวนอุทยานวังสามหมอ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760
การเดินทาง จากอำเภอเมือง ใช้เส้นทางกุมภวาปี-ศรีธาตุ-วังสามหมอ (ทางหลวงหมายเลข 2023) เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 227 จนถึงบริเวณตำบลหนองกุงทับม้า มีทางแยกไปวนอุทยานฯ 9 กิโลเมตร วนอุทยานฯ ห่างจากที่ว่าการอำเภอวังสามหมอ 20 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอเมือง 120 กิโลเมตร

วัดทิพยรัฐนิมิตร (วัดป่าบ้านจิก)
ตั้งอยู่ถนนนเรศวร ตำบลหมากแข้ง ในซอยศาลเจ้าแม่ทับทิม ตรงข้ามกับโรงเรียนโปลีเทคนิค เป็นวัดป่าอีกวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ภายในวัดร่มรื่น มีเจดีย์องค์ใหญ่ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เจดีย์นี้มีสัณฐานคล้ายทะนานที่ใช้ตวงพระบรมสารีริกธาตุแต่ครั้งพุทธกาล และรูปเหมือนหลวงปู่ถิร จิตธมโม เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พร้อมเครื่องอัฐบริขารอยู่ในศาลา ทุก ๆ ปี ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 12 ตรงกับวันเกิดหลวงปู่จะมีการทอดกฐิน และการทำบุญฉลองอายุหลวงปู่

วัดป่าบ้านค้อ
อยู่ตำบลเขือน้ำ ประดิษฐานพระมหาธาตุเจดีย์ เฉลิมบารมีพระนวมินทร์ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ภายในพระมหาธาตุเจดีย์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา แกะสลักเป็นพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ชาดก และพุทธประวัติ วัดนี้เหมาะสำหรับผู้รักการปฏิบัติธรรม จังหวัดอุดรธานีกำหนดให้วัดป่าบ้านค้อเป็นศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ประจำจังหวัด มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาปฏิบัติกันอยู่เสมอ

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) ถึงกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 (อุดรธานี-บ้านผือ) 20 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าวัดป่าบ้านค้อ 3 กิโลเมตร

วัดป่าบ้านตาด
อยู่ที่ตำบลบ้านตาด สภาพโดยทั่วไปของวัดนี้มีลักษณะเป็นพื้นที่ป่าร่มครึ้ม มีพื้นที่ประมาณ 163 ไร่ ในบริเวณวัดมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุม ทั้งไก่ฟ้า ไก่ป่า นก กระรอก กระแต หมูป่า วัดป่าบ้านตาดเป็นที่พำนักของพระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน พระอาจารย์วิปัสสนาสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป และวัดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปปฏิบัติธรรม

การเดินทาง จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-ขอนแก่น) ถึงบริเวณสี่แยกบ้านคงเค็ง ให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 9 กิโลเมตร จะถึงบริเวณวัดที่อยู่เลยจากชุมชนบ้านตาดไปไม่ไกล

วัดมัชฌิมาวาส
อยู่ที่ตำบลหมากแข้ง ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดเดิม หรือวัดเก่า เนื่องมาจากในสมัยรัชกาลที่ 5 กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นที่วัดร้างโนนหมากแข้ง และให้ชื่อว่า “วัดมัชฌิมาวาส” ภายในวิหารมีพระพุทธรูปหินสีขาวปางนาคปรกประดิษฐานอยู่ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อนาค” เป็นที่เคารพสักการะของชาวอุดรธานี

วัดโพธิสมภรณ์
ตั้งอยู่ริมถนนโพธิ์ศรี ตำบลหมากแข้ง เป็นวัดที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ ปลายรัชกาลที่ 5 โดยมหาอำมาตย์ตรีพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (โพธิ เนติโพธิ) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร ได้ชักชวนราษฎรในหมู่บ้านหมากแข้งสร้างวัด ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดใหม่” ต่อมา พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้ทรงประทานนามว่า“วัดโพธิสมภรณ์”ให้เป็นอนุสรณ์แก่พระยาศรีสุริยราชวรานุ วัตรผู้สร้างวัดนี้ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์บูรพาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐานด้วย

ศาลเจ้าปู่-ย่า
ตั้งอยู่ถนน 39 ศาลเจ้าเนรมิตร ตลาดน้อยหนองบัว เป็นศาลเจ้าของชาวจีนที่ใหญ่โต และสวยงาม มีสวนหย่อมริมหนองบัว บริเวณโดยรอบมีศาลาชมวิวกลางน้ำ 2 หลัง บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การท่องเที่ยว และพักผ่อน และในศาลเจ้าปู่-ย่าแห่งนี้ ยังมีมังกรทองยาวถึง 99 เมตร ซึ่งใช้แสดงในงานทุ่งศรีเมืองในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 4224 5801 โทรสาร 0 4224 7291

สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์
ตั้งอยู่เลขที่ 127 หมู่ 5 ซอยกมลวัฒนา สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์ เป็นสวนกล้วยไม้ที่เพาะพันธุ์กล้วยไม้กลิ่นหอมพันธุ์ใหม่ของไทยระหว่างแวน ด้า (Vanda) และโจเซฟฟินแวนเบอร์โร (Josephine Van Berrow) ได้รับการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ที่สมาคมกล้วยไม้โลก ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2531 ชื่อพันธุ์ Udorn Sunshine Orchid หรือพันธุ์นางสาวอุดรซันไฌน์ มีการนำกลิ่นของกล้วยไม้มาสกัดทำเป็นน้ำหอมในชื่อเดียวกันไปจำหน่าย เปิดให้เข้าชมเวลา 07.00-18.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 20 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4224 2475

การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) ระยะทาง 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2024 จะเห็นป้ายบอกทางเข้าสวนกล้วยไม้อยู่ด้านซ้ายมือ

หมู่บ้านนาข่า และศูนย์หัตถกรรมบ้านเม่น
ห่างจากตัวจังหวัด 16 กิโลเมตร ตามเส้นทางอุดรธานี-หนองคาย (ทางหลวงหมายเลข 2) หมู่บ้านอยู่ทางขวามือ ตรงข้ามโรงเรียนชุมชนนาข่า เป็นหมู่บ้านที่มีการทอผ้าขิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผ้าขิตในราคาย่อมเยา การเดินทาง มีรถโดยสารประจำทางสายอุดรธานี-นาข่า นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นได้ที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และตลาดรังษิณา

อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อการเกษตร การประมง และการจ่ายน้ำเพื่อผลิตประปา อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พื้นที่อ่างเก็บน้ำประมาณ 20,000 ไร่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีภูมิประเทศที่สวยงามเหมาะสำหรับนั่งชมทิวทัศน์ และภายในอ่างเก็บน้ำมีพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งพระองค์ท่านเคยเสด็จประทับเกือบทุกปี เปิดให้เข้าชมสำหรับผู้ที่สนใจต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อน การเดินทาง ตามทางหลวงสายอุดรธานี-หนองบัวลำภู ถึงกิโลเมตรที่ 108 เลี้ยวเข้าไปประมาณ 9 กิโลเมตร

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ 3,430 ไร่ ในเขตบ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นอุทยานที่แสดงถึงอารยธรรมของมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศซึ่งมีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นหินทรายที่ ถูกขัดเกลาจากขบวนการกัดกร่อนทางธรรมชาติทำให้เกิดเป็นโขดหินน้อยใหญ่รูป ร่างต่าง ๆ กัน ปรากฏเป็นหลักฐานเกี่ยวกับชีวิตผู้คนในอดีตที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น

พระพุทธบาทบัวบก อยู่บริเวณทางแยกซ้ายมือก่อนถึงที่ทำการอุทยานฯสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2463-2477 คำว่า “บัวบก” เป็นชื่อของพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นตามป่า มีหัว และใบคล้ายใบบัว ชาวบ้านเรียกว่า “ผักหนอก” บัวบกนี้จะมีอยู่มากในบริเวณที่พบรอยพระพุทธบาท จึงเรียกรอยพระพุทธบาทนี้ว่า “พระพุทธบาทบัวบก” หรือคำว่าบัวบกอาจจะมาจากคำว่า บ่บก ซึ่งหมายถึง ไม่แห้งแล้ง รอยพระพุทธบาทมีลักษณะเป็นแอ่งลึกประมาณ 60 เซนติเมตร ลงไปในพื้นหินยาว 1.93 เมตร กว้าง 90 เซนติเมตร เดิมมีการก่อมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2465 พระอาจารย์ศรีทัตย์ สุวรรณมาโจ ได้รื้อมณฑปเก่าออกแล้วสร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้นใหม่ และยังสร้างรอยพระพุทธบาทจำลองวางทับรอยพระพุทธบาทเดิมไว้ ภายในพระธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตัวองค์เจดีย์เป็นทรงบัวเหลี่ยมคล้ายองค์พระธาตุพนม มีงานนมัสการพระพุทธบาทบัวบกในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี

พระพุทธบาทหลังเต่า อยู่ทางทิศใต้ของพระพุทธบาทบัวบก มีลักษณะเป็นรอยพระบาทสลักลึกลงไปในพื้นหิน ลึกประมาณ 25 เซนติเมตร ใจกลางพระบาทสลักเป็นรูปดอกบัว กลีบแหลมนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และเนื่องจากพระพุทธบาทแห่งนี้อยู่ใกล้กับเพิงหินธรรมชาติรูปร่างคล้ายเต่า จึงได้ชื่อว่า “พระพุทธบาทหลังเต่า”

ถ้ำ และเพิงหินต่าง ๆ ตั้งกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณอุทยานฯ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ในระยะทางไม่ไกลนัก ได้แก่ ถ้ำลายมือ ถ้ำโนนสาวเอ้ ถ้ำคน ถ้ำวัวแดง (ถ้ำเหล่านี้สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นที่พำนักของมนุษย์สมัยหิน และมนุษย์เหล่านั้นได้เขียนรูปต่าง ๆ ไว้ เช่น รูปคน รูปมือ รูปสัตว์ และรูปลายเรขาคณิต) นอกจากนั้นยังมีลานหินที่สวยงาม คือ ลานหินโนนสาวเอ้ ธรรมชาติได้สร้างเพิงหินต่าง ๆ ไว้ ทำให้มนุษย์รุ่นหลัง ๆ ได้จินตนาการผูกเป็นเรื่องตำนานพื้นบ้าน คือ เรื่อง “นางอุสา-ท้าวบารส” เพิงหินที่สวยงามเหล่านี้ ได้แก่ คอกม้าท้าวบารส หอนางอุสา บ่อน้ำนางอุสา นอกจากนั้นยังพบชิ้นส่วนหลักเสมา และหินทรายจำหลัก พระพุทธรูปศิลปะสมัยทวาราวดี ที่เพิงหินวัดพ่อตา และเพิงหินวัดลูกเขย

ภายในอุทยานฯ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้บริการข้อมูลตลอดจนแผนที่ สอบถามรายละเอียด โทร. 0 4225 0616, 0 4225 1350 เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัด 67 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) กิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 ไปทางอำเภอบ้านผือ ระยะทาง 42 กิโลเมตร เลี้ยวขวาประมาณ 500 เมตร และตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 2348 อีก 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร

 


แพพี่ต้น : ชมธรรมชาติทะเลน้ำจืด เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และตกปลา จ.กาญจนบุรี สนใจติดต่อ โทร. 01-8569063
แพพี่ต้น

ชมธรรมชาติ ท่ามกลางสายน้ำ และขุนเขา เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตกปลา สนใจติดต่อได้ที่โทร : 08-1856-9063
ล่องไพรทัวร์
ภูไพร เลค รีสอร์ท - อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
พื้นที่โฆษณา
 
เว็บไซท์น่าสนใจ
เกาะทะลุ
รับทำ seo
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ฮ่องกง
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ญี่ปุ่น
ที่พักหัวหินราคาถูก
ที่พักชะอำ
ที่พักพัทยา
ที่พักปาย
ที่พักเขาใหญ่
ดำน้ำเกาะเต่า
ภูไพร เลค รีสอร์ท
ลงประกาศฟรี
กล่องพัสดุ
แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว 77 จังหวัด
เที่ยวภาคตะวันออก : ชลบุรี : ระยอง : จันทบุรี : ตราด
เพื่อนบ้าน
trekkingthai : จองที่พัก : ที่พักราคาถูก : thailand hotels : เสื้อผ้าเด็ก : ชุดนอนเด็ก : ชุดว่ายน้ำ : ชุดคลุมท้อง : Pantip Review : Saraburi Booking : Saraburi Travel : สระบุรี
ติดต่อลงโฆษณาได้ที่ : webmaster@relaxzy.com ทะเบียนพาณิชย์เลขที่ : 0737314703679