จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น เชียงใหม่ พัทยา หัวหิน ภูเก็ต สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ สามารถเช็คห้องว่าง ราคา และยืนยันการจองห้องพักได้ทันที :)

ตรัง

เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกสีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา

สำหรับผู้ที่หลงใหลบรรยากาศของหาดทราย ชายทะเล กลุ่มเกาะ และอาหารอร่อยแล้ว ไม่มีใครไม่คิดถึงตรัง หรือเมืองทับเที่ยง เมืองท่าค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต และเติบโตต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน โดยสั่งสมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ตกทอดไว้ในแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีและอย่างที่รู้กันว่า ตรังเป็นดินแดนแรกที่มีการนำต้นยางพารามาปลูก ทุกวันนี้ ยางพาราคือพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ทำรายได้เลี้ยงชีพผู้คนมาอย่างยั่งยืน ไม่เพียงเท่านั้น ความอุดมสมบูรณ์ของตรังยังรวมถึงผืนป่า แหล่งน้ำ และถ้ำน้อยใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าหาดทราย ชายทะเล และหมู่เกาะเลยการไปเยือนจังหวัดตรังจึงนับว่าได้ท่องเที่ยวครบทุกรสชาติ ทั้งดินแดนประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ธรรมชาติ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเหมาะสมและพอเพียงในแต่ละที่ที่คุณไป

จังหวัดตรัง มีเนื้อที่ประมาณ 4,941 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเล็กเนินน้อยสลับกับที่ราบ ทำให้สันนิษฐานกันว่าชื่อตรัง มาจากคำว่า “ตรังคะ” ในภาษาบาลี ซึ่งแปลว่าลูกคลื่น ตามสภาพพื้นที่ของจังหวัดตรัง ขณะที่อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งบอกว่า ตรังมาจาก “ตรังเค” ภาษามลายู แปลว่า “รุ่งอรุณ” หรือ “สว่างแล้ว” เพราะสมัยก่อน เรือสินค้าจากมลายูจะแล่นมาถึงตรังตอนสว่างพอดีความเป็นมาของเมืองตรังนั้น เริ่มต้นในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยพบหลักฐานคือจารึกวัดเสมาเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งบอกไว้ว่า ตรังเป็นหัวเมืองที่ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราช และหลักฐานอื่นๆ ที่พบในเวลาต่อมา ทำให้สามารถแบ่งยุคสมัยของวิวัฒนาการเมืองตรังได้เป็น 3 ช่วง คือ1. สมัยตั้งเมืองที่ตำบลควนธานี (พ.ศ. 2354-2436) ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พบหลักฐานจากทำเนียบกรมการเมืองตรังว่า พระอุไภยธานี ผู้ว่าราชการเมืองตรังคนแรก ได้สร้างหลักเมืองไว้ที่ควนธานี (อยู่ในอำเภอกันตังในปัจจุบัน ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ 8 กิโลเมตร) 2. สมัยตั้งเมืองที่กันตัง (พ.ศ. 2436-2458) ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยุคนี้พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ดำรงตำแหน่งเจ้าเมือง ท่านเห็นว่าที่ตั้งเมืองเดิมคือควนธานีนั้นอยู่ห่างจากฝั่งทะเลมาก จึงกราบบังคมทูลขอย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่ที่ตำบลกันตัง เพราะที่นี่เป็นชุมชนใหญ่ มีชาวจีนเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในช่วงที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีเป็นเจ้าเมืองนี้เองที่ตรังได้รับ การพัฒนาไปอย่างมาก เช่น มีการนำต้นยางพาราจากมลายูมาปลูกเป็นครั้งแรก มีการตัดถนนจากตรังไปพัทลุง สร้างท่าเรือเพื่อรองรับการค้าขายกับต่างชาติ ฯลฯ นับเป็นยุครุ่งเรืองอย่างยิ่งเลยทีเดียว3. สมัยตั้งเมืองที่ทับเที่ยง (พ.ศ. 2458 จนถึงปัจจุบัน) ล่วงมาถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ทรงมีพระราชดำริว่า เมืองกันตังมีพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยจากอริราชศัตรู อีกทั้งมีการระบาดของไข้อหิวาตกโรค จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ที่ตำบลทับเที่ยง ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอเมืองตรังในปัจจุบันนั่นเองจังหวัดตรังแบ่งเขตการ ปกครองออกเป็น 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง อำเภอกันตัง อำเภอห้วยยอด อำเภอย่านตาขาว อำเภอปะเหลียน อำเภอสิเกา อำเภอวังวิเศษ อำเภอนาโยง อำเภอรัษฎา และอำเภอหาดสำราญ

การเดินทาง

ทางรถยนต์

ตรังอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 828 กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์ ทำได้ 2 ทางคือ

1. ใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 617 กิโลเมตร และตรงมาตามทางหลวงแผ่นดินสาย 41 สู่อำเภอทุ่งสง ระยะทาง 133 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินสาย 403 สู่ห้วยยอดระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินสาย 4 อีก 28 กิโลเมตร ถึงตรัง รวมเป็นระยะทาง 828 กิโลเมตร

2. ใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ มาตามทางหลวงแผ่นดินสาย 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ระยะทาง 90 กิโลเมตรและแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินสาย 4 (เพชรเกษม) จนถึงชุมพร แยกเข้าระนอง พังงา กระบี่ ตรัง รวมระยะทาง 1,020 กิโลเมตร

ทางรถโดยสารประจำทาง
จากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี (ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) มีรถโดยสารประจำทาง ทั้งธรรมดา และปรับอากาศจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดตรังทุกวัน รายละเอียดสอบถามได้ที่ 434-7192, 435-1200 (สำหรับรถปรับอากาศ) และโทร. 434-5557-8 (สำหรับรถโดยสารธรรมดา)

ทางรถไฟ
สำหรับการเดินทางโดยรถไฟ มีรถเร็วออกจากสถานีกรุงเทพฯ ถึงสถานีตรังทุกวันวันละ 2 เที่ยว โดยออกจากกรุงเทพฯ เวลา 17.05 น. และ 18.30 น. ถึงตรังเวลา 07.35 น. และ 09.50 น. ตามลำดับ รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ หน่วยการเดินทาง สถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร. 223-7010, 223-7020

ทางเครื่องบิน
บริษัทการบินไทย (สายในประเทศ) มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ผ่านภูเก็ตไปยังจังหวัดตรังทุกวัน และในวันอังคาร, ศุกร์, อาทิตย์ มีเที่ยวบินตรงไปยังจังหวัดตรัง รายละเอียดและสำรองที่นั่งติดต่อบริษัทการบินไทย โทร. 280-0060, 628-2000

การคมนาคมภายในจังหวัด

ในตัวเมืองมีรถสามล้อเครื่อง หรือตุ๊กตุ๊ก บริการขนส่งในเขตเทศบาล หากเดินทางติดต่อระหว่างอำเภอ มีบริการรถประจำทาง และรถสองแถวเล็ก หรือจะเดินทางโดยรถตู้ซึ่งหาเช่าได้จากบริษัททัวร์ในตัวเมืองตรัง ระยะทางระหว่างอำเภอเมืองตรังและอำเภอต่างๆ เป็นดังนี้

อำเภอเมือง – อำเภอห้วยยอด 28 กิโลเมตร
อำเภอเมือง – อำเภอกันตัง 24 กิโลเมตร
อำเภอเมือง – อำเภอย่านตาขาว 20 กิโลเมตร
อำเภอเมือง – อำเภอปะเหลียน 44 กิโลเมตร
อำเภอเมือง – อำเภอสิเกา 33 กิโลเมตร
อำเภอเมือง – อำเภอวังวิเศษ 60 กิโลเมตร
อำเภอเมือง – อำเภอนาโยง 12 กิโลเมตร
อำเภอเมือง – อำเภอรัษฎา 57 กิโลเมตร
อำเภอเมือง – อำเภอหาดสำราญ 59 กิโลเมตร

การเดินทางจากตรังไปจังหวัดใกล้เคียง

มีบริการรถโดยสารประจำทาง และรถยนต์รับจ้างจากตัวเมืองตรังไปจังหวัดใกล้เคียง ตามระยะทางดังต่อไปนี้

ตรัง – ภูเก็ต 312 กิโลเมตร
ตรัง – พังงา 221 กิโลเมตร
ตรัง – กระบี่ 131 กิโลเมตร
ตรัง – หาดใหญ่ 148 กิโลเมตร
ตรัง – พัทลุง 56 กิโลเมตร
ตรัง – สุราษฎร์ธานี 226 กิโลเมตร
ตรัง – นครศรีธรรมราช 123 กิโลเมตร
ตรัง – ทุ่งสง 76 กิโลเมตร
ตรัง – สตูล 140 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยวตรังที่น่าสนใจ

สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาช่อง
ไปตามทางหลวงสายตรัง-พัทลุง อยู่ห่างจากตัวเมืองตรัง 21 กิโลเมตร สถานที่แห่งนี้ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และน้ำตกต่างๆ ได้แก่ น้ำตกโตนใหญ่ น้ำตกโตนน้อย และน้ำตกกะช่อง เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทาง ระยะทาง 1.8 และ 2.8 กิโลเมตร ตามเส้นทางจะมีป้ายสื่อความหมายอธิบายตามจุดต่างๆ นอกจากนั้นยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ กิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สถานีมีบ้านพักและลานกางเต็นท์ แต่ต้องนำเต็นท์มาเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาช่อง หมู่ 7 ตำบลช่อง อำเภอนาโยง ตู้ ปณ. 4 จังหวัดตรัง 92000

ถ้ำเขาช้างหาย
เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยแบบต่างๆ ที่สวยงามสลับซับซ้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้ำลึกประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาเดินชมประมาณ 20 นาที มีทางเดินคอนกรีตพร้อมทั้งติดไฟตามเส้นทางให้เดินได้อย่างสะดวก

พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
อยู่ห่างจากเทศบาลกันตังประมาณ 200 เมตร เป็นที่ตั้งของสถานที่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ “จวนเก่าเจ้าเมืองตรัง” หรือบ้านพักอดีตเจ้าเมืองตรังพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เป็นเรือนไม้ 2 ชั้น มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งและเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่านอย่าง ครบถ้วน โดยทายาทตระกูล ณ ระนอง เป็นผู้ดูแลรักษา เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ (ถ้าตรงกับวันหยุดราชการเปิดตามปกติ และหยุดชดเชยในวันต่อไป) เวลา 08.30 -17.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้เข้าชมเป็นคณะที่ต้องการวิทยากรบรรยาย กรุณาแจ้งล่วงหน้าที่ โรงเรียนกันตังพิทยากร โทร. 0 7525 1100

ยางพาราต้นแรกของประเทศไทย
ตั้งอยู่ริมถนนก่อนเข้าสู่ตัวอำเภอกันตัง หน้าสหกรณ์การเกษตรกันตัง เป็นต้นยางรุ่นแรกที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ เจ้าเมืองตรังได้นำมาปลูกไว้เพื่อบุกเบิกอาชีพสวนยางพาราของชาวตรัง เมื่อปี พ.ศ. 2442
การเดินทาง สามารถนั่งรถตู้ตรัง-กันตัง ใช้เวลา 20 นาที ขึ้นรถที่ถนนกันตัง ค่าโดยสารคนละ 25 บาท

สวนสาธารณะควนตำหนักจันทน์
ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองกันตัง มีเนื้อที่ประมาณ 250 ไร่ รอบบริเวณร่มรื่นด้วยต้นไม้ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ มีศาลาพักผ่อน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเล และอำเภอกันตังได้กว้างไกล

หาดยาว
อยู่หมู่ที่ 6 ตำบลเกาะลิบง เป็นหาดทรายยาวต่อจากโขดเขารูปกระโดงฉลามขึ้นมาทางด้านเหนือ มีสนทะเลขึ้นเป็นแนวดูสวยงาม มีชายหาดกว้างเหมาะจะเข้าค่ายพักแรม และมีบริการที่พักของเอกชน จากหาดยาวนักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือไปเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ ได้
การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับหาดหยงหลิง และมีรถตู้ประจำทางสายตรัง-หาดยาว ให้บริการ ขึ้นรถได้ที่ถนนท่ากลาง อำเภอเมือง

เกาะลิบง
เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลตรัง มีพื้นที่ 25,000 ไร่ รอบๆ เกาะเต็มไปด้วยหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารของ “พะยูน” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กำลังจะสูญพันธุ์ แต่จะพบได้มากบริเวณเกาะลิบง เกาะลิบงได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง มีที่ทำการเขตฯ อยู่บริเวณแหลมจุโหย รอบๆ เกาะมีสถานที่น่าเที่ยวชมหลายแห่ง เช่น หาดตูบ แหลมจุโหย แหลมทวด แหลมโต๊ะชัย หาดหญ้าคา เป็นต้น บริเวณแหลมจุโหยนั้นเป็นหาดทราย เวลาน้ำลดสามารถเดินทางไปถึงหาดตูบ ซึ่งมีนกทะเลและนกชายเลนจำนวนมากที่อพยพหนีหนาวมาอาศัยที่นี่เพียงแห่งเดียว โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม อาทิ นกกินเปี้ยว นกกวัก นกยางเขียว นกนางนวลแกลบเคราขาว นกหัวโตขาดำ เป็นต้น เกาะลิบงมีชาวบ้านอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากแบ่งเป็นหลายหมู่บ้าน ชาวบ้านยังดำเนินวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย ทำอาชีพประมง สวนยางพารา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

การเดินทาง มีเรือโดยสารจากท่าเรือเจ้าไหม ถึงท่าเรือบ้านพร้าวบนเกาะลิบง หรือเช่าเรือเหมาลำ ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที บนเกาะมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว(เป็นของเอกชน) สอบถามข้อมูลติดต่อ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ตู้ ปณ. 5 อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง โทร. 0 7525 1932

เกาะมุก-ถ้ำมรกต
นับเป็นจุดเด่นที่สุดในทะเลตรัง ลักษณะของเกาะทางด้านทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นโขดหน้าผาหินสูงตระหง่านหันหน้า ออกสู่ทะเล ทางฝั่งตะวันออกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ที่ยังคงวิถีชีวิตของชาวเกาะไว้อย่างดี สามารถเดินเที่ยวรอบเกาะได้ และทางด้านทิศตะวันตกของกเกาะมุก มีถ้ำมรกตหรือถ้ำทะเลซึ่งมีความงดงามตระการตาอย่างมาก จากปากทางเข้าถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ การเข้าชมภายในถ้ำ จะต้องว่ายน้ำลอยคอเข้าไป ระยะทาง 80 เมตร

บริเวณปากทางเข้าถ้ำแสงจากภายนอกจะสะท้อนกับน้ำภาย ในถ้ำทำให้เห็นน้ำเป็น สีเขียวมรกต ดูแปลกตาและมหัศจรรย์ในความสวยงามที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้าง เมื่อพ้นปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่งจะเห็นหาดทรายขาวสะอาดล้อมรอบด้วยหน้าผาสูง ชัน นั่งเล่นน้ำได้ เกาะมุกมีที่พักเอกชนบริการ

การเดินทาง นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาะมุก สามารถเช่าเหมาลำเรือจากท่าเรือปากเมง อำเภอสิเกา ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที ค่าเช่าเรือเหมาลำราคาประมาณ 2,000-3,000 บาท/วัน หรือใช้บริการเรือโดยสาร จากท่าเรือควนตุ้งกู ซึ่งมีบริการวันละ 1 เที่ยว เวลา 12.00 น. และเรือจากเกาะมุก เวลา 07.00 น.

เกาะกระดาน
เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชน เกาะกระดานมีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการังซึ่ง เป็นปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์ บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชน และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช

การเดินทาง สามารถเช่าเรือจากท่าเรือปากเมงหรือท่าเรือเจ้าไหม ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชั่วโมง ค่าเช่าเรือเหมาลำราคาประมาณ 2,000-3,000 บาท/วัน

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม
เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อำเภอกันตังและอำเภอสิเกา มีอาณาเขตชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 20 กิโลเมตร อุทยานประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2525 ที่ทำการอุทยานอยู่ที่หาดฉางหลาง ตำบลไม้ฝาด แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ดินสถานที่ท่องเที่ยวของอุทยานฯ ได้แก่ หาดปากเมง หาดฉางหลาง หาดยาว หาดหยงหลิง หาดสั้น หาดเจ้าไหม ถ้ำเจ้าไหม นอกจากนี้ยังมีเกาะน้อยใหญ่อีก 7 เกาะในทะเลตรัง ที่อยู่ในความดูแลของอุทยานฯ ได้แก่ เกาะมุก เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะปลิง เกาะแหวน เกาะเมง และเกาะเจ้าไหม

นอกจากนั้นบริเวณอุทยานฯ มีศูนย์ศึกษาธรรมชาติทางทะเล จะทำการวิจัยหญ้าทะเล เป็นแหล่งคุณค่าทางนิเวศวิทยาของฝั่งทะเลอันดามัน สนใจสอบถามขัอมูลเพิ่มเติม โทร. 0 7521 3258 อุทยานฯ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวบริการ สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง 92150 โทร. 0 7521 3260

การเดินทาง อุทยานฯ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 47 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสายตรัง-สิเกา-ปากเมง (ทางหลวงหมายเลข 4046-4162) แล้วเลี้ยวซ้ายตามถนนเลียบชายหาดอีก 4 กิโลเมตร

เกาะไหง
อยู่ในเขตอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ แต่จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มของทะเลตรัง เนื่องจากการเดินทางจากจังหวัดตรังสะดวกมากกว่า หาดทรายบนเกาะขาว น้ำทะเลใส มองเห็นปลาหลายพันธุ์หลากสี รอบเกาะปะการังยังสมบูรณ์ บนเกาะมีที่พักเอกชนบริการหลายแห่ง

การเดินทาง มีเรือโดยสารของแต่ละรีสอร์ทคอยให้บริการ เวลาออกจากท่าเรือปากเม็งขึ้นอยู่กับรีสอร์ทนั้นๆ โดยทั่วไปตั้งแต่ 10.30 น.-12.30 น.เป็นเรือเร็วใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที ราคาคนละ 450 บาท หรือถ้าเป็นเรือใหญ่จะออกเวลา 16.30 น. ราคาท่านละ 450 บาท ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45-60 นาที นอกจากนี้มีเรือหางยาวให้เช่าราคาเหมาลำประมาณลำละ 1,200 บาท

หาดปากเมง
ตั้งอยู่ที่ตำบลไม้ฝาด เป็นหาดรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวยาวประมาณ 5 กิโลเมตร มีความสวยงามและสงบเงียบ ชายหาดมีป่าสนตามธรรมชาติขึ้น

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง จากตัวเมืองตรัง โดยสารรถตู้ปรับอากาศ สายตรัง-ปากเมง ค่าโดยสารคนละ 40 บาท
โดยทางอื่น การเดินทางไปยังหาดปากเมง. ไปตามทางหลวงหมายเลข 4046–4162 (ตรัง-สิเกา-ปากเมง) ระยะทาง 38 กิโลเมตร เมื่อถึงหาดปากเมงเลี้ยวขวาประมาณ 1 กิโลเมตร