จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พัก ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น เชียงใหม่ พัทยา หัวหิน ภูเก็ต สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ สามารถเช็คห้องว่าง ราคา และยืนยันการจองห้องพักได้ทันที :)

สมุทรสาคร

จังหวัดสมุทรสาคร เป็นจังหวัดเล็กๆ ในเขตพื้นที่ตอนล่างของภาคกลาง บริเวณปากแม่น้ำท่าจีน ตั้งอยู่ห่างจากทะเลอ่าวไทยเพียง 2 กิโลเมตร เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยเฉพาะสัตว์น้ำทะเล จึงมีการประกอบอาชีพด้านการประมงอย่างกว้างขวาง มีเรือประมงที่ทันสมัยนับพันลำ และสามารถจับสัตว์น้ำได้เป็นปริมาณที่มากที่สุดของประเทศ อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีนาเกลือมากที่สุดด้วยในด้านประวัติศาสตร์ สมุทรสาครเป็นเมืองที่มีบันทึกไว้ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เมื่อคราวพระเจ้าเสือเสด็จประพาสชลมารค จึงกำเนิดเป็นเรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ผู้ซื่อสัตย์ จงรักภักดี และรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองในปัจจุบันรู้จักสมุทรสาครสมุทรสาครมี เนื้อที่ประมาณ 872.34 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 545,216 ไร่ จัดเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 72 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตอนล่างของภาคกลาง บริเวณปากแม่น้ำท่าจีน ห่างจากทะเลอ่าวไทยเพียง 2 กิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1-2 เมตร มีแม่น้ำท่าจีนไหลผ่านตอนกลางของจังหวัดตามแนวเหนือใต้ และไหลลงสู่อ่าวไทยที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร รวมระยะทางที่ไหลผ่านจังหวัดสมุทรสาครประมาณ 70 กิโลเมตรพื้นที่ตอนบนในเขตอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบนมีความอุดม สมบูรณ์ของดิน และมีโครงข่ายแม่น้ำลำคลองเชื่อมโยงถึงกันกระจายอยู่ทั่วพื้นที่กว่า 170 สาย จึงเหมาะสำหรับการเพาะปลูกพืชนานาชนิด และบางส่วนเป็นย่านธุรกิจ อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย ส่วนพื้นที่ตอนล่างของจังหวัดในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร อยู่ติดชายฝั่งทะเลยาว 41.8 กิโลเมตร จึงเหมาะกับการประกอบอาชีพประมงทะเล เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และทำนาเกลือสมุทรสาคร เดิมเรียกกันว่า “ท่าจีน” เพราะเป็นตำบลใหญ่อยู่ติดอ่าวไทย มีชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวจีนนำสำเภาเข้ามาจอดเทียบท่าค้าขายกันมาก จึงเรียกติดปากว่า “ท่าจีน” จนกระทั่งปี พ.ศ. 2091 ในสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา โปรดให้ยกบ้านท่าจีนขึ้นเป็นเมือง “สาครบุรี” เพื่อเป็นหัวเมืองสำหรับเรียกระดมพลเวลาเกิดสงครามกับพม่า และเป็นเมืองหน้าด่านป้องกันผู้รุกรานทางทะเลต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองสาครบุรีเป็นเมือง “สมุทรสาคร” ในปี พ.ศ. 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชโองการให้ทางราชการเปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” ทั่วทั้งประเทศ เมืองสมุทรสาครจึงได้เปลี่ยนเป็น “จังหวัดสมุทรสาคร” มาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนคำว่า “มหาชัย” ที่คนชอบเรียกกันนั้น เป็นชื่อคลองที่สมเด็จพระสรรเพชญที่ 8 แห่งกรุงศรีอยุธยา โปรดให้ขุดขึ้นเพื่อตัดความคดเคี้ยวของคลองโคกขามแต่เดิม ลัดจากเมืองธนบุรีเป็นแนวตรงไปออกปากน้ำแทน แต่ยังไม่ทันเสร็จก็ทรงสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระสรรเพชญที่ 9 (ขุนหลวงท้ายสระ) จึงได้โปรดให้ขุดคลองต่อจนแล้วเสร็จ และได้พระราชทานนามว่า “คลองมหาชัย” ซึ่งต่อมา บริเวณฝั่งซ้ายของปากคลองได้เกิดชุมชนขนาดใหญ่ชื่อว่า “มหาชัย” ขึ้น จึงเป็นที่นิยมเรียกขานกันจนติดปากตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สมุทรสาคร แบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสมุทรสาคร อำเภอกระทุ่มแบน และอำเภอบ้านแพ้ว

ทิปส์ท่องเที่ยว

– ในการล่องเรือเที่ยว ควรเตรียมหมวกและรองเท้าที่สวมใส่สบายไปด้วย และสำหรับการล่องเรือเที่ยวในตอนกลางคืน เช่น ล่องเรือชมหิ่งห้อย ควรเตรียมโลชันกันยุงไปด้วย

– ระหว่างการล่องเรือเที่ยว ไม่ควรดื่มสุราหรือสิ่งมึนเมาอื่นๆ เพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ และในการล่องเรือชมหิ่งห้อยไม่ควรส่งเสียงดัง เพราะจะเป็นการรบกวนหิ่งห้อย รวมทั้งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย

– การนั่งเรือ ควรนั่งตรงกลางเรือ ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง และใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย

การเดินทาง

สมุทรสาครอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 30 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดสมุทรสาครได้อย่างสะดวกหลายวิธี ทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง และรถไฟ

โดยรถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟสายแม่กลอง ออกจากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ไปยังจังหวัดสมุทรสาคร (สถานีมหาชัย) ทุกวัน ระยะทาง 33 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและราคา ตั๋วโดยสารของการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.railway.co.th และจองตั๋วรถไฟก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2220-4444 ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

โดยรถยนต์

จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้หลายเส้นทาง ดังนี้

1. จากแยกบางปะแก้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ หรือถนนพระรามที่ 2) ผ่านที่ทำการเขตบางขุนเทียน ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย ถึงสี่แยกมหาชัย ประมาณกิโลเมตรที่ 28 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร รวมระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร

2. จากดาวคะนอง ใช้ถนนเอกชัย ผ่านสะพานบางขุนเทียน วัดสิงห์ แยกบางบอน ตำบลคอกกระบือ ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย เคหะชุมชนมหาชัย เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร รวมระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร

3. จากสี่แยกท่าพระ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ถึงหนองแขม แยกซ้ายเข้าซอยเพชรเกษม 81 ถึงแยกถนนเอกชัย เลี้ยวขวาไปตามถนนเอกชัย เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร รวมระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร

หรือใช้ถนนเพชรเกษม เลยบางแคแล้วแยกซ้ายเข้าถนนวงแหวนรอบนอก จนไปพบกับถนนเอกชัย วกรถกลับเข้าถนนเอกชัย หรือตรงไปเข้าถนนธนบุรี-ปากท่อ เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร

4. จากสะพานพระปิ่นเกล้า ใช้ถนนบรมราชชนนี แล้วตัดเข้าสู่ถนนเพชรเกษมได้ 3 ทาง คือ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 และถนนพุทธมณฑลสาย 5 จากนั้นเลือกใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ จากถนนพุทธมณฑลสาย 2 เลี้ยวขวาเข้าถนนเอกชัยสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร หรือใช้ถนนพุทธมณฑลสาย 4 และถนนพุทธมณฑลสาย 5 เข้าถนนเศรษฐกิจ 1 ที่แยกอ้อมน้อย ผ่านอำเภอกระทุ่มแบน สู่ตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถนนวงแหวนรอบนอก ซึ่งตัดผ่านถนนเอกชัยและถนนธนบุรี-ปากท่อได้อีกด้วย

โดยรถประจำทาง

มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-สมุทรสาคร ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 1490 www.transport.co.th

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com

การเดินทางภายในสมุทรสาคร

ในตัวจังหวัดสมุทรสาครมีรถชนิดต่างๆ ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการยานพาหนะต่างๆ ได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสม

รถสองแถว มีวิ่งบริการจากสถานีขนส่งไปยังที่ต่างๆ ในตัวเมือง นักท่องเที่ยวอาจเหมารถสองแถวไปเที่ยวได้ทั้งในเมืองและต่างอำเภอ คิดราคาวันละ 1,000-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและการต่อรอง

รถสามล้อเครื่องและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จอดอยู่ตามจุดต่างๆ ในจังหวัด เช่น หน้าตลาดเทศบาล หน้าสถานีขนส่งและสถานีรถไฟ ค่าบริการมีทั้งแบบตกลงกันตามแต่ระยะทางและแบบเหมาจ่าย

ระยะทางจากอำเภอเมืองสมุทรสาครไปยังอำเภอต่างๆ คือ

อำเภอกระทุ่มแบน 10 กิโลเมตร
อำเภอบ้านแพ้ว 15 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยวสมุทรสาคร

วัดใหญ่จอมปราสาท
ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าจีน ห่างจากตัวจังหวัด 4 กิโลเมตร สามารถเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนธนบุรี-ปากท่อ) บริเวณกิโลเมตรที่ 31 เชิงสะพานท่าจีน เป็นวัดเก่าแก่มีอายุประมาณ 400 ปี สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานนามว่า “วัดใหญ่สาครบุรี” รวมทั้งได้พระราชทานพระไตรปิฎก และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ คือ พระวิหารเก่าแก่ก่ออิฐถือปูนฐานแอ่นโค้งคล้ายท้องเรือสำเภา ที่ซุ้มประตูและหน้าต่างมีการประดับลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้ยังมีงานแกะสลักไม้ที่บานประตูและหน้าต่างของพระอุโบสถ เป็นลายพันธุ์พฤกษา ต้นไม้ ภูเขา รูปสัตว์ และบุคคล เป็นศิลปะแบบจีน ซึ่งเป็นลวดลายแกะสลักลึกเข้าไปในเนื้อไม้ที่งดงามมาก กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๗๙

ตลาดมหาชัย
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ใกล้กับป้อมวิเชียรโชฎกและศาลหลักเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 200 เมตร เป็นแหล่งขายอาหารทะเลสด-แห้ง และเป็นศูนย์กลางการค้าการคมนาคมของสมุทรสาคร ตลาดมหาชัยมีท่าเรือที่มีเรือเมล์ไปสู่ตำบลต่าง ๆ หลายแห่ง นอกจากนั้นยังสามารถเช่าเรือหางยาวไปเที่ยวคลองโคกขามได้

ถนนถวาย
เป็นถนนที่ประชาชนตำบลท่าฉลอม สร้างขึ้นเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นถนนเรียงอิฐสลับฟันปลา พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดถนนเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448 และได้พระราชทานนามให้ว่า “ถนนถวาย”

ป้อมวิเชียรโชฎก
ตั้งอยู่ตำบลมหาชัย ห่างจากศาลากลางจังหวัด 200 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2371 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ เนื่องจากในสมัยนั้นได้เกิดกรณีพิพาทกับญวณเรื่องเจ้าอนุวงศ์เมือง เวียงจันทน์ รัชกาลที่ ๓ ทรงเกรงว่าญวณจะยกกำลังมารุกรานไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน) เป็นแม่กองสร้างป้อมเพื่อรักษาปากน้ำท่าจีนที่เมืองสมุทรสาคร และพระราชทานนามว่า “ป้อมวิเชียรโชฎก” ลักษณะของป้อมก่อด้วยอิฐถือปูน ไม่มีป้อมยามมีแต่หอรบ ตามช่องของกำแพงมีปืนใหญ่ไว้สำหรับป้องกันข้าศึกที่มาทางปากน้ำ

วัดบางปลา
ตั้งอยู่ตำบลบ้านเกาะ ริมแม่น้ำท่าจีนเดินทางจากมหาชัยไปตามถนนสายเศรษฐกิจประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางเดียวกับวัดป่าชัยรังสีประมาณ 4 กิโลเมตร วัดบางปลาเป็นวัดที่สำคัญของคนมอญในจังหวัดสมุทรสาคร ตามธรรมเนียมมอญจะต้องมีวัด ๆ หนึ่งที่เป็นหลักของชุมชน เมื่อมีเทศกาลสำคัญ เช่น วันปวารณาออกพรรษา พระสงฆ์จากวัดอื่น ๆ ในเมืองจะต้องมาร่วมกันทำพิธี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมายังวัดบาง ปลา เมื่อครั้งหลวงปู่เฒ่าเก้ายอดเป็นเจ้าอาวาส นอกจากนี้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ยังทรงสร้างซุ้มศาลายาว เชิงชายแกะสลักอย่างงดงามไว้ตรงทางเดินของวัดไว้อีกด้วย

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร
ตั้งอยู่ตำบลโคกขาม ห่างจากวัดโคกขามประมาณ 1 กิโลเมตรขึ้นอยู่กับสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2540 ในเนื้อที่กว่า 18 ไร่ ภายในอาคารจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องดาราศาสตร์และอวกาศ ในหัวข้อโลกและระบบสุริยะ การสำรวจดวงจันทร์ ชีวิตของดาวฤกษ์ มีเครื่องฉายดาวภายในโดมขนาดเล็ก ประกอบการบรรยาย Mini Theater และมีชุดนิทรรศการเรื่อง “มนุษย์กับการวัดและการนับ” เล่าถึงประวัติของการพัฒนาการวัดมาอย่างยาวนาน ภายนอกอาคารจัดเป็นสวนวิทยาศาสตร์ เช่น สวนธรณีวิทยา สวนสุขภาพ สวนสนุกของเครื่องเล่นเชิงฟิสิกส์ และยังมีฐานเกษตรธรรมชาติและสวนสมุนไพร ซึ่งการจัดกิจกรรมจะผสมกลมกลืนกับสภาพภูมิทัศน์เดิมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

อุทยานการเรียนรู้พันท้ายนรสิงห์
ตั้งอยู่ในโรงเรียนพันท้ายนรสิงห์ ตำบลโคกขาม จัดสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์การศึกษาเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตผู้คน และทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ของจังหวัดสมุทรสาคร บนพื้นที่ 7 ไร่ ภายในประกอบด้วย อาคารพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและการตั้งถิ่นฐานของ จังหวัดสมุทรสาคร สภาพภูมิศาสตร์ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ บุคคลสำคัญของจังหวัด ตลอดจนมรดกธรรมชาติป่าชายเลน เป็นต้น ด้านนอกอาคารมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน จัดเป็นห้องเรียนศึกษาธรรมชาติกลางแจ้ง ให้ความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน สัตว์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในป่าชายเลน เช่น ต้นโกงกาง ต้นแสม ปูก้ามดาบ ปลาตีน หอยพิม หอยแครง ฯลฯ และยังมีสถานีโครงกระดูกปลาวาฬ ซึ่งขุดพบบริเวณบ่อกุ้งเก่าของนายประสิทธิ์ เจริญชนม์ บริเวณหมู่ 8 ตำบลโคกขาม และได้ขอนำมาเก็บไว้ศึกษาเรียนรู้ที่โรงเรียน นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ และการใช้ไม้ไผ่ตงปักชายฝั่งเพื่อใช้ชะลอคลื่นสร้างแผ่นดิน ผู้สนใจเข้าชมหรือร่วมทำกิจกรรมเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้า

พระโพธิสัตว์กวนอิม
รูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิมปางเมตตา หล่อจากทองเหลืองปิดด้วยทองคำเปลวขนาดใหญ่

คลองโคกขาม
เป็นคลองที่มีความคดเคี้ยวมาก ลักษณะเป็นโค้งข้อศอก กระแสน้ำเชี่ยวมากยากต่อการเดินเรือ ทำให้ครั้งที่พระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 เสด็จประพาสต้นไปตามลำคลองโคกขามด้วยเรือพระที่นั่งเอกชัยได้เกิดอุบัติเหตุ เรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ทำให้โขนเรือหัก พันท้ายนรสิงห์จึง ถูกประหารชีวิต บริเวณที่ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ พระเจ้าเสือทรงโปรดให้ขุดคลองลัดตัดทางคดเคี้ยวของคลองโคกขามให้ตรง โดยให้เจ้าพระยาราชสงครามเป็นแม่กองคุมไพร่พลจำนวน 3,000 คน ขุดคลองตัดจากคลองโคกขามตั้งแต่ปี พ.ศ. 2248 ตรงมาเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีน ขนาดคลองกว้าง 5 วา ลึก 6 ศอก เสร็จในปี พ.ศ.2252 ในสมัยของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เมื่อขุดเสร็จจึงได้พระราชทานนามว่า “คลองสนามไชย “ ต่อมาเปลี่ยนเป็น “ คลองมหาชัย” แต่บางทีชาวบ้านก็เรียกว่า “คลองถ่าน” และที่ปากคลองมหาชัยติดกับคลองโคกขามจะมีศาลพันท้ายนรสิงห์อีกศาลหนึ่ง

ตลาดบ้านแพ้ว
เป็นตลาดชุมชนริมน้ำที่เคยมีในสมัยที่มีการสัญจรทางน้ำเป็นหลัก มีอาคารบ้านเรือนริมน้ำให้เดินชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ตลาดแห่งนี้มีร้านรวงในห้องแถวไม้แบบเก่า หันหน้าออกสู่คลองดำเนินสะดวก แม้บรรยากาศความคึกคักจะเทียบไม่ได้กับเมื่อหลายสิบปีก่อน บางร้านปิดตัวเองไป แต่ก็มีบางร้านยังเปิดอยู่ อย่างร้านขายยาจีน ที่ภายในร้านยังคงตกแต่งแบบร้านเครื่องยาจีนต่างๆ มีตาชั่งไว้ชั่งน้ำหนักยา และเครื่องหั่นยาจีนแบบโบราณที่ยังใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้ ตลาดบ้านแพ้วเป็นที่ตั้งของท่าเรือมาลี มีเรือโดยสารไปหลักสี่ หลักห้า และสถานที่ต่างๆ ในคลองดำเนินสะดวกในเขตจังหวัดราชบุรี หากเดินข้ามสะพานไปยังฝั่งตรงข้าม จะเป็นท่าเรือกำนันเผอิญ มีเรือโดยสารไปหลักสอง และตลาดหลักหนึ่ง ท่าเรือทั้งสองแห่งมีบริการเหมาไปเที่ยวในคลองดำเนินสะดวก เช่น สวนผมไม้ดวง จินดา วัดหลักสี่ราษฏร์สโมสร

วัดท่าไม้
ตั้งอยู่ปากคลองไหหลำ บ้านท่าไม้ หมู่ที่ 11 ตำบลท่าไม้ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือเป็นที่ตั้งของเทียนพรรษาเล่มแรกที่ใหญ่ที่สุด ในโลก วัดฐานได้ 44 นิ้ว สูง 4 เมตร 9 นิ้ว มีพญามุจรินทร์ 7 เศียร เป็นซุ้มสีมาบูรพาหน้าอุโบสถ มีสวนศาสดาแสดงพุทธประวัติปางผจญมาร,แม่พระธรณี,ท่านท้าวสหัมบดีพรหมอยู่ริม แม่น้ำ มีแผ่นแกรนิตจารึกปฐมธรรมเทศนา

วัดสุทธิวาตวราราม หรือ วัดช่องลม
ตั้งอยู่ตรงปากอ่าวสมุทรสาคร ตำบลท่าฉลอม ตรงข้ามกับตัวเมือง เดินทางโดยทางหลวงหมายเลข 35 เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 เข้าถนนสุทธิวาตวิถีประมาณ 3 กิโลเมตร วัดช่องลมเป็นพระอารามหลวงได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ด้านหน้าวัดมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานอยู่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินท่าฉลอม และทรงตั้งเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย นอกจากนี้บริเวณวัดยังมีพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่ชาวสมุทรสาครสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่ฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี