ท่องเที่ยว | สถานที่ท่องเที่ยว | จองโรงแรม | ติดต่อลงโฆษณา
 
ท่องเที่ยว
พื้นที่โฆษณา
 
ทัวร์
จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พักราคาถูก
voucher
พื้นที่โฆษณา
จังหวัดสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรปราการ
ที่พักสมุทรปราการ
เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้อง
   
แหล่งท่องเที่ยว
เมืองโบราณ
ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
สถานตากอากาศบางปู
พระสมุทรเจดีย์
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
 
เมนูท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยว
จองโรงแรม
ที่พักต่างประเทศ
บอร์ดท่องเที่ยว
แนะนำที่พัก
แนะนำทัวร์
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
ร้านอาหาร
รถเช่า
ตั๋วเครื่องบิน
ข่าวสารท่องเที่ยว
รวมเว็บไซท์
 
ที่พักภาคเหนือ
ที่พักกำแพงเพชร
ที่พักเชียงราย
ที่พักเชียงใหม่
ที่พักตาก
ที่พักนครสวรรค์
ที่พักน่าน
ที่พักพะเยา
ที่พักพิจิตร
ที่พักพิษณุโลก
ที่พักเพชรบูรณ์
ที่พักเขาค้อ
ที่พักแพร่
ที่พักแม่ฮ่องสอน
ที่พักปาย
ที่พักลำปาง
ที่พักลำพูน
ที่พักสุโขทัย
ที่พักอุตรดิตถ์
ที่พักอุทัยธานี
 
ที่พักภาคอีสาน
ที่พักกาฬสินธุ์
ที่พักขอนแก่น
ที่พักชัยภูมิ
ที่พักนครพนม
ที่พักนครราชสีมา
ที่พักเขาใหญ่
ที่พักปากช่อง
ที่พักบึงกาฬ
ที่พักบุรีรัมย์
ที่พักมหาสารคาม
ที่พักมุกดาหาร
ที่พักยโสธร
ที่พักร้อยเอ็ด
ที่พักเลย
ที่พักศรีสะเกษ
ที่พักสกลนคร
ที่พักสุรินทร์
ที่พักหนองคาย
ที่พักหนองบัวลำภู
ที่พักอำนาจเจริญ
ที่พักอุดรธานี
ที่พักอุบลราชธานี
 
ที่พักภาคกลาง
ที่พักกรุงเทพ
ที่พักกาญจนบุรี
ที่พักฉะเชิงเทรา
ที่พักชัยนาท
ที่พักนครนายก
ที่พักนครปฐม
ที่พักนนทบุรี
ที่พักปทุมธานี
ที่พักประจวบคีรีขันธ์
ที่พักหัวหิน
ที่พักปราณบุรี
ที่พักปราจีนบุรี
ที่พักอยุธยา
ที่พักเพชรบุรี
ที่พักชะอำ
ที่พักราชบุรี
ที่พักสวนผึ้ง
ที่พักลพบุรี
ที่พักสมุทรปราการ
ที่พักสมุทรสาคร
ที่พักสมุทรสงคราม
ที่พักสระแก้ว
ที่พักสระบุรี
ที่พักสิงห์บุรี
ที่พักสุพรรณบุรี
ที่พักอ่างทอง
 
ที่พักภาคตะวันออก
ที่พักชลบุรี
ที่พักพัทยา
ที่พักจันทบุรี
ที่พักตราด
ที่พักระยอง
 
ที่พักภาคใต้
ที่พักกระบี่
ที่พักชุมพร
ที่พักตรัง
ที่พักนครศรีธรรมราช
ที่พักนราธิวาส
ที่พักปัตตานี
ที่พักพัทลุง
ที่พักพังงา
ที่พักภูเก็ต
ที่พักยะลา
ที่พักระนอง
ที่พักสงขลา
ที่พักสตูล
ที่พักสุราษฎร์ธานี
 
ที่พักบนเกาะต่างๆ
ที่พักเกาะช้าง
ที่พักเกาะหมาก
ที่พักเกาะกูด
ที่พักเกาะเสม็ด
ที่พักเกาะสีชัง
ที่พักเกาะล้าน
ที่พักเกาะสมุย
ที่พักเกาะเต่า
ที่พักเกาะพะงัน
ที่พักเกาะพีพี
ที่พักเกาะลันตา
ที่พักเกาะมุก
ที่พักเกาะหลีเป๊ะ
ที่พักเกาะไหง
 

:: สมุทรปราการ ::

จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย ที่บริเวณปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ติดชายฝั่งทางด้านเหนือของอ่าวไทย เป็นจังหวัดขนาดเล็กบริเวณชานเมืองกรุงเทพมหานคร มีชื่อเรียกอื่นๆ อีกว่า “เมืองปากน้ำ” และ “เมืองพระประแดง”สมุทรปราการเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สำคัญ ของประเทศ มีชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก จึงเป็นจังหวัดที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจำนวนมหาศาลในปัจจุบัน

จังหวัดสมุทรปราการ มีเนื้อที่ประมาณ 1,004 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 627,557 ไร่ จัดเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 70 ของประเทศไทย มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแม่น้ำสายสำคัญ และมีคลองสาขาแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมาก สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม แบ่งเป็น 3 บริเวณ คือ บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เหมาะแก่การทำนาและทำสวน บริเวณตอนใต้ใกล้ชายฝั่งทะเล น้ำทะเลท่วมถึง พื้นดินและแหล่งน้ำจืดเค็มจัดในฤดูแล้ง มีป่าชายเลนตามชายฝั่ง เหมาะแก่การทำป่าจาก ป่าฟืน และบริเวณที่ราบกว้างใหญ่ทางตอนเหนือและทางตะวันออก เหมาะแก่การเพาะปลูกสมุทรปราการเป็นเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตัวเมืองเก่าตั้งอยู่แถบอำเภอพระประแดงในปัจจุบัน เคยเป็นเมืองหน้าด่านทางทะเลที่สำคัญในอดีต และเป็นจุดพักของเรือสินค้าต่างชาติที่มาติดต่อค้าขายกับไทย ที่บริเวณริมทะเลมีการสร้างป้อมค่ายคูเมืองอย่างมั่นคงแข็งแรงต่อมาในสมัย กรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดให้รื้อกำแพงเมืองพระประแดงออก จนกระทั่งเมื่อถึงสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงเห็นว่าเป็นช่องทางที่ข้าศึกจะยกทัพมาได้ จึงโปรดให้สร้างเมืองสมุทรปราการขึ้นที่ตำบลปากน้ำในปี พ.ศ. 2362 ใช้เวลาในการสร้าง 3 ปี และได้โปรดให้สร้างป้อมปราการขึ้นทั้งสองฝั่งแม่น้ำถึง 6 ป้อม คือ ป้อมประโคนชัย ป้อมนารายณ์ปราบศึก ป้อมปราการ ป้อมประกายสิทธิ์ ป้อมนาคราช และป้อมผีเสื้อสมุทร โดยในขณะที่กำลังสร้างเมืองนั้น พระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตรหลายครั้ง และโปรดให้สร้างพระมหาเจดีย์ขึ้นที่เกาะกลางน้ำ แล้วพระราชทานนามว่า “พระสมุทรเจดีย์” แต่เสด็จสวรรคตเสียก่อนที่เจดีย์จะสร้างเสร็จต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระ นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้สร้างพระสมุทรเจดีย์ต่อจนสำเร็จ และสร้างป้อมขึ้นอีก 3 แห่ง คือ ป้อมตรีเพชร ป้อมคงกระพัน และป้อมเสือซ่อนเล็บในปี พ.ศ. 2402 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงปฏิสังขรณ์พระสมุทรเจดีย์ให้สูงขึ้น และโปรดให้สร้างป้อมชายทะเลอีกแห่งหนึ่ง พระราชทานนามว่า “ป้อมพระจุลจอมเกล้า” ซึ่งในปัจจุบัน ป้อมต่างๆ ได้เสื่อมโทรมและปรักหักพังลงเสียเป็นส่วนใหญ่ คงเหลือแต่ป้อมผีเสื้อสมุทรและป้อมพระจุลจอมเกล้าเท่านั้น

ปัจจุบันจังหวัดสมุทรปราการแบ่งการปกครองออกเป็น 5 อำเภอ และ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และกิ่งอำเภอบางเสาธง

ทิปส์ท่องเที่ยว

- ในการล่องเรือเที่ยว ควรเตรียมหมวกและรองเท้าที่สวมใส่สบายไปด้วย และสำหรับการล่องเรือเที่ยวในตอนกลางคืน เช่น ล่องเรือชมหิ่งห้อย ควรเตรียมโลชันกันยุงไปด้วย

- ในระหว่างการล่องเรือเที่ยว ไม่ควรดื่มสุราหรือสิ่งมึนเมาอื่นๆ เพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ และในการล่องเรือชมหิ่งห้อยไม่ควรส่งเสียงดัง เพราะจะเป็นการรบกวนหิ่งห้อย รวมทั้งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และไม่จับหรือทำสิ่งใดที่รบกวนหิ่งห้อยโดยเด็ดขาด

- การนั่งเรือ ควรนั่งตรงกลางเรือ ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง และใส่เสื้อชูชีพตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย

- การล่องเรือชมหิ่งห้อย ควรเลือกผู้ให้บริการนำล่องเรือที่มีความชำนาญในเส้นทาง และรู้แหล่งที่อยู่ของหิ่งห้อยเป็นอย่างดี และควรตรวจสอบระยะทางการล่องเรือกับผู้ให้บริการเสียก่อน

การเดินทาง

สมุทรปราการอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 29 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดสมุทรปราการได้อย่างสะดวกหลายวิธี ทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทาง

โดยรถยนต์

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท (สายเก่า) และทางหลวงหมายเลข 303 (ถนนสุขสวัสดิ์) ระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร เข้าสู่ตัวเมืองจังหวัดสมุทรปราการ

โดยรถประจำทาง

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้งปรับอากาศและไม่ปรับอากาศหลายสาย จากในตัวเมืองกรุงเทพฯ ผ่านบริเวณต่างๆ ของจังหวัดสมุทรปราการ โดยจุดจอดรถประจำทางที่สำคัญ ได้แก่ บางนา สำโรง ปากน้ำ บางพลี และพระประแดง

รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ มีสายต่างๆ ดังนี้

สาย 2 (สำโรง-ปากคลองตลาด) สาย 25 (ท่าช้าง- แพรกษา) สาย 506 (ปากเกร็ด-พระประแดง) สาย 507 (ปากน้ำ-ขนส่งสายใต้) สาย 508 (ปากน้ำ-ท่าราชวรดิษฐ์) สาย 511 (ปากน้ำ-ขนส่งสายใต้) สาย 513 (รังสิต-ปู่เจ้าสมิงพราย) สาย 23 (สำโรง-ทางด่วน-เทเวศน์) สาย 25 (ปากน้ำ-ท่าช้าง) สาย 102 (ปากน้ำ-ช่องนนทรี) สาย 545 (นนทบุรี-สำโรง) สาย 129 (สำโรง-บางเขน) สาย 142 (ฟาร์มจระเข้-การเคหะชุมชนธนบุรี) สาย 145 (ปากน้ำ-หมอชิต 2) สาย 536 (ฟาร์มจระเข้-หมอชิต 2) สาย 521 (พระประแดง-ท่าน้ำนนท์) และ สาย 20 (ป้อมพระจุลฯ-ท่าน้ำดินแดง)

รถโดยสารประจำทางไม่ปรับอากาศ มีสายต่างๆ ดังนี้

สาย 2 (สำโรง-ปากคลองตลาด) สาย 6 (พระประแดง-บางลำภู) สาย 20 (ป้อมพระจุลฯ-ท่าน้ำดินแดง) สาย 23 (สำโรง-ทางด่วน-เทเวศร์) สาย 25 (ปากน้ำ-ท่าช้าง) สาย 45 (สำโรง-ราชประสงค์) สาย 82 (พระประแดง-บางลำภู) สาย 102 (ปากน้ำ-ช่องนนทรี) สาย 116 (สำโรง-สาทร) สาย 129 (บางเขน-สำโรง) สาย 138 (ทางด่วน จตุจักร-พระประแดง) และ สาย 145 (สวนจตุจักร-ปากน้ำ)

สอบถามรายละเอียดได้ที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โทร.184 www.bmta.co.th

การเดินทางภายในสมุทรปราการ

ในจังหวัดสมุทรปราการ การเดินทางส่วนใหญ่ใช้รถส่วนบุคคลและรถประจำทาง นอกจากรถโดยสารประจำทาง ขสมก. และรถโดยสารร่วมบริการแล้ว ในตัวจังหวัดสมุทรปราการมีรถชนิดต่างๆ ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการยานพาหนะต่างๆ ได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสม

รถสองแถว มีวิ่งบริการจากสถานีขนส่งไปยังที่ต่างๆ ในตัวเมือง นักท่องเที่ยวอาจเหมารถสองแถวไปเที่ยวได้ทั้งในเมืองและต่างอำเภอ คิดราคาวันละ 1,000-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและการต่อรอง

รถสามล้อเครื่องและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จอดอยู่ตามจุดต่างๆ ในจังหวัด เช่น หน้าตลาดเทศบาล หน้าสถานีขนส่ง ค่าบริการมีทั้งแบบตกลงกันตามแต่ระยะทางและแบบเหมาจ่าย

ระยะทางจากอำเภอเมืองสมุทรปราการไปยังอำเภอต่างๆ คือ

อำเภอพระประแดง 12 กิโลเมตร
อำเภอบางพลี 17 กิโลเมตร
อำเภอพระสมุทรเจดีย์ 21 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอบางเสาธง 32 กิโลเมตร
อำเภอบางบ่อ 38 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยวสมุทรปราการ

เมืองโบราณ
ตั้งอยู่ในเขตตำบลบางปูใหม่ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 33 ถนนสุขุมวิท (สายเก่า)

ฟาร์มจระเข้
ตั้งอยู่ถนนท้ายบ้าน ตำบลท้ายบ้าน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร

พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
ตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ ตรงข้ามกับโรงเรียนนายเรือ จากแยกบางนาไปสำโรงประมาณ 10 กิโลเมตร ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นที่รวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกองทัพเรือไทย อาวุธยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์ทุกประเภทที่ใช้ในกิจการกองทัพเรือ เรือรบจำลองของไทยตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน เรือดำน้ำรุ่นแรกและรุ่นเดียวของราชนาวีไทย และยุทธนาวีครั้งสำคัญ ๆ

แบ่งเป็น 2 อาคาร คือ อาคาร 1 จัดเป็นห้องเทิดพระเกียรติพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดม ศักดิ์ องค์พระบิดาของทหารเรือไทย และห้องจัดแสดงเครื่องแบบต่าง ๆ ของทหารเรือไทย อาคาร 2 ชั้นล่างจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ชั้น 2 จัดแสดงเกี่ยวกับเรือพระราชพิธี ชั้น 3 เป็นการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ หมุนเวียนตามช่วงเวลาและเหตุการณ์สำคัญ เช่น ยุทธนาวีที่เกาะช้าง สงครามเอเชียมหาบูรพา วีรกรรมที่ดอนน้อย เรือดำน้ำแห่งราชนาวี และการปฏิบัติการของทหารนาวิกโยธิน เป็นต้น

เปิดให้เข้าชมในวันราชการตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น. สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2394 1997, 0 2475 3808

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
เป็นตลาดน้ำแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณตำบลบางน้ำผึ้ง เป็นการร่วมมือระหว่าง อบต.บางน้ำผึ้ง และชาวบ้านในชุมชนสร้างตลาดน้ำแห่งนี้เพื่อหาทางแก้ไขภาวะผลผลิตล้นตลาด ซึ่งตลาดน้ำแห่งนี้สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี เสน่ห์ของตลาดน้ำแห่งนี้ คือ วิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ และยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านและอาหารที่มีชื่อเสียงของชุมชน เช่น ดอกไม้เกล็ดปลา ปั้นธูปสมุนไพร หอยทอดขนมครก และมะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเรือพายให้บริการ อัตราค่าเช่าลำละ 20 บาท และยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน และชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามของสวนผลไม้ในชุมชน โดยเช่าจักรยานในราคา 30 บาท/คัน ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจะมีเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 08.00-14.00 น. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานองค์การบริการส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง โทร. 0 2819 6762, 08 1171 4930

การเดินทาง
รถยนต์ – ลงจากทางด่วน(ดาวคะนอง-สุขสวัสดิ์)ที่ถนนสุขสวัสดิ์ จะเห็นสามแยกพระประแดง-สุขสวัสดิ์ เลี้ยวบริเวณข้างปั้มน้ำมัน BP พอถึงตลาดพระประแดงให้เลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรมวรวิหารไปตามถนนเพชรหึงษ์ ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าซอยเพชรหึงษ์ 26 แล้วจะพบป้ายบอกทางเข้าตลาดน้ำ ประมาณ 700 เมตร

รถโดยสารประจำทางปรับอากาศและธรรมดา ขสมก.สาย 82, 138 รถร่วมบริการสาย 6 ไปลงตลาดพระประแดง แล้วต่อรถประจำทางสายพระประแดง-บางกอบัว ก็จะผ่านตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

สถานตากอากาศบางปู
ตั้งอยู่ในเขตตำบลบางปูใหม่ ริมถนนสุขุมวิท ห่างจากตัวเมืองประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นสถานที่ตากอากาศ ที่มีชื่อเสียงมาเป็นเวลานาน และเป็นสถานที่พักผ่อนของกรมพลาธิการทหารบก มีร้านอาหารและที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว ภายในบริเวณมีธรรมชาติอันสมบูรณ์ในพื้นที่ 639 ไร่ มีสะพานที่ทอดตัวเหยียดยาวออกไปในทะเลตลอด 500 เมตร ทำให้เป็นจุดดูนกและชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามแห่งหนึ่ง

ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนพฤษภาคม จะมีนกนางนวลอพยพหนีหนาวจากแถบไซบีเรียมาพักอาศัยในบริเวณนี้ และยังมีสถานที่พักผ่อนที่ศาลาสุขใจบริการอาหารรสชาติอร่อย และทุกวันเสาร์จะมีกิจกรรมเต้นรำ และลีลาศ ตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2323 9983

การเดินทาง จากสามแยกสมุทรปราการเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ประมาณกิโลเมตรที่ 37 ให้กลับรถ สถานตากอากาศ บางปูจะอยู่ริมถนนซ้ายมือ และรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย ปอ. 25, 102, 142, 145, 507,508 และ 511 รถประจำทางธรรมดาสาย 25, 102 และ 145 ไปลงตลาดปากน้ำ แล้วต่อรถเมล์เล็กสาย 36, รถสองแถวปากน้ำ-วัดตำหรุ, ปากน้ำ-นิคมอุตสาหกรรมบางปู และปากน้ำ-คลองด่าน

สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์
สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ ตั้งอยู่ตำบลบางกะเจ้า มีเนื้อที่กว่า 200 ไร่ สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งผลิตอากาศบริสุทธิ์ สวนสาธารณะที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายสำหรับประชาชนและเป็นที่ศึกษา ระบบนิเวศน์ของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ในท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง

ลักษณะของสวนเป็นการผสมผสานของสวนสาธารณะที่มีการจัดสภาพภูมิทัศน์ให้สวย งาม ประกอบด้วยพันธุ์ไม้น้ำ พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่สามารถเจริญเติบโตได้ในน้ำกร่อยกับการรักษาสภาพสวน เกษตรดั้งเดิมซึ่งเป็นสวนผลไม้เก่าไว้ โดยเป็นพื้นที่สีเขียวที่รัฐบาลกำหนดให้เป็น “ปอดของกรุงเทพฯ” มีสะพานไม้ทอดยาวให้เดินชมพื้นที่อันสงบร่มรื่น รวมถึงหอชมวิวสูง 7 เมตร ที่สามารถชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ มีจักรยานให้เช่าสำหรับขี่ชมรอบสวน เปิดเวลา 06.00-20.00 น. โทร. 0 2461 0972

การเดินทาง จากสามแยกพระประแดง (ถนนสุขสวัสดิ์) ให้เลี้ยวซ้ายตรงสามแยกถึงตลาดพระประแดงเลี้ยวซ้ายผ่านวัดทรงธรรมวรวิหารไป ตามถนนเพชรหึงษ์ 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดราษฎร์รังสรรค์ประมาณ 2 กิโลเมตร สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์อยู่ริมถนนด้านขวามือ หรือเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางปรับอากาศและธรรมดา ขสมก. สาย 82 และ 138 รถร่วมบริการสาย 6 ลงตลาดพระประแดงแล้วต่อรถประจำทางสายพระประแดง-บางกอบัว

วัดกลางวรวิหาร
ตั้งอยู่ถนนศรีสมุทร ตำบลปากน้ำ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสมัยอยุธยา ตอนปลาย เดิมชื่อ วัดตะโกทอง พระอุโบสถได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 หน้าบันมีลายปูนปั้นประดับเครื่องลายคราม ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องปฐมสมโพธิกถา ต่อมาเมื่อพ.ศ.2449 มีการสร้างพระมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาท 4 รอย หน้าบันมีลายปูนปั้นเครื่องแถวประดับด้วยถ้วยจานเบญจรงค์ ยอดสุดแต่ละมุมมีปูนปั้นหน้าของท้าวจตุโลกบาล ตามเค้าโครงเรื่องไตรพระภูมิพระร่วง เบื้องบนของผนังภายในซุ้มพระพุทธรูปขนาดย่อมโดยรอบ ศาลาการเปรียญลักษณะเป็นเรือนไทยแบบเรือนหมู่ไม้สักทั้งหลัง หน้าบันมีลวดลายไม้สลักละเอียดอ่อนสวยงามควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง

การเดินทาง จากสามแยกสมุทรปราการตรงไปตามถนนประโคนชัย (เข้าตลาดปากน้ำ) จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปทางถนนศรีสมุทรจะพบวัดอยู่ในสุดของถนน สามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย 25, 102, 142, 145, 507, 508 และ 511 หรือรถโดยสารประจำทางธรรมดาสาย 25, 102 และ 145

วัดบางพลีใหญ่กลาง
ตั้งอยู่บริเวณคลองสำโรงฝั่งเหนือ ตำบลบางพลีใหญ่ ห่างจากวัดบางพลีใหญ่เล็กน้อย สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2367 ชาวบ้านเรียกว่า วัดกลาง ต่อมาเปลี่ยนเป็น วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม และครั้งสุดท้ายเปลี่ยนเป็นวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นที่ประดิษฐานสมเด็จพระศากยมุณีศรีสุเมธบพิตร พระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ยาวประมาณ 53 เมตร ภายในองค์พระแบ่งเป็น 4 ชั้น ชั้น 1 เป็นห้องปฏิบัติธรรม ชั้นที่ 2 ประดิษฐานพระอรหันต์ 500 รูป มีภาพวาดห้องนรกและห้องสวรรค์ ชั้นที่ 3 มีภาพวาดเกี่ยวกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ ชั้นที่ 4 เป็นชั้นที่บรรจุพระสาริกธาตุซึ่งพระอาจารย์จำนงค์ไปอัญเชิญมาจากประเทศศรี ลังกา ณ วะละ เมืองโคลัมโบเมื่อพ.ศ.2530 ในชั้นนี้มีห้องประดิษฐานหัวใจพระซึ่งประชาชนนิยมมาปิดทองเพื่อเป็นศิริมงคล

การเดินทาง จากแยกบางนา ใช้เส้นทางถนนบางนา-ตราด มุ่งหน้าไปทางจังหวัดชลบุรีถึงกิโลเมตรที่ 12 ให้กลับรถแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางถนนบางพลี-กิ่งแก้ว ประมาณ 3 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายถนนทางเข้าที่ว่าการอำเภอบางพลีไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงวัดบางพลีใหญ่กลาง

ตลาดริมน้ำโบราณบางพลี
เป็นตลาดเก่าแก่ริมคลองสำโรง พื้นตลาดเป็นพื้นไม้ สามารถเดินติดต่อกันได้ ชาวจีนเข้ามาเปิดร้านในตลาดนี้ราว พ.ศ.2400 เป็นตลาดโบราณริมคลองสำโรงเพียงแห่งเดียวที่รอดพ้นจากไฟไหม้และยังคงสภาพ เดิมเหมือนแรกสร้าง เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมและเลือกซื้อมีทั้งอาหารและของใช้ต่าง ๆ

เปิดบริการ ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น.

การเดินทาง จากแยกบางนาใช้เส้นทางถนนบางนา-ตราด มุ่งหน้าไปทางจังหวัดชลบุรีถึงกิโลเมตรที่ 12 ให้กลับรถแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางถนนบางพลี-กิ่งแก้ว ประมาณ 3.5 กิโลเมตร จะพบสี่แยกเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุขาภิบาล 6 ทางเข้าเทศบาลตำบลบางพลี 200 เมตร จะถึงวัดบางพลีใหญ่ใน

พระสมุทรเจดีย์
ตั้งอยู่ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลปากคลองบางปลากด ในวัดพระสมุทรเจดีย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงกันข้ามกับศาลากลางจังหวัด แต่เดิมพระเจดีย์นี้ตั้งอยู่บนเกาะกลางปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท้ายป้อมผีเสื้อสมุทร ต่อมาชายตลิ่งฝั่งขวาของแม่น้ำตื้นเขินงอกออกมาเชื่อมติดกับเกาะอันเป็นที่ ตั้งพระเจดีย์

ปัจจุบันจึงไม่มีสภาพเป็นเกาะอีกต่อไป พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์นี้ขึ้นแต่ยังไม่ทันเสร็จก็สิ้นรัชกาล พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อเป็นพระเจดีย์สูง 20 เมตร ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนรูปทรงพระเจดีย์แล้วก่อให้สูงขึ้นอีกเป็น 38 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระชัยวัฒน์ และพระปางห้ามสมุทร สอบถามรายละเอียดโทร. 0 2425 8898

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
ตั้งอยู่เลขที่ 99/9 หมู่ 1 ตำบลบางเมืองใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างจากแรงบันดาลใจ ความคิดและจินตนาการของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้สร้างเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ และปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อให้เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ และเพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบชั่วลูกชั่วหลานสืบไป ช้างเอราวัณหรือช้างสามเศียร เป็นประติมากรรมลอยตัวที่ใช้เทคนิคการเคาะโลหะขึ้นรูปด้วยมือเป็นแห่งแรกใน โลก ทำจากโลหะทองแดงนับแสนชิ้นแผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือนำมาย่างไฟให้อ่อนตัว แล้วเคาะเรียงต่อกันด้วยความประณีต ตัวช้างรวมอาคารมีความสูง 43.60 เมตร (หรือสูงขนาดตึก 14-17 ชั้นโดยประมาณ) อาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนบนของตัวช้างและส่วนล่างของตัวช้าง ส่วนบนของตัวช้าง เฉพาะส่วนหัวมีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน ลำตัวช้างหนัก 150 ตัน สูง 29 เมตร กว้าง 12 เมตรและยาว 39 เมตร ท้องช้างหรือชั้นสวรรค์ ปูด้วยไม้มะเกลือสีออกดำ ออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุมีค่า เช่น ภาพเขียนสีฝุ่นรูปสุริยจักรวาล โบราณวัตถุของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ส่วนล่างของตัวช้าง เป็นฐานประกอบด้วยอาคารศาลามีความสูง 14.60 เมตร โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก กระจายน้ำหนักตัวช้างด้วยคานวงแหวนรอบนอกและรอบในบนอาคาร ถ่ายน้ำหนักลงเสาแปดเสาภายนอกและสี่เสาภายในอาคารศาลา ภายในอาคารหรือชั้นโลกจัดแสดงโบราณวัตถุ มีซุ้มพระเกตุ บันไดเงินบันไดทอง เพดานเป็นกระจกสี มีรูปแผนที่โบราณ การตกแต่งภายในเป็นการผสมผสานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้กระจกสีแบบศิลปะตะวันตก, เครื่องเบญจรงค์สลับลวดลายสอดสี, การดุนโลหะบนแผ่นดีบุกของช่างเมืองนครศรีธรรมราช และรูปปั้นโบราณชนิดต่างๆ อาทิ คนธรรพ์บรรเลงดนตรี รูปพญานาค ของช่างเมืองเพชร ส่วนชั้นใต้ดินที่เรียกว่า “ชั้นบาดาล” เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการและโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ พระพุทธรูป เทวรูปสมัยต่าง ๆ และเครื่องลายครามของจีน ระเบียงรอบนอกตัวอาคารประกอบด้วยซุ้มแปดซุ้ม รอบพิพิธภัณฑ์เป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดี และพันธุ์ไม้หายากจากทุกภูมิภาคของประเทศ มีงานประติมากรรมลอยตัวเรื่อง รามเกียรติ์ วางเรียงรายล้อมรอบอาคาร พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 50 บาท สอบถามรายละเอียดโทร. 0 2371 3135-6 โทรสาร. 0 2371 3136

การเดินทาง พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ผ่านแยกบางพลี ก่อนถึงแยกปากน้ำ ตั้งอยู่ซ้ายมือ รถโดยสารประจำทางธรรมดา ขสมก. สาย 25,142,365 และรถปรับอากาศสาย 102, 507, 511, 536

 


แพพี่ต้น : ชมธรรมชาติทะเลน้ำจืด เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และตกปลา จ.กาญจนบุรี สนใจติดต่อ โทร. 01-8569063
แพพี่ต้น

ชมธรรมชาติ ท่ามกลางสายน้ำ และขุนเขา เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตกปลา สนใจติดต่อได้ที่โทร : 08-1856-9063
ล่องไพรทัวร์
ภูไพร เลค รีสอร์ท - อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
พื้นที่โฆษณา
 
เว็บไซท์น่าสนใจ
เกาะทะลุ
รับทำ seo
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ฮ่องกง
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ญี่ปุ่น
ที่พักหัวหินราคาถูก
ที่พักชะอำ
ที่พักพัทยา
ที่พักปาย
ที่พักเขาใหญ่
ดำน้ำเกาะเต่า
ภูไพร เลค รีสอร์ท
ลงประกาศฟรี
กล่องพัสดุ
โปรเน็ตทรู
แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว 77 จังหวัด
เที่ยวภาคตะวันออก : ชลบุรี : ระยอง : จันทบุรี : ตราด
เพื่อนบ้าน
จองที่พัก : ที่พักราคาถูก : thailand hotels : เสื้อผ้าเด็ก : ชุดนอนเด็ก : ชุดว่ายน้ำ : ชุดคลุมท้อง : Pantip Review : Saraburi Booking : Saraburi Travel : สระบุรี
ติดต่อลงโฆษณาได้ที่ : webmaster@relaxzy.com ทะเบียนพาณิชย์เลขที่ : 0737314703679