ค้นหาที่พัก

ที่พักภาคกลาง

ที่พักกรุงเทพ
ที่พักกาญจนบุรี
ที่พักสังขละบุรี
ที่พักทองผาภูมิ
ที่พักฉะเชิงเทรา
ที่พักชัยนาท
ที่พักนครนายก
ที่พักนครปฐม
ที่พักนนทบุรี
ที่พักปทุมธานี
ที่พักประจวบคีรีขันธ์
ที่พักหัวหิน
ที่พักปราณบุรี
ที่พักเขาตะเกียบ
ที่พักกุยบุรี
ที่พักสามร้อยยอด
ที่พักบางสะพาน
ที่พักปราจีนบุรี
ที่พักอยุธยา
ที่พักเพชรบุรี
ที่พักชะอำ
ที่พักหาดเจ้าสำราญ
ที่พักหาดปึกเตียน
ที่พักแก่งกระจาน
ที่พักราชบุรี
ที่พักสวนผึ้ง
ที่พักลพบุรี
ที่พักสมุทรปราการ
ที่พักสมุทรสาคร
ที่พักสมุทรสงคราม
ที่พักอัมพวา
ที่พักสระแก้ว
ที่พักสระบุรี
ที่พักสิงห์บุรี
ที่พักสุพรรณบุรี
ที่พักอ่างทอง

สระแก้ว

  • จังหวัดสระแก้ว
  • ที่พักสระแก้ว
  • เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้อง
  • จังหวัดสระแก้ว เป็นจังหวัดใหม่ที่แยกออกจากจังหวัดปราจีนบุรี ตั้งอยู่ติดชายแดนประเทศด้านตะวันออก มีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุหลายแห่ง และมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เช่น อุทยานแห่งชาติปางสีดาและอุทยานแห่งชาติตาพระยานอกจากนี้ สระแก้วยังมีประติมากรรมทางธรรมชาติอย่าง “ละลุ” ที่มีลักษณะแปลกตา และที่สุดชายแดนอำเภออรัญประเทศ เป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดสู่อาณาจักรกัมพูชา เชื่อมการคมนาคมและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศให้เป็นเส้นทางเดียวกัน มีตลาดโรงเกลือที่เต็มไปด้วยของราคาถูกและสินค้ามือสองจากนานาประเทศเพื่อนบ้าน

    จังหวัดสระแก้ว มีเนื้อที่ประมาณ 7,195.138 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,497 ไร่ จัดเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 28 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ริมชายแดนด้านตะวันออกของประเทศ มีพรมแดนติดต่อกับราชอาณาจักรกัมพูชาทางทิศตะวันออก ยาวประมาณ 165 กิโลเมตร สภาพพื้นที่มีทั้งที่ราบ ที่ราบสูง และภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ย 74 เมตร โดยมีทิวเขาบรรทัดอยู่ทางตอนบนของจังหวัด เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำบางปะกง และเป็นป่าทึบในบริเวณอุทยานแห่งชาติปางสีดา ทางด้านใต้เป็นที่ราบเชิงเขา มีสภาพเป็นป่าโปร่งเสื่อมโทรม ส่วนใหญ่ถูกบุกรุกและแผ้วถางเพื่อทำการเกษตร ทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบถึงที่ราบสูง และมีสภาพเป็นป่าโปร่ง ทางด้านตะวันตกเป็นสันปันน้ำ และพื้นที่ลาดไปทางอำเภอเมืองสระแก้วและอำเภออรัญประเทศ ต่อเนื่องเข้าเขตราชอาณาจักรกัมพูชา ส่วนตอนกลางมีลักษณะเป็นที่ราบ ได้แก่ พื้นที่ของอำเภอวังน้ำเย็นและอำเภอวังสมบูรณ์จังหวัดสระแก้วตั้งอยู่ติดชายแดนประเทศด้านตะวันออก เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับ 4,000 ปี ตั้งแต่ยุคหินใหม่ โดยมีการค้นพบวัตถุโบราณที่อำเภอเขาฉกรรจ์ อำเภออรัญประเทศ และอำเภอตาพระยา เป็นหลักฐานว่าบริเวณนี้เคยเป็นชุมชนที่มีความเจริญรุ่งเรืองในยุคเจนละและทวารวดี มีอารยธรรมและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง มีกษัตริย์หรือผู้ครองเมืองที่นับถือศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกายและไวษณพนิกาย ดังจะเห็นได้จากโบราณสถานและจารึกรูปอักษรปัลลวะ ที่ปรากฏในบริเวณปราสาทเขาน้อย เขตอรัญประเทศ ซึ่งถือกันว่าเป็นหลักฐานบันทึกศักราชที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มจารึกรุ่นแรกที่พบในประเทศไทย สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 1180นอกจากนี้ยังค้นพบหลักฐานความเจริญของอารยธรรมระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15-16 ในแถบนี้อย่างมากมาย มีทั้งปราสาทอิฐ ปราสาทหิน เตาเผา เครื่องถ้วย และคูเมืองโบราณที่ยังเหลือร่องรอยปรากฏในปัจจุบัน เช่น ปราสาทสด๊กก๊อกธม ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวสถานของพระศิวะจังหวัดสระแก้วมีที่มาจากชื่อสระน้ำโบราณในพื้นที่อำเภอเมืองสระแก้ว ซึ่งมีอยู่ 2 สระ โดยในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2523 ในสมัยกรุงธนบุรี ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกทัพไปตีราชอาณาจักรกัมพูชา ได้แวะพักบริเวณสระน้ำทั้ง 2 แห่งนี้ และขนานนามว่า “สระแก้วสระขวัญ” ต่อมาได้นำน้ำจากสระทั้ง 2 แห่งนี้ไปใช้ในการประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาด้วย จึงถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์แต่เดิมสระแก้วมีฐานะเป็นตำบล เป็นที่ตั้งของด่านตรวจคนและสินค้าเข้าออก มีข้าราชการตำแหน่งนายกองทำหน้าที่เป็นนายด่าน จนถึงปี พ.ศ. 2452 ทางราชการจึงได้ยกฐานะขึ้นเป็น “อำเภอสระแก้ว” อยู่ภายใต้การปกครองของจังหวัดปราจีนบุรี และต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดสระแก้วขึ้น เป็นผลให้สระแก้วกลายเป็นจังหวัดที่ 74 ของประเทศไทยนับแต่นั้นมาสระแก้วแบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองสระแก้ว อำเภอคลองหาด อำเภอตาพระยา อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอวัฒนานคร อำเภออรัญประเทศ อำเภอเขาฉกรรจ์ อำเภอโคกสูง และกิ่งอำเภอวังสมบูรณ์

    การเดินทาง

    สระแก้วอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 236 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดสระแก้วได้อย่างสะดวกหลายวิธี ทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง และรถไฟ

    โดยรถไฟ

    การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังจังหวัดสระแก้วทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5-4.5 ชั่วโมง

    นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและราคาตั๋วโดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.railway.co.th และจองตั๋วรถไฟก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2220-4444 ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

    โดยรถยนต์

    จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 4 เส้นทาง ได้แก่

    1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงรังสิต แล้วใช้สะพานวงแหวนแยกขวา เข้าเส้นทางหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก แล้วแยกขวาใช้เส้นทางหมายเลข 33 ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว รวมระยะทางประมาณ 214 กิโลเมตร

    2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถึงแยกหินกอง ประมาณกิโลเมตรที่ 90 แยกขวาใช้เส้นทางหมายเลข 33 ผ่านอำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครนายก และอำเภอกบินทร์บุรี ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว รวมระยะทางประมาณ 245 กิโลเมตร

    3. ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านเขตมีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอพนมสารคาม ถึงอำเภอกบินทร์บุรี แยกขวาเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 33 ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว รวมระยะทางประมาณ 210 กิโลเมตร

    4. ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านเขตมีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอพนมสารคาม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน จนถึงประมาณกิโลเมตรที่ 54 ให้แยกขวาไปตามทางหมายเลข 359 อีกประมาณ 65 กิโลเมตรถึงจังหวัดสระแก้ว

    โดยรถประจำทาง

    มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-สระแก้ว ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ หมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th

    บริษัท ขนส่ง จำกัด ประเทศไทย เปิดเส้นทางเดินรถโดยสารปรับอากาศระหว่างประเทศสายใหม่ จำนวน 2 สาย
    1.เส้นทางกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ-ปอยเปต สิ้นสุดเส้นทางที่เมืองเสียมเรียบ แหล่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ปราสาทนครวัด นครธรรม เป็นระยะทาง 424 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง รถโดยสารออกจากสถานีขนส่งกรุงเทพฯ วันละสองเวลา คือ 06.00 นาฬิกา ใช้รถโดยสารมาตรฐาน ม.1 (ข) อัตราค่าโดยสาร 750 บาท และออกจากสถานีเดินรถเมืองเสียมเรียบ ในเวลาและราคาเดียวกัน
    2.เส้นทางกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ-ปอยเปต-พนมเปญ เป็นระยะทางประมาณ ๗๑๙ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑๑ ชั่วโมง รถโดยสารออกจากสถานีขนส่งกรุงเทพฯ และสถานีพนมเปญ เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา วันละเที่ยวใช้รถโดยสารมาตรฐาน ม.๑ (ข) อัตราค่าโดยสาร ๙๐๐ บาท และเปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์ได้ที่www.thaiticketmajor.com

    การเดินทางภายใน สระแก้ว

    ในตัวจังหวัดสระแก้วมีรถชนิดต่างๆ ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการยานพาหนะต่างๆ ได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสม

    รถสองแถว มีวิ่งบริการจากสถานีขนส่งไปยังที่ต่างๆ ในตัวเมือง นักท่องเที่ยวอาจเหมารถสองแถวไปเที่ยวได้ทั้งในเมืองและต่างอำเภอ คิดราคาวันละ 1,000-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและการต่อรอง

    รถสามล้อเครื่องและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จอดอยู่ตามจุดต่างๆ ในจังหวัด เช่น หน้าตลาดเทศบาล หน้าสถานีขนส่ง ค่าบริการมีทั้งแบบตกลงกันตามแต่ระยะทางและแบบเหมาจ่าย

    ระยะทางจากอำเภอเมืองสระแก้วไปยังอำเภอต่างๆ คือ

    อำเภอเขาฉกรรจ์ 19 กิโลเมตร
    อำเภอวัฒนานคร 38 กิโลเมตร
    อำเภอวังน้ำเย็น 50 กิโลเมตร
    อำเภออรัญประเทศ 54 กิโลเมตร
    กิ่งอำเภอวังสมบูรณ์ 55 กิโลเมตร
    อำเภอคลองหาด 65 กิโลเมตร
    อำเภอโคกสูง 72 กิโลเมตร
    อำเภอตาพระยา 100 กิโลเมตร

    สถานที่ท่องเที่ยว สระแก้ว

    ถ้ำหาดทรายแก้ว
    ตั้งอยู่บ้านเขาเลื่อม เป็นถ้ำขนาดเล็ก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่เกิดจากแนวเขาเดียวกับถ้ำเพชรโพธิ์ทอง มีเพดานและผนังถ้ำที่สวยงามด้วยหินทราย เมื่อแสงตกกระทบเกิดการสะท้อนเป็นแสงระยิบระยับรูปร่างแปลกตา แต่จุดเด่นของถ้ำคือเป็นถ้ำที่มีหน้าผาสูงประมาณ 25 เมตร มีกิจกรรมโรยตัวจากหน้าผาดึงดูดให้นักผจญภัยเดินทางมา ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองหาด โทร. 0 3751 2142, 08 9936 3880

    การเดินทาง ไปถ้ำเพชรโพธิ์ทอง และถ้ำหาดทรายแก้ว จากตัวจังหวัดใช้ทางหลวงหมายเลข 317 เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกตัดเข้าถนนหลวงหมายเลข 3067 ผ่านที่ว่าการอำเภอคลองหาด 4 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงถ้ำทั้งสองแห่ง

    ถ้ำเขาศิวะ (ถ้ำน้ำ)
    ตั้งอยู่บ้านเขาจันทร์แดง ระหว่างเทือกเขาตาง็อกและเทือกเขากกมะม่วง ห่างจากที่ว่าการอำเภอคลองหาดประมาณ 16 กิโลเมตร เป็นถ้ำที่มีน้ำไหลออกมาทั้งปี ถ้ำลึก 500 เมตร ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 10-220 เซนติเมตร ภายในเป็นหินงอกหินย้อยสวยงาม บางบริเวณมีลักษณะคล้ายม่านและยังมีน้ำไหลมองเห็นเป็นน้ำตกขนาดเล็ก เมื่อแสงไฟต้องกับเกล็ดทรายของหินงอกหินย้อยสะท้อนกลับมาสีสันแปลกตา น้ำที่อยู่ภายในถ้ำไหลหมุนเวียนตลอดทั้งปี ภายในถ้ำอากาศถ่ายเทตลอด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้รักการผจญภัยที่ว่ายน้ำเป็น ใช้เวลาในการเที่ยวชม 1-2 ชั่วโมง อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมไปได้แก่ ชุดที่ไม่อุ้มน้ำ ไฟฉายกันน้ำ ตะเกียงเจ้าพายุ ไฟแช็ก แพยาง และห่วงยางหรือเสื้อชูชีพ ก่อนไปควรติดต่อผู้นำทางที่ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองไก่เถื่อน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 3724 6089 หรือ ที่ว่าการอำเภอคลองหาด โทร. 0 3751 2241

    การเดินทาง จากจังหวัดสระแก้วใช้ทางหลวงหมายเลข 317 เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3067 จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3395 ขับตรงไป 15 กิโลเมตร จะพบสามแยก เลี้ยวซ้ายขับตรงไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะถึงทางเข้าถ้ำน้ำ หรือจากอำเภอวังน้ำเย็นไป 47 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกเข้าอำเภอคลองหาดไป 13 กิโลเมตร ถึงที่ว่าการอำเภอคลองหาดแล้วไปทางบ้านเขาจันทร์แดงอีก 16.7 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าเขาตาง็อกอีก 18 กิโลเมตร ถึงปากถ้ำ

    ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง
    ตั้งอยู่บ้านเขาเลื่อม เป็นถ้ำขนาดกลางอยู่ในภูเขาที่ทอดยาวขนานไปกับพื้นดิน เดินเท้าขึ้นภูเขาผ่านป่าจันผาที่ชุมชนได้ร่วมอนุรักษ์และปลูกเพิ่มจากเดิมที่กำลังจะสูญพันธุ์ พร้อมชมผืนป่าที่เริ่มพลิกฟื้นให้สมบูรณ์ดังเดิม ที่ปากถ้ำมีลมเย็นพัดผ่านช่องเขาเข้าไปในถ้ำถ่ายเทตลอดเวลา ส่งผลให้ภายในถ้ำไม่อบอ้าวแต่เย็นสบายตลอดทั้งปี

    ภายในถ้ำจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน จุดแรก ก้าวเท้าสู่ประตูถ้ำเพชรโพธิ์ทองที่หันหน้าไปทางตะวันตก เป็นลานกว้างรูปไข่ มีหินสีขาวนวลที่ถูกจัดวางโดยธรรมชาติ จากนั้นลงสู่ห้องโถงอุโมงค์ใหญ่ จุดที่สอง จุดนี้นักท่องเที่ยวจะรู้สึกถึงระบบการถ่ายเทของอากาศที่เย็นสบายตลอดเวลา มีแสงแดดสาดส่องเข้ามาทางด้านทิศเหนือ จุดที่สาม เดินเท้าสู่ห้องมุขประดับเพชร เป็นห้องขนาดใหญ่และเป็นจุดสำคัญ เป็นที่มาของชื่อถ้ำ มีหินงอกหินย้อยเป็นมุขทรงเจดีย์หรือทรงรูปไข่สีขาว มีเกล็ดทรายประดับระยิบระยับเมื่อต้องแสงไฟ ตลอดทั้งผนังของถ้ำและพื้นผิวของเพดานถ้ำมีรูปคล้าย ๆ ใบโพธิ์สีทอง

    ซึ่งเกิดจากน้ำขังในแอ่งหินด้านบนภูเขาจนเกิดสนิมน้ำทะลุผ่านจนเป็นดวงเป็นรูปคล้ายใบโพธิ์ บางรูปมีรูปร่างแปลกตาตามแต่ใครจะจินตนาการ มาจุดสุดท้าย ประตูปราสาทถ้ำเพชรโพธิ์ทอง เป็นพื้นต่างระดับ มีหินปากประตูสีนวลขาวเรียบเนียน มีหินงอกรูปร่างคล้ายพระพุทธรูปจนกล่าวขานว่าส่วนสุดท้ายเป็นห้องพระมีบันไดให้สามารถขึ้นไปชมด้านบนได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

    ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองหาด โทร. 03751 2142, 08 9936 3880

    ประตูชัยอรัญประเทศ
    ตั้งอยู่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านคลองลึก ตำบลท่าข้าม สร้างในปี พ.ศ. 2482 มีลักษณะเป็นป้อม 2 ป้อม อยู่กันคนละฟากถนน โดยป้อมด้านซ้ายมือรักษารูปลักษณ์เดิมไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารกล้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการสู้รบบริเวณชายแดนด้านคลองลึก ตัวป้อมมีลักษณะเป็นรูปหกเหลี่ยมด้านเท่า สูงประมาณ 15 เมตร ฐานประตูทำเป็นห้องรักษาการณ์ แต่ชำรุดทรุดโทรมจากภัยสงคราม จึงมีการบูรณะซ่อมแซม เมื่อ พ.ศ. 2502 สำหรับทางด้านขวามือได้ก่อสร้างเป็นเสมาขนาดใหญ่ทำด้วยหินอ่อนสลักรูปครุฑพ่าห์(ธงมีรูปครุฑ)ไว้ด้านบน ใต้ครุฑจารึกคำว่า “ประเทศไทย หันออกไปทางประเทศกัมพูชา”

    ปราสาทเขาน้อยสีชมพู
    ตั้งอยู่ในวัดเขาน้อยสีชมพู ตำบลคลองน้ำใส ห่างจากตัวอำเภออรัญประเทศไปทางทิศใต้ประมาณ 12 กิโลเมตร โบราณสถานตั้งอยู่บนยอดเขาน้อยซึ่งเป็นเขาหินปูนสูงจากพื้นประมาณ 130 เมตร มีบันไดทางขึ้น 254 ขั้น แล้วเดินขึ้นต่อไปไม่ไกลก็จะถึงบริเวณตัวปราสาท หรือ สามารถไปทางรถโดยผ่านวัดเขาน้อยสีชมพู ไปตามทางอ้อมเขาประมาณ 1 กิโลเมตร เดินเท้าต่อขึ้นไปอีกประมาณ 250 เมตร สันนิษฐานว่า ปราสาทนี้สร้างในพุทธศตวรรษที่ 12 และมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ในพุทธศตวรรษที่ 15 และคงความสำคัญจนถึงพุทธศตวรรษที่ 16 เชื่อว่าเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ประกอบด้วยปรางค์ 3 หลังคือ ปรางค์ทิศเหนือ ปรางค์องค์กลาง และปรางค์ทิศใต้ แต่คงเหลือเพียงปรางค์องค์กลางเท่านั้นที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ส่วนปรางค์ทางทิศเหนือและวิหารทิศใต้เหลือเพียงฐานเท่านั้น ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2478 ปราสาทเขาน้อยได้รับการขึ้นทะเบียน

    เป็นโบราณสถานแห่งชาติจากกรมศิลปากร และมีการสำรวจขุดพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น โบราณวัตถุทำจากโลหะ เครื่องปั้นดินเผา ทับหลังหินทราย 5 ชิ้น และค้นพบแผ่นจารึกบ่งบอกถึงอายุการสร้างปราสาทเรียกว่า จารึกเขาน้อย และทับหลังหินทรายแบบสมโบร์ไพรกุกอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 ศิลาจารึกระบุมหาศักราช 559 ตรงกับ พ.ศ. 1180 ซึ่งเป็นจารึกที่ระบุศักราชเก่าที่สุดในประเทศ โบราณวัตถุต่าง ๆ ที่ได้จากการขุดค้นปัจจุบันเก็บรักษาและตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี

    การเดินทาง จากถนนทหารร่วมจิตร ผ่านวัดชนะไชยศรี ตามทางหมายเลข 3067 ไปประมาณ 500 เมตร เลี้ยวซ้ายไป 12 กิโลเมตร ผ่านด่านตรวจนาดง วัดป่าอรัญวาสี จะเห็นวัดเขาน้อย(สีชมพู) อยู่ทางขวามือ ขับเลยวัดไปจนถึงทางแยก เลี้ยวขวาอ้อมไปตามทางขึ้นเขาประมาณ 1 กิโลเมตร มีที่จอดรถขนาดพอประมาณ แล้วเดินเท้าต่อขึ้นไปประมาณ 250 เมตร

    ปราสาทเมืองไผ่
    ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองไผ่ สิ่งที่น่าสนใจคือ เจดีย์โบราณสร้างด้วยอิฐก่อทับกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีมุขยื่นออกมา 4 มุม แกะสลักลวดลายดอกไม้ ลายเครือวัลย์ และรูปคน สันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์สมัยทวาราวดี นอกจากนี้ยังพบศิลปวัตถุหลายอย่าง เช่น เสมาธรรมจักร ทำด้วยศิลาเขียว เทวรูปศิลปลพบุรี และพระพุทธรูปศิลปทวาราวดี ซึ่งโบราณวัตถุเหล่านี้ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

    การเดินทาง การเดินทาง ไปปราสาทเมืองไผ่นั้นใช้เส้นทางจากอำเภออรัญประเทศผ่านหอนาฬิกา ไปทางถนนราษฎร์อุทิศ เลี้ยวขวาทางแยกไปทางบ้านหนองเทา ( อรัญประเทศ – เมืองไผ่ ) ประมาณ 7 กิโลเมตร จนถึงตำบลเมืองไผ่จะเห็นป้ายปราสาทเมืองไผ่ซ้ายมือไปตามเส้นทางประมาณ 400 เมตร จะเห็นซากปรักหักพังที่เหลืออยู่ หรือหากไปทางขวาประมาณ 300 เมตร จะเห็นป้ายปราสาทเมืองไผ่เช่นกัน ซึ่งเป็นซากปราสาทอีกแห่งหนึ่งต้องเดินเท้า เข้าไปถึงตัวปราสาทเมืองไผ่ ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร

    พระสยามเทวาธิราชจำลอง
    อยู่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภออรัญประเทศ มีความสูงประมาณ 1.29 เมตร เป็นรูปจำลองพระสยามเทวาธิราช สร้างโดยพระอุทัยธรรมธารี เจ้าอาวาสวัดป่ามะไฟ เมื่อ พ.ศ. 2518 ต่อมาราษฎรได้ร่วมกันสร้างบุษบกเป็นที่ประทับ โดยประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2528

    เนื่องจากมีเหตุการณ์ชายแดนด้านอรัญประเทศ ในกัมพูชามีการรบพุ่งกันเป็นเวลานานกว่า 7 ปีพระครูอุทัยธรรมธารี จึงได้มอบพระสยามเทวาธิราชจำลองให้กับจังหวัดปราจีนบุรี(ในขณะนั้น) และได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ ชายแดนเพื่อป้องกันภัยให้แก่ทหาร ตำรวจ พลเรือนและประชาชนให้พ้นภัยสงคราม ในปัจจุบันพระสยามเทวาธิราชเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภออรัญประเทศและชาวจังหวัดใกล้เคียง

    ละลุ
    แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของจังหวัดสระแก้ว ตั้งอยู่ที่บ้านเนินขามและบ้านคลองยาง ตำบลทัพราช ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 36 กิโลเมตร “ละลุ” เป็นภาษาเขมร แปลว่า “ทะลุ” อันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากน้ำฝนกัดเซาะ ยุบตัวหรือพังทลายของดิน เนื่องจากสภาพดินแข็งจะคงอยู่ไม่ยุบตัว เมื่อถูกลมกัดกร่อนจึงมีลักษณะเป็นรูปต่าง ๆ มองคล้ายกำแพงเมือง หน้าผา บ้างมีลักษณะเป็นแท่ง ๆ คล้ายกับแหล่งธรรมชาติบริเวณ “แพะเมืองผี” จังหวัดแพร่ แต่มีขนาดเล็กกว่า บางคนจึงเรียกว่า “แพะเมืองผีแห่งใหม่” ด้วยพื้นที่กว้างกว่า 2,000 ไร่ จึงทำให้ละลุมีความสวยงามและแปลกตาเหมาะแก่การไปเที่ยวชม และยังมีบริการที่พัก โดยพักที่ศูนย์บริการหรือที่บ้านชาวบ้าน

    ผู้สนใจควรติดต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อใช้บริการรถ พร้อมมัคคุเทศก์หรือยุวมัคคุเทศก์ท้องถิ่น โทร. 0 3724 9708-9, 08 9098 0772 หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลทัพราช โทร. 0 3724 3724 (ค่าเช่ารถประมาณ 200 บาท นั่งได้ 8-10 คน)

    การเดินทาง ถ้าเดินทางจากอำเภออรัญประเทศไปตามทางหลวงหมายเลข 348 สายอรัญประเทศ-ตาพระยา เลี้ยวซ้ายที่บ้านกุดเตย หลักกิโลเมตรที่ 35-36 ไปตามทางหลวงหมายเลข 3486 สายบ้านโคคลาน-บ้านคลองยาง ระยะทาง 18 กิโลเมตร จากบ้านคลองยางเป็นถนนลูกรังเข้าไปถึงหมู่บ้าน ระยะทาง 1 กิโลเมตร

    วัดถ้ำเขาฉกรรจ์
    มีพื้นที่ 28 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ภายในวัดประกอบด้วย พระอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2533 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ มีบันไดขึ้นไปถึงยอดเขาจุดชมวิวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลในเขาฉกรรจ์มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยอยู่ถึง 72 ถ้ำ ที่นิยมเข้าไปชม ได้แก่ ถ้ำมืด ถ้ำหนุมาน ถ้ำเขาทะลุ ถ้ำมหาหิงส์ ถ้ำน้ำทิพย์ และถ้ำแก้วพลายชุมพล จุดที่น่าสนใจคือ รอยพระพุทธบาทจำลองที่

    สระแก้ว สระขวัญ
    ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง ในสวนสาธารณะสระแก้ว สระขวัญ ใกล้กับสำนักงานเทศบาลเมืองสระแก้ว ถนนสุวรรณศร (ประมาณกิโลเมตรที่ 246-247) เข้าซอยเทศบาล 2 เชื่อกันว่าน้ำในสระแห่งนี้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีประวัติว่าในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อคราวเจ้าพระยาจักรี(ทองด้วง) ได้รับมอบหมายจากพระเจ้ากรุงธนบุรีให้ยกทัพไปปราบปรามความไม่สงบในกัมพูชา ขณะที่ยกทัพมาถึงเขตจังหวัดสระแก้วในปัจจุบัน

    ได้แวะพักที่บริเวณสระน้ำทั้งสองแห่งนี้ก่อนที่จะยกทัพไปตีเสียมราฐ และเมื่อยกทัพไปถึงก็สามารถจัดการความไม่สงบในเขมรได้สำเร็จ สระแก้ว สระขวัญจึงเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์เป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นที่มาของชื่อจังหวัดสระแก้ว นอกจากนี้น้ำในสระแห่งนี้ยังเคยถูกนำไปใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาอีกด้วย

    อุทยานแห่งชาติตาพระยา
    เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีการประกาศจัดตั้งเมื่อ พ.ศ.2539มีพื้นที่ทั้งหมด 371,250 ไร่ หรือ 594 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่และขอบเขตของอุทยานมีลักษณะเป็นแนวยาวจากทิศตะวันตกติดกับเขตอุทยานแห่งชาติปางสีดาไปจรดทิศตะวันออกประเทศกัมพูชา ทิศเหนือติดกับอุทยานแห่งชาติทับลานและเขตจังหวัดบุรีรัมย์ ทิศใต้อยู่ในเขตอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ

    ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบโอบล้อมด้วยขุนเขา เทือกเขาสำคัญของอุทยานฯ คือ เทือกเขาบรรทัดที่ทอดยาวไปทางทิศตะวันออก เป็นกำแพงธรรมชาติกั้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาบริเวณไหล่เขาเป็นพื้นราบ มีพรรณไม้ขึ้นอย่างหนาแน่น สภาพป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง เป็นแหล่งต้น กำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ลำสะโตน ห้วยซับกระโดนและลำนางรอง

    เป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น กระทิง หมูป่า เก้ง กวาง กระจง หมี เสือป่า เสือไฟ วัวแดง หมาใน แมวป่า ช้าง เม่น พังพอน เป็นต้น และยังมีนกพันธุ์ต่าง ๆ อาศัยอยู่กว่า 300 ชนิด เช่น นกพญาไฟ นกขุนแผน นกหัวขวาน นกแขวก นกเขาเขียว นกกางเขนดง ไก่ป่า ไก่ฟ้า เหยี่ยว จุดเด่นของอุทยานนี้อยู่ที่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้รองรับนักท่องเที่ยวหลายเส้นทาง เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชอบดูนก ดูผีเสื้อ ศึกษาพรรณไม้และสัตว์ป่า ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ นอกจากจะมีโป่งสัตว์ น้ำซับ จุดชมวิว ตลอดเส้นทางเดินจะพบนกนานาชนิดและความงามของป่าสองข้างทาง สามารถเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างที่งดงามแล้ว ยังมีโป่งยุบที่มีลักษณะคล้ายละลุ และแพะเมืองผีแต่ขนาดเล็กกว่า มีบริเวณกว้าง 40 ตารางเมตรให้ได้แวะชมอีกด้วย

    สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ

    จุดชมวิวบนเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งจะมองเห็นเทือกเขาพรานนุช และเทือกเขาสะแกกรอง ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร

    ลานกระเจียว เป็นลานหินที่มีดอกกระเจียวขึ้นอย่างสวยงามและมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์

    ช่องโอบก เป็นจุดชมทิวทัศน์สุดเขตแดนสยาม จากจุดนี้จะมองเห็นป่าที่อุดมสมบูรณ์และหมู่บ้านของกัมพูชา การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 2121 และมาแยกที่ถนนสายโท 1

    ศาลมีอักษรเขียนลงแผ่นดินแปรลายพระราชหัตถ์ อยู่บนทางหลวงหมายเลข 3068 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมแวะมาสักการะและชมทิวทัศน์

    เขายักษ์ เป็นภาพแกะสลักโบราณรูปฤาษีแกะสลัก บนก้อนหินขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าอุทยานฯ กิโลเมตรที่ 5

    ลานหินตัด มีร่องรอยการตัดหินเพื่อนำไปสร้างปราสาทและมีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงาม ใช้ทางหลวงหมายเลข 2121 และเดินตามถนนสายตรี 4

    การเดินทางรถยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 33 ผ่านตัวจังหวัดสระแก้ว อำเภอวัฒนานคร เมื่อถึงอำเภออรัญประเทศให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 348 ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 76 เลยจากอำเภอตาพระยามาประมาณ 27 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าที่ทำการฯ เป็นทางลูกรังอัดแน่นเข้าไปประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ

    รถโดยสารประจำทาง จากอรัญประเทศนั่งรถโดยสารสายอรัญประเทศ-บุรีรัมย์ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ลงรถที่วัดเขาช่องตะโก ซึ่งอยู่ตรงข้ามที่ทำการอุทยานฯ

    ค่าธรรมเนียมในการเข้าอุทยานฯ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท จักรยาน 10 บาท จักรยานยนต์ 20 บาท รถสี่ล้อ 30 บาทและรถหกล้อ 100 บาท ผู้ที่ต้องการพักค้างคืน ทางอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ ผู้มาพักต้องนำเครื่องนอนและเต็นท์มาเองและจะต้องเตรียมอาหารมาด้วย ทางอุทยานฯ มีที่ประกอบอาหารและโรงอาหารขนาดเล็กไว้บริการ

    ผู้สนใจศึกษาธรรมชาติติดต่อที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา ตู้ ป.ณ.9 อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ โทร. 0 3749 8002, 08 1723 5663, 08 9095 4438 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 0 2562 0760

    อุทยานแห่งชาติปางสีดา
    มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอเมืองสระแก้ว อำเภอวัฒนานคร อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 844ตารางกิโลเมตร หรือ 527,500 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 อาณาเขตทางด้านทิศเหนือทั้งหมดกับด้านทิศตะวันตกบางส่วนมีแนวป่าต่อเนื่องกับอุทยานแห่งชาติทับลาน สภาพป่าเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าทุ่งหญ้าเป็นต้น เป็นป่าที่มีความสมบูรณ์ประกอบด้วยสัตว์ป่าหายากและนกกว่า 300 ชนิด เช่น กระทิง ช้าง เก้ง กวาง หมูป่า นกเงือก นกยูง นกขุนทองและมีผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ตลอดทั้งปี

    เป็นแหล่งจระเข้น้ำจืดที่ยังเหลืออยู่ และยังเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารหลายสายเช่น ห้วยโสมง ห้วยน้ำเย็น ห้วยพระปรง ห้วยพลับพลึง ห้วยยาง ห้วยเลิงไผ่ ฯลฯ ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกงหรือแม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของภาคตะวันออกภายในอุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่

    น้ำตกปางสีดา อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 800 เมตร เป็นน้ำตกที่ไหลจากหน้าผา 3 ชั้น สูงประมาณ 8 เมตร ตัวน้ำตกไหลลงสู่เบื้องล่างเป็นแอ่งน้ำกว้างใหญ่และลานหิน บรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การเล่นน้ำ และมีน้ำมากในฤดูฝน

    น้ำตกผาตะเคียน อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 3 กิโลเมตร และห่างจากน้ำตกปางสีดาประมาณ 2.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางเท้าได้ 2 เส้นทาง มีป้ายบอกตลอดเส้นทางทุก ๆ 300 เมตร ตลอดเส้นทางขึ้นสู่น้ำตกร่มรื่นด้วยแมกไม้หนาทึบ เป็นน้ำตกชั้นสุดท้ายที่อยู่สายเดียวกับน้ำตกปางสีดา น้ำตกทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 10 เมตร เหมาะสำหรับเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

    ทุ่งหญ้าโป่งกระทิง เดิมเป็นหมู่บ้านเก่าที่กลายเป็นทุ่งหญ้ารกร้าง ภายหลังอพยพผู้คนออกไป มีลักษณะคล้ายทุ่งหญ้าที่มอสิงโตในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีสัตว์ป่าออกหากินบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก ทางอุทยานฯ ได้ทำโป่งเทียมและหอดูสัตว์ไว้ จากถนนภายในอุทยานฯมีทางแยกบริเวณกิโลเมตรที่ 3.5 และกิโลเมตรที่ 6 แล้วเดินเท้าอีกประมาณ 2กิโลเมตร ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติโป่งกระทิงซึ่งมีโป่งธรรมชาติที่อาจพบสัตว์ป่าได้ไม่ยาก

    น้ำตกถ้ำค้างคาว จากที่ทำการถึงหลักกิโลเมตรที่ 22ให้เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกมีค้างคาวอาศัยอยู่ในถ้ำมากมาย เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งที่ไหลจากหน้าผาสูง และแรงจนเกิดเสียงก้อง ตั้งอยู่กลางป่าลึกใช้เวลาเดินทางไป/ กลับ 3 วัน 2 คืน ติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ

    น้ำตกทับซุง เป็นน้ำตกแห่งใหม่ของอุทยานฯ ระหว่างทางเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีพรรณไม้หลากหลายชนิด อยู่ช่วงกิโลเมตรที่ 22 แล้วเดินเท้าอีก 1.5 กิโลเมตร

    จุดชมวิว เป็นหุบเขากว้าง ห่างจากที่ทำการไปประมาณ กิโลเมตรที่ 25และกิโลเมตรที่ 35 สามารถชมภูมิประเทศโดยรอบ และชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้ สามารถขับรถไปได้จากที่ทำการอุทยานฯ

    กลุ่มน้ำตกแควมะค่า จากที่ทำการอุทยานฯ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 40 ให้เดินเท้าต่ออีกประมาณ 6 กิโลเมตร ตัวน้ำตกทิ้งตัวจากหน้าผาสูงประมาณ 70 เมตร เหมาะสำหรับเดินป่า และสามารถกางเต็นท์ได้ ใกล้ ๆ กันยังมีน้ำตกรากไทรย้อย ห่างจากน้ำตกแควมะค่า ประมาณ 500 เมตร น้ำตกลานหินใหญ่ ห่างจากน้ำตกแควมะค่า ประมาณ 1.5 กิโลเมตร น้ำตกสวนมั่น สวนทอง ห่างจากน้ำตกแควมะค่า ประมาณ 3 กิโลเมตร และน้ำตกม่านธารา ห่างจากน้ำตกแควมะค่า ประมาณ 4 กิโลเมตร กลุ่มน้ำตกแห่งนี้ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 2-3 วัน เนื่องจากเป็นกลุ่มน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า

    Leave a Reply

     

     

     

    You can use these HTML tags

    <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>