ท่องเที่ยว | สถานที่ท่องเที่ยว | จองโรงแรม | ติดต่อลงโฆษณา
 
ท่องเที่ยว
พื้นที่โฆษณา
 
ทัวร์
จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พักราคาถูก
voucher
จังหวัดพิจิตร
จังหวัดพิจิตร
ที่พักพิจิตร
เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้อง
   
แหล่งท่องเที่ยว
วัดท่าหลวง
บึงสีไฟ
อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
 
เมนูท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยว
จองโรงแรม
ที่พักต่างประเทศ
บอร์ดท่องเที่ยว
แนะนำที่พัก
แนะนำทัวร์
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
ร้านอาหาร
รถเช่า
ตั๋วเครื่องบิน
ข่าวสารท่องเที่ยว
รวมเว็บไซท์
 
ที่พักภาคเหนือ
ที่พักกำแพงเพชร
ที่พักเชียงราย
ที่พักเชียงใหม่
ที่พักตาก
ที่พักนครสวรรค์
ที่พักน่าน
ที่พักพะเยา
ที่พักพิจิตร
ที่พักพิษณุโลก
ที่พักเพชรบูรณ์
ที่พักเขาค้อ
ที่พักแพร่
ที่พักแม่ฮ่องสอน
ที่พักปาย
ที่พักลำปาง
ที่พักลำพูน
ที่พักสุโขทัย
ที่พักอุตรดิตถ์
ที่พักอุทัยธานี
 
ที่พักภาคอีสาน
ที่พักกาฬสินธุ์
ที่พักขอนแก่น
ที่พักชัยภูมิ
ที่พักนครพนม
ที่พักนครราชสีมา
ที่พักเขาใหญ่
ที่พักปากช่อง
ที่พักบึงกาฬ
ที่พักบุรีรัมย์
ที่พักมหาสารคาม
ที่พักมุกดาหาร
ที่พักยโสธร
ที่พักร้อยเอ็ด
ที่พักเลย
ที่พักศรีสะเกษ
ที่พักสกลนคร
ที่พักสุรินทร์
ที่พักหนองคาย
ที่พักหนองบัวลำภู
ที่พักอำนาจเจริญ
ที่พักอุดรธานี
ที่พักอุบลราชธานี
 
ที่พักภาคกลาง
ที่พักกรุงเทพ
ที่พักกาญจนบุรี
ที่พักฉะเชิงเทรา
ที่พักชัยนาท
ที่พักนครนายก
ที่พักนครปฐม
ที่พักนนทบุรี
ที่พักปทุมธานี
ที่พักประจวบคีรีขันธ์
ที่พักหัวหิน
ที่พักปราณบุรี
ที่พักปราจีนบุรี
ที่พักอยุธยา
ที่พักเพชรบุรี
ที่พักชะอำ
ที่พักราชบุรี
ที่พักสวนผึ้ง
ที่พักลพบุรี
ที่พักสมุทรปราการ
ที่พักสมุทรสาคร
ที่พักสมุทรสงคราม
ที่พักสระแก้ว
ที่พักสระบุรี
ที่พักสิงห์บุรี
ที่พักสุพรรณบุรี
ที่พักอ่างทอง
 
ที่พักภาคตะวันออก
ที่พักชลบุรี
ที่พักพัทยา
ที่พักจันทบุรี
ที่พักตราด
ที่พักระยอง
 
ที่พักภาคใต้
ที่พักกระบี่
ที่พักชุมพร
ที่พักตรัง
ที่พักนครศรีธรรมราช
ที่พักนราธิวาส
ที่พักปัตตานี
ที่พักพัทลุง
ที่พักพังงา
ที่พักภูเก็ต
ที่พักยะลา
ที่พักระนอง
ที่พักสงขลา
ที่พักสตูล
ที่พักสุราษฎร์ธานี
 
ที่พักบนเกาะต่างๆ
ที่พักเกาะช้าง
ที่พักเกาะหมาก
ที่พักเกาะกูด
ที่พักเกาะเสม็ด
ที่พักเกาะสีชัง
ที่พักเกาะล้าน
ที่พักเกาะสมุย
ที่พักเกาะเต่า
ที่พักเกาะพะงัน
ที่พักเกาะพีพี
ที่พักเกาะลันตา
ที่พักเกาะมุก
ที่พักเกาะหลีเป๊ะ
ที่พักเกาะไหง
 

:: พิจิตร ::

พิจิตร เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ชื่อเมืองมีความหมายว่า “เมืองงาม” มีที่ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก ตัวเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน มีแม่น้ำน่านกับแม่น้ำยมไหลผ่าน

พิจิตร เป็นเมืองเก่าแก่ ในสมัยสุโขทัย ปรากฎในศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และในศิลาจารึกหลักที่ 8 รัชกาลพระยาลิไท เรียกว่า “เมืองสระหลวง” ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองโอฆบุรี” ซึ่งแปลว่า “เมืองในท้องน้ำ” นอกจากนี้เมืองพิจิตรยังเป็นที่ประสูติของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา อีกพระองค์หนึ่งคือ สมเด็จพระศรีสรรเพชญที่ 8 หรือ สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ สมัยรัตนโกสินทร์ เมืองพิจิตรเป็นเพียงเมืองขนาดเล็ก แต่ก็ยังมีเจ้าเมืองปกครองเช่นเมืองอื่นๆ เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ย้ายเมืองพิจิตร มาตั้งที่บ้านคลองเรียงซึ่งเป็นคลองขุดใหม่ ทั้งนี้เพราะแม่น้ำน่านตื้นเขิน คลองเรียงจึงกลายเป็นแม่น้ำน่านไป ส่วนบริเวณเมืองพิจิตรเก่ายังปรากฏโบราณสถานอยู่หลายแห่ง ซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยา และจังหวัดพิจิตรยังเป็นถิ่นกำเนิดของ นิทานเรื่อง ไกรทอง อันลือลั่นอีกด้วย

อาณาเขตและการปกครอง
จังหวัดพิจิตร มีเนื้อที่ 4,531.013 ตารางกิโลเมตร มีความยาวจากทิศเหนือจดใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ความกว้างจากทิศตะวันออกจดทิศตะวันตกประมาณ 72 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดต่างๆ ดังนี้

ทิศเหนือ จดจังหวัดพิษณุโลก
ทิศใต้ จดจังหวัดนครสวรรค์
ทิศตะวันออก จดจังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันตก จดจังหวัดกำแพงเพชรและนครสวรรค์

จังหวัดพิจิตร แบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอและ 3 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอตะพานหิน อำเภอบางมูลนาก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล อำเภอสามง่าม อำเภอวังทรายพูน อำเภอทับคล้อ กิ่งอำเภอสากเหล็ก กิ่งอำเภอดงเจริญและกิ่งอำเภอบึงนาราง

การเดินทาง

จังหวัดพิจิตร อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือ สามารถเดินทางได้โดยทางรถไฟ ทางรถยนต์และทางรถประจำทาง โดยมีรายละเอียดดังนี้

ทางรถยนต์

เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงจังหวัดนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางนครสวรรค์-ชุมแสง-บางมูลนาก-ตะพานหิน-พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 1118) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร รวมระยะทางประมาณ 345 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี แยกเข้าสู่เส้นทางตากฟ้า- เขาทราย-สากเหล็ก (ทางหลวงหมายเลข 11) และเข้าสู่จังหวัดพิจิตรที่กิ่งอำเภอสากเหล็ก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 111) รวมระยะทางประมาณ 344

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี แยกเข้าสู่เส้นทางสายตากฟ้า – เขาทราย (ทางหลวงหมายเลข 11) แยกเข้าเส้นทางเขาทราย-ตะพานหิน (ทางหลวงหมายเลข 113) แยกเข้าเส้นทางตะพานหิน-พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 113) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร ระยะทางประมาณ 338 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถีงจังหวัดนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางนครสวรรค์-พิษณุโลก (ทางหลวงหมายเลข 117) ถึงอำเภอสามง่าม แยกเข้าเส้นทางสามง่าม-พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 115) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร รวมระยะทาง 360 กิโลเมตร

ทางรถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทย มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไป-กลับ ระหว่าง กรุงเทพฯ-พิจิตร ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง สามารถขึ้นได้จากสถานีสามเสน บางซื่อ ดอนเมือง สนใจติดต่อหน่วยประชาสัมพันธ์การรถไฟ โทร. 223-7010, 223-7020

ทางรถประจำทาง

มีรถประจำทาง (บขส. สีส้ม) ไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ – พิจิตร ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถ.กำแพงเพชร 2 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 936-3660, 936-3666

รถประจำทางปรับอากาศ
มีรถปรับอากาศชั้น1 ของบริษัทเชิดชัยทัวร์ออกทุกวันๆละ 4 เที่ยว ตั้งแต่เวลา 9.00-22.10 น.

สถานที่ท่องเที่ยวพิจิตร

อำเภอเมือง

วัดท่าหลวง
เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิจิตร อยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่ง ตะวันตก ใกล้ศาลากลางจังหวัด วัดนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2388 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงามมาก มีหน้าตักกว้าง 1.40 เมตร สูง 1.60 เมตร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองพิจิตร ประวัติมีอยู่ว่า พระพิจิตร ซึ่งเป็นเจ้าเมืองอยากได้พระประธานมาประดิษฐานที่จังหวัดพิจิตร ในโอกาสที่ทัพกรุงศรีอยุธยาได้เดินทางผ่านเมืองพิจิตรเพื่อไปปราบขบถจอมทอง เมืองเชียงใหม่ พระพิจิตรจึงได้ขอร้องแม่ทัพว่า เมื่อปราบขบถเสร็จแล้วให้หาพระมาฝาก ดังนั้น เมื่อเสร็จศึก แม่ทัพนั้นจึงได้อาราธนาพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชรลงแพลูกบวบล่องมาทางแม่น้ำปิง โดยฝากเจ้าเมืองกำแพง เพชรไว้ ต่อมาจึงได้อาราธนาหลวงพ่อเพชรมาประดิษฐานไว้ ณ อุโบสถวัดนครชุมก่อน แล้วจึงย้ายมาประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จนถึงปัจจุบัน พระอุโบสถจะเปิดให้ประชาชนเข้านมัสการหลวงพ่อเพชรได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30-18.00น.

บึงสีไฟ
เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศซึ่งเคยมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ถึง 12,000 ไร่ ลักษณะของบึงกว้างกลม คล้ายกะทะ แต่รีไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย ในปี 2521 กรมประมงได้จัดตั้งสถานีประมงน้ำจืดเพื่อเพาะพันธุ์ปลา และจังหวัดพิจิตรได้สร้างศาลาบึงสีไฟให้ประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจ บึงสีไฟนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร นอกจากนั้นภายในบึงสีไฟยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ
พิจิตร สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา สร้างโดยจังหวัดพิจิตรร่วมกับกรมการศึกษานอกโรงเรียนเมื่อ พ.ศ. 2526 มีเนื้อที่ 170 ไร่ เป็นพื้นดิน 120 ไร่พื้นน้ำ 50 ไร่ ริมบึงสีไฟมีสะพานทอดลงน้ำสู่ศาลาใหญ่จัดไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ริมบึงจัดแต่งเป็นสวน มีทั้งไม้ใหญ่และไม้ดอก รวมทั้งทางเดินรอบๆบึงด้วย นอกจากนี้ยังมีเวทีเนินดินสำหรับใช้จัดรายการบันเทิงในวันหยุดสุดสัปดาห์

รูปปั้นพญาชาละวัน
เป็นรูปปั้นจระเข้ที่มีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร ปากยาว 4.5 เมตร ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของบึงสีไฟ มีลักษณะเด่นและงดงามมาก ภายในตัวจระเข้นี้ยังมีห้องประชุมขนาด 25-30 ที่นั่งอีกด้วย

สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ
สร้างขึ้นบริเวณด้านในของบึงสีไฟ ลักษณะอาคารเป็นรูปดาวเก้าแฉก ยื่นลงในบึงสีไฟ ภายในประกอบด้วยตู้แสดงพันธุ์ปลาแปลกๆ มากกว่า 20 ชนิด และมีการสับเปลี่ยนชนิดของปลาเป็นประจำ นอกจากนั้น บริเวณส่วนกลางของอาคารยังทำเป็นช่องสำหรับชมปลา ในบึงสีไฟซึ่งมีปลาชนิดต่างๆ วันธรรมดา จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเวลา 10.00-18.00 น. วันหยุดราฃการเวลา 10.00-19.00 น.

ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจังหวัดพิจิตร
ตั้งอยู่ในบริเวณบึงสีไฟ ศูนย์นี้ได้จัดจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่างๆ ที่ชาวบ้านในจังหวัดพิจิตรผลิตขึ้นเอง เช่น เครื่องสานจากผักตบชวา ผ้าทอบ้านป่าแดง มะขาวแก้วสี่รส ฯลฯ ศูนย์นี้จะเปิดจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวทุกวันเว้นวันจันทร์ โดยจะเปิดตั้งแต่เวลา 09.00-18.00น.

วัดโรงช้าง
ตั้งอยู่ที่ตำบลโรงช้างติดกับถนนพิจิตร-สามง่าม-วังจิก (ใช้ทางหลวงหมายเลข 115 และทางหลวงหมายเลข 1068) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 5 วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อสมัยพระยาโคตรบองขึ้นครองราชย์ สถานที่แห่งนี้เรียกว่า กองช้าง เพราะเป็นที่พักของกองช้าง ต่อมาได้เรียกกันเพี้ยนไปเป็นคลองช้าง จนกระทั่งทางราชการได้เปิดโรงเรียนประชาบาลขึ้นที่วัดนี้ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดโรงช้าง” บริเวณวัดโรงช้างมีพระพุทธรูปใหญ่อยู่กลางแจ้ง 3 องค์คือ พระพุทธรูปปางมารวิชัย 1 องค์ ปางห้ามญาติ 1 องค์ และปางไสยาสน์ 1 องค์ สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือ เจดีย์องค์ใหญ่ของวัด ที่ภายในได้สร้างเป็นห้องลับใต้ดิน เพื่อใช้สำหรับเก็บแผ่นอิฐจารึกพระไตรปิฎก จำนวน 84,000 พระธรรมขันธ์ โดยได้เล็งเห็นว่า ในอนาคตอาจมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเช่น สงครามนิวเคลียร์ ซึ่งอาจทำให้พระไตรปิฏกสูญหายไปจากโลกได้

อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
ไปตามเส้นทางสายพิจิตร-สามง่าม-วังจิก( ใช้ทางหลวงหมายเลข 115 และทางหลวงหมายเลข 1068) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 6 จากการตรวจสอบและค้นคว้าเชื่อว่าเป็นเมืองพิจิตรเก่า สร้างในสมัยพระยาโคตรบองประมาณปี พ.ศ. 1601 ภายในบริเวณกำแพงเมืองมีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่เศษ มีลักษณะเป็นเมืองโบราณ ประกอบไปด้วยกำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์เก่า ฯลฯ มีสวนรุกขชาติกาญจนกุมารซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2520 ทำให้ภายในบริเวณอุทยานแห่งนี้มีต้นไม้ร่มรื่นหลายชนิด เหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ภายในอุทยานมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ

ศาลหลักเมือง
สร้างเมื่อพ.ศ.2520 อาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ ด้านบนจะเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ส่วนด้านล่างจะเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของพระยาโคตรบองซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “พ่อปู่” สภาพโดยรอบศาลจะมีต้นไม้มากมายดูร่มรื่นเย็นตา ในบริเวณยังมีศาลาสำหรับนักท่องเที่ยวพักผ่อนอีกด้วย

วัดมหาธาตุ
เป็นโบราณสถานก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่กึ่งกลางเมืองพิจิตรเก่า ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านเก่า กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานของวัดนี้เมื่อพ.ศ.2478 ประกอบไปด้วยพระธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงลังกา ภายในมีพระเครื่องชนิดต่างๆซึ่งได้ถูกลักลอบขุดค้นไป ด้านหน้าพระเจดีย์เป็นที่ตั้งของวิหารเก้าห้อง ด้านหลังพระเจดีย์เป็นพระอุโบสถ มีใบเสมา2ชั้น มีรากไทรเกาะอยู่ที่หน้าบัน หลังคาถูกต้นไม้ล้มทับหักลงมาองค์พระก็พลอยโค่นลงมาด้วย บัดนี้เหลือแต่ฐานอิฐสูง กรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งเมื่อ พ.ศ. 2534 บริเวณใต้เนินดินส่วนวิหารได้พบสิ่งก่อสร้าง 2 ยุคสมัยคือสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา บริเวณโดยรอบพบเจดีย์รายจำนวนมากและแนวกำแพงขนาดใหญ่

ถ้ำชาละวัน
มีที่มาจากวรรณคดีเรื่อง “ไกรทอง” บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 2 ลักษณะถ้ำ กว้าง 1 เมตร ยาว 1.50 เมตร และลึก 4 เมตร มีเรื่องเล่าว่า เมื่อประมาณ 65 ปีมาแล้ว พระภิกษุวัดนครชุมรูปหนึ่ง จุดเทียนไขเดินเข้าไปในถ้ำจนหมดเทียนเล่มหนึ่ง ก็ยังไม่ถึงก้นถ้ำ จึงไม่ทราบว่าภายในถ้ำชาละวันจะสวยงามวิจิตรพิสดารเพียงใด ในปัจจุบันดินพังทลายทับถมจนตื้นเขิน ทางจังหวัดได้สร้างรูปปั้นไกรทองและชาละวันไว้ที่บริเวณปากถ้ำด้วย

เกาะศรีมาลา
มีลักษณะเป็นมูลดินคล้ายเกาะเล็กๆ อยู่กลางคูเมืองนอกกำแพงเก่า มีคูล้อมรอบเกาะ แต่ตื้นเขิน สันนิษฐานจากลักษณะของคูเมืองและกำแพงแล้ว เกาะศรีมาลานี้แต่เดิมน่าจะเป็นป้อม หรือหอคอยรักษาการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะตั้งอยู่นอกเมืองและอยู่กลางคูเมือง

วัดนครชุม
ตั้งอยู่บนถนนสายพิจิตร-สามง่าม-วังจิก(ทางหลวงหมายเลข 1068) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 9 วัดนี้เป็นวัดที่สร้างในสมัยสุโขทัย มีอายุการก่อสร้างประมาณ 800 ปี ด้านตะวันออกมีพระอุโบสถเก่าแก่มาก ก่อสร้างด้วยอิฐฉาบปูน เครื่องบนเป็นไม้โดยใช้สลักไม้แทนตะปู มีช่องระบายลมแทนหน้าต่าง พระอุโบสถหลังนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งปัจจุบันได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดท่าหลวง ปัจจุบันประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่หน้าตักกว้าง 3 วา ก่ออิฐถือปูน ลักษณะแบบสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปที่ใช้เป็นประธาน ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยก่อน

วัดหัวดง
ตั้งอยู่หมู่ 7 ต.หัวดง ทางตอนใต้ของตัวเมืองพิจิตรไปตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 10 กม. สร้างเมื่อ พ.ศ.2413 ผูกพัทธสีมาครั้งแรก พ.ศ.2468 มีเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2538 ได้พบพระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้ว เนื้อนวโลหะ(ทองเหลือง) แทรกขึ้นมาที่ต้นอินทนินทร์ ซึ่งมีอายุประมาณ 20 ปีเศษ ชาวจังหวัดพิจิตรถือกันว่าหลวงพ่อเงินเป็นพระเกจิ อาจารย์ที่ประชาชนทั่วไปรู้จักและเคารพบูชา

วัดเขารูปช้าง
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของตัวเมืองพิจิตรไปตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ในตำบลดงป่าคำ โบราณสถานของวัดเขารูปช้างที่มองเห็นเด่นเป็นสง่าคือ เจดีย์แบบลังกาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง แต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อน และทางวัดได้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ โดยได้ประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เจดีย์ สำหรับลานกว้างบนยอดเขา ทางวัดได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นหลังหนึ่ง และมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่ง เป็นเจดีย์แบบลังกาทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา มีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟืองแต่ยอดเจดีย์หักแล้ว นอกจากนั้นยังมีมณฑปแบบจตุรมุขหลังเก่า อยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่ ภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทสำริด ที่ฝาผนังมีภาพเขียนเรื่องไตรภูมิพระร่วงด้วย

อำเภอโพธิ์ประทับช้าง

วัดโพธิ์ประทับช้าง
เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2244 ในสมัยสมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี (ขุนหลวงสรศักดิ์หรือพระพุทธเจ้าเสือ)พระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ณ สถานที่ประสูติของพระองค์ วัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำพิจิตรเก่า ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง วัดนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 27 กิโลเมตร ไปตามถนนสายพิจิตร-วังจิก(ทางหลวงหมายเลข1068)ประมาณกม.ที่ 16 เลี้ยวแยกซ้ายไปทางอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ก่อนถึงตัวอำเภอจะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร ถึงวัดโพธิ์ประทับช้าง หน้าวัดมีต้นตะเคียนซึ่งกล่าวกันว่ามีอายุราว 260 ปี วัดโดยรอบได้ 7 เมตร 60 เซนติเมตร หรือ 7 คนโอบ วัดนี้เป็นวัดที่มีพระวิหารสูงใหญ่ มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นศิลปะแบบอยุธยา ปัจจุบันได้รับการบูรณะซ่อมแซมจากกรมศิลปากรเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่น หลัง กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2478 นอกจากนี้ชาวอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ได้สร้างอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้าเสือไว้เป็นที่ระลึก ข้างที่ว่าการอำเภอโพธิ์ประทับช้างอีกด้วย

อำเภอตะพานหิน

พระพุทธเกตุมงคล
หรือ หลวงพ่อโตตะพานหิน วัดเทวปราสาท เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร หน้าตักกว้าง 20 เมตร เฉพาะองค์พระสูง 30 เมตร แท่นสูง 4 เมตร รวมความสูงทั้งสิ้น 34 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเมื่อปี พ.ศ. 2513 นับเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะสวยงามได้สัดส่วนและใหญ่ที่สุดของจังหวัด พิจิตร หากท่านเดินทางโดยรถไฟจะมองเห็นองค์พระเหลืองอร่ามแต่ไกล

วัดพระพุทธบาทเขารวก
ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลวังหลุม อำเภอตะพานหิน อยู่ห่างจากอำเภอตะพานหินไปประมาณ 10 กิโลเมตรภายในวัดมีรอยประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งจำลองมาจากวัดพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี และมี พระอาจารย์โง่นไสรโย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังองค์หนึ่งจำพรรษาอยู่ ซึ่งท่านเป็นผู้สร้างพระพุทธวิโมกข์ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 29 นิ้ว มอบให้โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีกลองที่ทำด้วยไม้ประดู่ใหญ่ที่สุดในโลก และรูปปั้นฤาษีอายุ 1000-1500 ปีซึ่งเป็นหินศิลาแลงจากลุ่มแม่น้ำเขิน ภายในวัดยังมีสวนสัตว์ขนาดเล็กซึ่งมีสัตว์หลายชนิดไว้ให้ชมและศีกษาอีกด้วย

บึงน้ำกลัด
ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านน้ำกลัด ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน อยู่ห่างจากอำเภอตะพานหินประมาณ 15 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางสายตะพานหิน-วังสำโรง และเส้นทางวังสำโรง-ไผ่-ท่าโพ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1070) จากอำเภอตะพานหินถึงทางแยกเข้าบึง มีป้ายบอกหมู่บ้าน อพป.บึงน้ำกลัด เลี้ยวขวาประมาณ 400 เมตรเป็นถนนลาดยาง จากนั้นเลี้ยวซ้ายประมาณ 300 เมตรสภาพทั่วไปเป็นบึงกว้าง พื้นที่ประมาณ 120 ไร่ และในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม จะมีนกเป็ดน้ำ นกกระยางขาวและนกตับแคจำนวนมากบินอพยพหนีความหนาวจากไซบีเรีย ประเทศจีน มาอาศัยอยู่บริเวณบึงน้ำกลัดแห่งนี้โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมจะเป็นเดือนที่มี นกชนิดต่างๆ อาศัยอยู่มากที่สุด

อำเภอทับคล้อ

สำนักสงฆ์สวนพระโพธิ์สัตว์
ตั้งอยู่ที่ตำบลทับคล้อ อำเภอทับคล้อ ภายในมีสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรม วิปัสสนาและกรรมฐาน มีความสวยงาม เงียบสงบและเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของห้องสมุดสยามบรมราชกุมารี และพระตำหนักรับรอง ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2536

อำเภอโพทะเล

วัดหิรัญญาราม หรือ วัดบางคลาน
ตั้งอยู่ที่อำเภอโพทะเล ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1067 เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 8 กม. เดิมมีชื่อว่า “วัดวังตะโก” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านเก่า สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือโบราณวัตถุต่างๆ ที่ทางวัดได้สะสมไว้นานแล้ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุที่มีผู้นำมาถวาย เช่น พระพุทธรูป พระพิมพ์ เครื่องปั้นดินเผา ฯลฯ สิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจของวัดนี้คือ พิพิธภัณฑ์นครไชยบวร ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์รูปมณฑป 2 ชั้น ชั้นบนประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของ หลวงพ่อเงิน เกจิอาจารย์ที่ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศรู้จัก และเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่งที่เคยจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ สถานที่แห่งนี้นับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรก และแห่งเดียวของจังหวัดพิจิตร

อำเภอบางมูลนาก

วัดห้วยเขน
ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยเขน อำเภอบางมูลนาก อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 8 กิโลเมตร ไปตามถนนสายบางมูลนาก-วังงิ้ว ภายในวัดมีโบสถ์เก่าซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ไว้ ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับเรื่องพุทธประวัติเรื่องรามเกียรติ์ เป็นภาพของเก่าโบราณที่ยังไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติมใดๆ

วัดท่าช้าง
ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในวัดมีพระพุทธรูปหินที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง และที่สังเกตได้ง่ายคือ มีรูปปั้นช้างขนาดใหญ่ 2 เชือกอยู่บริเวณด้านหน้าวัด

 


แพพี่ต้น : ชมธรรมชาติทะเลน้ำจืด เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และตกปลา จ.กาญจนบุรี สนใจติดต่อ โทร. 01-8569063
แพพี่ต้น

ชมธรรมชาติ ท่ามกลางสายน้ำ และขุนเขา เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตกปลา สนใจติดต่อได้ที่โทร : 08-1856-9063
ล่องไพรทัวร์
ภูไพร เลค รีสอร์ท - อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
พื้นที่โฆษณา
 
เว็บไซท์น่าสนใจ
เกาะทะลุ
รับทำ seo
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ฮ่องกง
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ญี่ปุ่น
ที่พักหัวหินราคาถูก
ที่พักชะอำ
ที่พักพัทยา
ที่พักปาย
ที่พักเขาใหญ่
ดำน้ำเกาะเต่า
ภูไพร เลค รีสอร์ท
แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว 77 จังหวัด
เที่ยวภาคตะวันออก : ชลบุรี : ระยอง : จันทบุรี : ตราด
เพื่อนบ้าน
trekkingthai : จองที่พัก : ที่พักราคาถูก : thailand hotels : เสื้อผ้าเด็ก : ชุดนอนเด็ก : ชุดว่ายน้ำ : ชุดคลุมท้อง : Pantip Review : Saraburi Booking : Saraburi Travel : สระบุรี
ติดต่อลงโฆษณาได้ที่ : webmaster@relaxzy.com ทะเบียนพาณิชย์เลขที่ : 0737314703679