 |
:: เมนูหลัก :: |
|
|
|
|
|
 |
:: ผู้สนับสนุน :: |
|
|
|
 |
:: เว็บไซท์รับจองที่พัก :: |
|
|
|
|
 |
:: จังหวัดขอนแก่น :: |
|
|
" พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูณ ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว เที่ยวขอนแก่นนครใหญ่
ไดโนเสาร์ลือก้อง เหรียญทองมวยโอลิมปิก " |
| |
|
|
|
| จังหวัดขอนแก่น :: สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ |
| |
| อำเภอน้ำพอง |
| |
พิพิธภัณฑ์เฮือนลาว ตั้งอยู่เลขที่ 188 หมู่ที่ 5 ตำบลโคกท่า เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคล ภายในจัดแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และภูมิปัญญาชาวบ้าน ศิลปวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นในอดีต สร้างขึ้นเพื่อแสดงวัฒนธรรมของชาวอีสาน ประกอบด้วยเรือนนอน ชาน และเรือนครัว บ่งบอกถึงวิถีชีวิตของชาวอีสาน เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมในวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 08.30 - 17.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 089-139-3909, 089-139-3919 หรือ 043-235-800#1111
พระธาตุขามแก่น ตั้งอยู่ตำบลบ้านขาม ในวัดเจติยภูมิ สร้างขึ้นประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕ ตามประวัติโดยย่อกล่าวว่า โมริยกษัตริย์เจ้าเมืองโมรีย์ ซึ่งเป็นเมืองอยู่ในอาณาเขตของประเทศกัมพูชา มีความประสงค์ที่จะนำพระอังคารของพระพุทธเจ้า ที่พระองค์ได้ไว้เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าปรินิพพานใหม่ๆ มาบรรจุพระธาตุพนม จึงโปรดให้พระอรหันต์ และพระเถระเจ้าคณะรวม ๙ องค์ นำขบวนอัญเชิญพระอังคารมาในครั้งนี้ เมื่อผ่านมาถึงดอนมะขามแห่งหนึ่ง ซึ่งมีต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่น เนื่องจากเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว และบริเวณนี้ภูมิประเทศราบเรียบดี จึงหยุดคณะพักชั่วคราว รุ่งเช้าจึงเดินทางต่อไปถึงภูกำพร้า ปรากฏว่าพระธาตุพนมได้สร้างเสร็จแล้ว จึงเดินทางกลับและตั้งใจว่า จะนำพระอังคารธาตุกลับไปประดิษฐานไว้ที่บ้านเมืองของตน แต่เมื่อเดินทางผ่านดอนมะขามอีกครั้ง ปรากฏว่าแก่นมะขามที่ตายแล้วนั้น กลับยืนต้นแตกกิ่งก้านผลิใบเขียวชอุ่มเป็นที่น่าอัศจรรย์ คณะอัญเชิญพระอังคารธาตุ จึงพร้อมใจกันสร้างเจดีย์ครอบต้นมะขามนี้ พร้อมกับนำพระอังคารธาตุ และพระพุทธรูปบรรจุไว้ในองค์พระธาตุ และให้นามว่าพระธาตุขามแก่น มาจนทุกวันนี้
องค์พระธาตุขามแก่น ได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากร ภายใต้การควบคุมของสำนักโบราณคดี และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ ๙ มีการปรับปรุงทาสีองค์พระธาตุ ขยายบริเวณกำแพงแก้วทั้ง ๔ ด้าน ห่างจากองค์พระธาตุ ให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม ทุกปีในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ จะมีงานฉลองและนมัสการพระธาตุขามแก่นเป็นงานประจำปี
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๐๙ (ขอนแก่น-กาฬสินธุ์) ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เมื่อข้ามลำน้ำพองแล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๑๘๓ ไปอีกประมาณ ๑๔ กิโลเมตร
กู่ประภาชัย หรือ กู่บ้านนาคำน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านนาคำน้อย ตำบลบัวใหญ่ กู่ประภาชัย คือกลุ่มโบราณสถานที่มีลักษณะแผนผัง อย่างเดียวกันกับโบราณสถาน ที่พบหลักฐานแสดงอโรคยาศาล หรือสถานพยาบาลที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ แห่งอาณาจักรเขมรโบราณโปรดฯ ให้สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ (พ.ศ.๑๗๒๐-๑๗๘๐) คือประกอบด้วยปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีมุขยื่นทางด้านหน้า ด้านขวามือเยื้องไปข้างหน้าเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า บรรณาลัย อาคารทั้งสองล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว โดยมีโคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้าออกด้านหน้า หรือทางด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว นอกกำแพงที่มุมซ้ายมีสระน้ำ ๑ สระ ทั้งหมดสร้างด้วยศิลาแลง โดยมีเสาประดับประตู ทับหลังเป็นหินทราย ปัจจุบันหักพังแต่ได้รับการดูแลรักษาจากทางวัดเป็นอย่างดี กู่บ้านนาคำน้อยได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘
การเดินทาง ไปทางเดียวกับพระธาตุขามแก่น ตรงต่อไปถึงสะพานคลองส่งน้ำจากลำน้ำพอง เลี้ยวซ้ายตามถนนเลียบคลองส่งน้ำ แล้วเลี้ยวขวาข้ามสะพานเข้าหมู่บ้านนาคำน้อย กู่จะอยู่ภายในวัดกู่บ้านนาคำน้อย หรือจะขับรถข้ามสะพานข้ามคลองส่งน้ำ ตรงไปตามถนนลาดยางประมาณ ๖ กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายผ่านหมู่บ้านไปประมาณ ๑ กิโลเมตร
หมู่บ้านงูจงอาง บ้านโคกสง่า ตำบลทรายมูล ชาวบ้านโคกสง่า แต่เดิมมีอาชีพขายยาสมุนไพร ควบคู่กับการทำนามาแต่รุ่นปู่ย่าตายาย การขายยาสมุนไพรในสมัยก่อน ต้องเดินเท้าไปเร่ขายยาตามหมู่บ้านต่าง ๆ ด้วยความยากลำบาก แต่เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๔ พ่อใหญ่เคน ยงลา หมอยาบ้านโคกสง่า จึงได้คิดหางูเห่ามาแสดง เพื่อเป็นการดึงดูดคนมาดู แทนที่จะต้องเดินไปขายยาในทุก ๆ หมู่บ้านเช่นเคย ปรากฏว่าการแสดงประสบความสำเร็จ สามารถเรียกคนมาดูได้มากพอสมควร แต่เนื่องจากงูเห่านั้นมีอันตรายมาก สามารถพ่นพิษได้ไกลถึง ๒ เมตร
พ่อใหญ่จึงเปลี่ยนมาใช้งูจงอางแสดงแทน และถ่ายทอดวิชาแสดงงูให้คนในหมู่บ้าน เมื่อว่างเว้นจากการเกษตร ชาวบ้านจะรวมกลุ่มเดินทางออกเร่แสดงงู เพื่อขายยาสมุนไพร ส่วนการแสดงที่หมู่บ้านนั้น จะจัดขึ้นบริเวณลานวัดศรีธรรมา และรอบ ๆ บริเวณก็จะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับงูจงอาง รวมทั้งมีโรงเรือนเพาะเลี้ยงงูจงอางอยู่ด้วย
การแสดงงูจงอางบ้านโคกสง่าเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายมาก ชาวบ้านเกือบทุกหลังคาเรือนจะเลี้ยงงูจงอางไว้ใต้ถุนบ้าน มีการจัดแสดงหลายรูปแบบเพื่อดึงดูดให้คนสนใจยิ่งขึ้น เช่น การแสดงละครงูตามจังหวะเพลง การชกมวยระหว่างคนกับงูจงอาง จนชาวบ้านที่มีชื่อเสียงทางการแสดงงูมีฉายาประจำ เช่น กระหร่องน้อย เมืองอีสาน, ทองคำ ลูกทองชัย เป็นต้น
การเดินทาง บ้านโคกสง่าอยู่ห่างจากตัวเมือง ๔๙ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๒(ถนนมิตรภาพ) ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๓๓ เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางไปอำเภอกระนวน ทางหลวงหมายเลข ๒๐๓๙ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๑๔ เมื่อสังเกตเห็นป้อมยามตำรวจพังทุยทางด้านซ้าย ให้เลี้ยวขวาไปตามถนนลูกรังผ่านบ้านนางาม วัดสระแก้ว เมื่อถึงสี่แยกที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านแล้วเลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๖๐๐ เมตร จะถึงประตูทางเข้าหมู่บ้านตรงไป
ค่ายเปรมติณสูลานนท์และหอเกียรติยศ หอเกียรติยศรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นที่รวบรวมและเรียบเรียงชีวประวัติ และผลงานสำคัญของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เพื่ออนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา และยึดถือเป็นแบบอย่าง เพื่อเสริมสร้างเอกลักษณ์แห่งคนดี และเชิดชูเกียรติยศและรัฐบุรุษสืบไป ติดต่อเข้าชมล่วงหน้าหรือเป็นหมู่คณะได้ที่ ค่ายเปรมติณสูลานนท์ โทร. ๐ ๔๓๒๔ ๒๐๐๕ |
| |
| อำเภออุบลรัตน์ |
| |
เขื่อนอุบลรัตน์ เรียกอีกชื่อว่า เขื่อนพองหนีบ เนื่องจากสร้างข้ามแม่น้ำพอง โดยปิดกั้นลำน้ำพอง ตรงบริเวณช่องเขาที่เป็นแนวต่อ ระหว่างเทือกเขาภูเก้าและภูพานคำ การก่อสร้างเริ่มเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๗ แล้วเสร็จปี พ.ศ. ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ ได้เสด็จไปทรงทำพิธีเปิดเขื่อนเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๐๙ มีประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตร การประมง การป้องกันอุทกภัย การคมนาคม ตลอดไปจนถึงเป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ภายในบริเวณมีร้านอาหาร บ้านพักบริการ และกิจกรรมต่าง ๆ บริการ เช่น การนั่งเรือชมวิวทัศนียภาพเหนือเขื่อน เดินชมสวนไม้ในวรรณคดี และสวนประติมากรรมไดโนเสาร์ รวมทั้งยังมีสนามกอล์ฟบริการอีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ทำการเขื่อนอุบลรัตน์ โทร. ๐ ๔๓๔๔ ๖๒๓๑ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๔๓๖ ๖๐๔๖-๘
การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น ๕๐ กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒ (ขอนแก่น-อุดรธานี) ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๔๗๐-๔๗๑ จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่เขื่อนอุบลรัตน์อีก ๒๔ กิโลเมตร
บางแสน ๒ และหาดจอมทอง ตั้งอยู่ที่บ้านหินเพิง ตำบลท่าเรือ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปประมาณ ๕๓ กิโลเมตร บรรยากาศโดยรอบของชายหาด ริมทะเลสาบน้ำจืดเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ สวยสะดุดตา เมื่อพระอาทิตย์ฉายส่องลงมาในยามเย็น กระทบกับทิวเขาภูเก้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง กิจกรรมกีฬาทางน้ำที่น่าสนใจคือ จักรยานน้ำ บานาน่า โบ๊ต ห่วงยาง เรือสกู๊ตเตอร์ นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารเลิศรส ที่ปรุงจากปลาในเขื่อนอุบลรัตน์ ได้แก่ ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาช่อน ช่วงเทศกาลสำคัญ หรือวันหยุด มักจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมธรรมชาติ และเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก
อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ ครอบคลุมพื้นที่อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู มีพื้นที่ ๓๒๐ ตารางกิโลเมตร หรือ ๒๐๑,๒๕๐ ไร่ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๘ สภาพพื้นที่ป่าส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง ใบไม้จะเปลี่ยนสี ผลัดใบ ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ตั้งของสำนักงานอุทยานฯ จะอยู่บริเวณภูพานคำ ริมทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก โดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ตก ภายในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีสถานที่สำหรับตั้งค่ายพักแรมได้ สิ่งที่น่าสนใจส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณภูเก้า ในเขตจังหวัดหนองบัวลำภู ได้แก่ ร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์ของชุมชนในสมัยบ้านเชียง เช่น ภาพเขียนสี และภาพสลักตามผนังถ้ำต่างๆ และรอยเท้าไดโนเสาร์ ซึ่งสันนิษฐานว่า เป็นพันธุ์เดียวกับรอยเท้าที่พบที่อำเภอภูเวียง เป็นต้น
การเดินทาง ใช้เส้นทางสายขอนแก่น-เขื่อนอุบลรัตน์ ถึงตลาดอุบลรัตน์ ระยะทาง ๕๐ กิโลเมตร จากนั้นใช้เส้นทางเขื่อนอุบลรัตน์-โนนสัง ระยะทาง ๖ กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือใช้เส้นทางสายอุดรธานี-เลย เข้าสู่อำเภอโนนสัง ที่สามแยกจังหวัดหนองบัวลำภู ระยะทาง ๔๐ กิโลเมตร ถึงสามแยกโสกจาน เลี้ยวขวาเส้นทางบ้านที่โสกจาน-เขื่อนอุบลรัตน์ ระยะทาง ๕๔ กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือขึ้นรถโดยสารประจำทาง สายเขื่อนอุบลรัตน์-โนนสัง บริเวณตลาดอำเภออุบลรัตน์ |
|
| |
|
| |
|
|
|
 |
:: ผู้สนับสนุน :: |
|
|
|
 |
:: โรงแรม รีสอร์ท ที่พัก :: |
|
|
|
 |
:: จองที่พักต่างประเทศ :: |
|
|
|
 |
:: แนะนำเว็บไซท์ :: |
|
|
|
|