ท่องเที่ยว | สถานที่ท่องเที่ยว | จองโรงแรม | ติดต่อลงโฆษณา
 
ท่องเที่ยว
พื้นที่โฆษณา
 
ทัวร์
จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พักราคาถูก
voucher
จังหวัดชลบุรี
จังหวัดชลบุรี
ที่พักชลบุรี
ที่พักพัทยา
ที่พักบางแสน
ที่พักเกาะล้าน
ที่พักเกาะสีชัง
เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้อง
   
แหล่งท่องเที่ยว
พัทยา
บางแสน
เกาะล้าน
เกาะสีชัง
 
เมนูท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยว
จองโรงแรม
ที่พักต่างประเทศ
บอร์ดท่องเที่ยว
แนะนำที่พัก
แนะนำทัวร์
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
ร้านอาหาร
รถเช่า
ตั๋วเครื่องบิน
ข่าวสารท่องเที่ยว
รวมเว็บไซท์
 
ที่พักภาคเหนือ
ที่พักกำแพงเพชร
ที่พักเชียงราย
ที่พักเชียงใหม่
ที่พักตาก
ที่พักนครสวรรค์
ที่พักน่าน
ที่พักพะเยา
ที่พักพิจิตร
ที่พักพิษณุโลก
ที่พักเพชรบูรณ์
ที่พักเขาค้อ
ที่พักแพร่
ที่พักแม่ฮ่องสอน
ที่พักปาย
ที่พักลำปาง
ที่พักลำพูน
ที่พักสุโขทัย
ที่พักอุตรดิตถ์
ที่พักอุทัยธานี
 
ที่พักภาคอีสาน
ที่พักกาฬสินธุ์
ที่พักขอนแก่น
ที่พักชัยภูมิ
ที่พักนครพนม
ที่พักนครราชสีมา
ที่พักเขาใหญ่
ที่พักปากช่อง
ที่พักบึงกาฬ
ที่พักบุรีรัมย์
ที่พักมหาสารคาม
ที่พักมุกดาหาร
ที่พักยโสธร
ที่พักร้อยเอ็ด
ที่พักเลย
ที่พักศรีสะเกษ
ที่พักสกลนคร
ที่พักสุรินทร์
ที่พักหนองคาย
ที่พักหนองบัวลำภู
ที่พักอำนาจเจริญ
ที่พักอุดรธานี
ที่พักอุบลราชธานี
 
ที่พักภาคกลาง
ที่พักกรุงเทพ
ที่พักกาญจนบุรี
ที่พักฉะเชิงเทรา
ที่พักชัยนาท
ที่พักนครนายก
ที่พักนครปฐม
ที่พักนนทบุรี
ที่พักปทุมธานี
ที่พักประจวบคีรีขันธ์
ที่พักหัวหิน
ที่พักปราณบุรี
ที่พักปราจีนบุรี
ที่พักอยุธยา
ที่พักเพชรบุรี
ที่พักชะอำ
ที่พักราชบุรี
ที่พักสวนผึ้ง
ที่พักลพบุรี
ที่พักสมุทรปราการ
ที่พักสมุทรสาคร
ที่พักสมุทรสงคราม
ที่พักสระแก้ว
ที่พักสระบุรี
ที่พักสิงห์บุรี
ที่พักสุพรรณบุรี
ที่พักอ่างทอง
 
ที่พักภาคตะวันออก
ที่พักชลบุรี
ที่พักพัทยา
ที่พักจันทบุรี
ที่พักตราด
ที่พักระยอง
 
ที่พักภาคใต้
ที่พักกระบี่
ที่พักชุมพร
ที่พักตรัง
ที่พักนครศรีธรรมราช
ที่พักนราธิวาส
ที่พักปัตตานี
ที่พักพัทลุง
ที่พักพังงา
ที่พักภูเก็ต
ที่พักยะลา
ที่พักระนอง
ที่พักสงขลา
ที่พักสตูล
ที่พักสุราษฎร์ธานี
 
ที่พักบนเกาะต่างๆ
ที่พักเกาะช้าง
ที่พักเกาะหมาก
ที่พักเกาะกูด
ที่พักเกาะเสม็ด
ที่พักเกาะสีชัง
ที่พักเกาะล้าน
ที่พักเกาะสมุย
ที่พักเกาะเต่า
ที่พักเกาะพะงัน
ที่พักเกาะพีพี
ที่พักเกาะลันตา
ที่พักเกาะมุก
ที่พักเกาะหลีเป๊ะ
ที่พักเกาะไหง
 

:: ชลบุรี ::

จังหวัดชลบุรี เรียกกันสั้น ๆ ว่า “เมืองชล” เป็นจังหวัดท่องเที่ยวชายทะเลตะวันออกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน เป็นแหล่งเกษตรกรรมปลูกพืชเศรษฐกิจได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง และยางพารา รวมทั้งเป็นที่ตั้งท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และแหล่งอุตสาหกรรมโรงงานที่สำคัญ

เมืองชลบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 80 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 4,363 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ และ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองชลบุรี อำเภอหนองใหญ่ อำเภอพนัสนิคม อำเภอบ้านบึง อำเภอพานทอง อำเภอบ่อทอง อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอสัตหีบ อำเภอเกาะสีชัง และกิ่งอำเภอเกาะจันทร์ สำหรับ พัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ และมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องมีการบริหารปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษ เรียกว่า เมืองพัทยา โดยแยกออกจากการปกครองของอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

ประวัติและความเป็นมา
ชื่อเสียงของเมือง ชลบุรี ในฐานะเมือง ท่องเที่ยว ชายทะเล ทำให้หลายคนคงนึกไม่ถึงว่า ชลบุรี จะเป็นเมืองหนึ่ง ที่มีความเก่าแก่มาตั้งแต่ก่อนสมัย สุโขทัย และเคยมีชุมชน ของคนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ อยู่ด้วย น่าเสียดาย ที่หลักฐาน ทางโบราณสถาน และ โบราณวัตถุ ในหลายๆ แห่ง สูญหายไป และคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน น้อยมาก

บริเวณที่ลุ่มริมฝั่งลำน้ำพานทอง ซึ่งไหลจากที่สูง ในเขต อ.พนัสนิคม ไปออก แม่น้ำบางปะกง เคยมีคนในยุคหินใหม่ อาศัยอยู่ โดยพบ หลักฐานสำคัญ ที่บริเวณโคกพนมดี ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม คนกลุ่มนี้ ใช้ขวานหินขัด เครื่องประดับ พวก กำไลลูกปัด เครื่องปั้นดินเผา แบบเชือกทาบ และกินอาหาร จากทะเล เช่น หอยแครง ปู ปลา เป็นอาหารหลัก แสดงว่า สมัยนั้น พื้นที่นี้อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลกว่าปัจจุบันมาก

ที่ ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม เมื่อประมาณ 1,400-700 ปีก่อน มีเมืองพระรถ ตั้งอยู่ บริเวณนี้มีลำน้ำสายต่างๆ จากที่สูงมารวมกันเป็นลำน้ำพานทอง สามารถเดินทางตามลำน้ำไปติดต่อกับชุมชนอื่นๆ ในสมัยนั้น เช่น เมืองศรีมโหสถ ใน จ.ปราจีนบุรี และ ไปถึงอรัญประเทศได้ เมืองพระรถ จึงเป็นเมืองศูนย์กลางการคมนาคมในท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางเดินบก ไป ระยอง และ จันทบุรี ผ่านเมืองพญาเร่ ซึ่งเป็นเมืองโบราณ อีกเมืองหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัด ชลบุรี ด้วย เมืองพระรถ อยู่ในสมัยทวารวดี ถึงสมัย ลพบุรี

ถ้ามาจากเมืองพระรถ ไปตามลำน้ำพานทอง จนออกทะเล ที่ปากแม่น้ำบางปะกง บริเวณนี้ มีชุมชนที่ต่อมา พัฒนาเป็นเมืองขึ้น เมื่อ 600 ปีก่อน ชื่อเมืองศรีพโล ในสมัยสุโขทัย เมืองศรีพโล เป็นเมืองท่าชายทะเล เรือสำเภาจากจีน เวียดนาม และ กัมพูชา เดินทางมาจอดพักสินค้า ก่อนเดินทางต่อไปยังปากแม่น้ำเจ้าพระยา และ จอดพักก่อนกลับ หรือ ข้ามอ่าวไทย ไปทางใต้ ปัจจุบัน กำแพงเมือง ศรีพโล ถูกทำลายไปหมด เนื่องจากการสร้าง ถ.สุขุมวิท

เมืองศรีพโล เป็นเมืองท่า มาจนถึงสมัยอยุธยาตอนต้น ก็หมดความสำคัญลง อาจเพราะอ่าวเมืองศรีพโล ที่เคยเป็นฝั่งทะเลลึกเกิดตื้นเขินขึ้น เนื่องจากตะกอนแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มาทับถมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ ชุมชนจึงเคลื่อนย้ายลงมาทางใต้ ที่ ต.บางปลาสร้อย ซึ่งมีสภาพชายทะเล และทำเล ที่จอดเรือดีกว่า บางปลาสร้อย นี้ก็คือ ที่ตั้งของเมืองชลบุรี ในปัจจุบันนั่นเอง

ในแผนที่ ไตรภูมิ สมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อตำบลสำคัญของ ชลบุรี เรียงจากเหนือลงใต้ คือ บางทราย บางปลาสร้อย บางพระเรือ (ปัจจุบันคือ บางพระ) และบางละมุง ส่วนในทำเนียบศักดินาหัวเมือง มีชื่อเมือง ชลบุรี ว่าเป็นเมืองชั้นจัตวา ที่วัดใหญ่อินทาราม ซึ่งอยู่ในตัวเมือง ชลบุรี มีภาพเขียนสมัย อยุธยา ตอนปลาย แสดงถึงชีวิต ความเป็นอยู่ของชาว อยุธยา ชาวต่างชาติ ทั้งฝรั่ง และ จีน ภาพปราสาทราชวัง ฝีมือเขียนภาพงดงามมาก และ เป็นบันทึกหลักฐานอย่างดี ของเมืองท่าแห่งนี้

ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระอินทอาษา ชาวนครเวียงจันทน์ พาชาวลาว มาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร รัชกาลที่ 3 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ไปอยู่ในที่ระหว่างเมืองชลบุรี กับ ฉะเชิงเทรา ต่อมา จึงตั้งขึ้น เป็นเมืองพนัสนิคม ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมืองพนัสนิคม และ เมืองบางละมุง ถูกยุบเป็นอำเภอ ขึ้นต่อ เมืองชลบุรี และเป็นอำเภอหนึ่งของ ชลบุรี มานับแต่นั้น

ชลบุรี มีความสำคัญในฐานะเมืองท่า นับเป็นเวลายาวนานหลายร้อยปี จากสมัยสุโขทัย มาถึงสมัย รัตนโกสินทร์ และกระทั่งปัจจุบัน ก่อนที่จะมามีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะเมืองตากอากาศชายทะเล เช่นทุกวันนี้

อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ จ.ฉะเชิงเทรา
ทิศใต้ ติดต่อกับ จ.ระยอง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จ.ฉะเชิงเทรา จ.จันทบุรี และ จ.ระยอง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ทะเลฝั่งตะวันออกของอ่าวไทย

การเดินทาง

ทางรถยนต์

จากกรุงเทพ ฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดชลบุรีได้หลายเส้นทาง คือ

1. ใช้เส้นทางสายบางนา-ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรี

2. ใช้เส้นทางสายกรุงเทพฯ-มีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา-บางปะกง เข้าสู่จังหวัดชลบุรี

3. ใช้เส้นทางสายเก่า ถนนสุขุมวิท ทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ไปจนถึงแยกอำเภอบางปะกง และให้แยกเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 34 ไปจนถึงจังหวัดชลบุรี

4. ใช้เส้นทางหลวงพิเศษ (MOTOR WAY) สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา โทร. 1193, 0 3839 2001

รถโดยสารประจำทาง

จากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) มีบริการรถโดยสารปรับอากาศไปชลบุรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 5.30-21.00 น. รถออกทุก 40 นาที โทร. 0 2391-9829 รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 มีบริการระหว่างเวลา 5.00–21.00 น. ออกทุก 30 นาที โทร. 0 2391–2504 รถโดยสารธรรมดามีบริการตั้งแต่เวลา 5.00-21.00 น. ออกทุก 30 นาที โทร. 0 2391-2504 หรือจะขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ก็ได้ มีรถโดยสารปรับอากาศบริการตั้งแต่เวลา 6.30-18.30 น. โทร. 0 2936-2852-66

นอกจากนั้นยังมีบริษัทเดินรถเอกชนที่วิ่งบริการ ออกจาก สถานีขนส่งสายใต้ เป็นรถโดยสารปรับอากาศไปพัทยาทุกวัน วิ่งเส้นบางนา-ตราด รถไปจอดที่ สถานีรถปรับอากาศ ถนนพัทยาเหนือ ของ บริษัท รถรุ่งเรือง จำกัด เริ่มตั้งแต่เวลา 05.30-18.30 น.รถออกทุก 2 ชั่วโมง โทร. 0 2884 5582 สาขาพัทยา โทร. 0 3842 9877

รถไฟ

จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มีบริการรถไฟไปจังหวัดชลบุรีทุกวัน ๆ ละ 1 เที่ยว ไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟพลูตาหลวง สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 1690, 0 2223-4334, 0 2220-4444

ระยะทางจากจังหวัดชลบุรีไปจังหวัดใกล้เคียง

ฉะเชิงเทรา 43 กิโลเมตร
สมุทรปราการ 64 กิโลเมตร
ระยอง 98 กิโลเมตร
ตราด 234 กิโลเมตร
จันทบุรี 164 กิโลเมตร

การเดินทางภายในพัทยา

รถสองแถว วิ่งวนบริเวณเลียบหาดพัทยา และพัทยาสายสอง และวิ่งระหว่าง นาเกลือ-จอมเทียน ค่าโดยสารประมาณ 10-30 บาท รถบัสชายหาด (Pattaya Beach Bus) มีสายสีเขียว สีแดงและสีเหลือง วิ่งผ่านถนนหลักต่างๆของพัทยา ให้บริการตั้งแต่ 06.00 น.- 02.00 น.ของวันใหม่ ค่าโดยสารเที่ยวละ 30 บาท รายวัน 90 บาท ราย 3 วัน 180 บาท รายเดือน 900 บาท

การคมนาคมภายในตัวจังหวัด

รถสองแถว วิ่งวนบริเวณเลียบหาดพัทยา และพัทยาสายสอง และวิ่งระหว่าง นาเกลือ-จอมเทียน ค่าโดยสารประมาณ 10-30 บาท รถบัสชายหาด (Pattaya Beach Bus) มีสายสีเขียว สีแดงและสีเหลือง วิ่งผ่านถนนหลักต่างๆของพัทยา ให้บริการตั้งแต่ 06.00 น.- 02.00 น.ของวันใหม่ ค่าโดยสารเที่ยวละ 30 บาท รายวัน 90 บาท ราย 3 วัน 180 บาท รายเดือน 900 บาท

การเดินทางจากอำเภอเมืองชลบุรีไปยังอำเภอต่าง ๆ

อำเภอบ้านบึง 14 กิโลเมตร
อำเภอพนัสนิคม 22 กิโลเมตร
อำเภอพานทอง 24 กิโลเมตร
อำเภอศรีราชา 24 กิโลเมตร
อำเภอเกาะสีชัง 35 กิโลเมตร
อำเภอบางละมุง และเมืองพัทยา 45 กิโลเมตร
อำเภอหนองใหญ่ 51 กิโลเมตร
อำเภอบ่อทอง 56 กิโลเมตร
อำเภอสัตหีบ 86 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยวชลบุรี

อำเภอเมือง

วัดใหญ่อินทราราม
เดิมชื่อวัดหลวง ตั้งอยู่บนถนนเจตน์จำนงค์ในตัวเมืองชลบุรี เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่เมืองชลบุรี สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย มีภาพเขียนเก่าเรื่องทศชาติชาดก พระเวสสันดรชาดก รูปเทพชุมนุมองค์โต เหมือนในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ที่กรุงเทพฯ ในพระอุโบสถวัดนี้เอง ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จประทับ เมื่อครั้งออกจากพระนครศรีอยุธยา ตอนใกล้จะเสียกรุงแก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 สิ่งที่น่าชมอีกแห่งหนึ่งในวัดก็คือ พลับพลาตรีมุข อันสร้างด้วยไม้เก่าแก่ มีพระพุทธรูปหล่อสำริดทรงเครื่องกษัตริย์งดงามมาก ชาวเมืองชลบุรีเรียกกันว่า หลวงพ่อเฉย ซึ่งนับว่าศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะเศษผ้าจีวรที่คลุมองค์หลวงพ่อ นำไปผูกข้อมือเด็กที่เจ็บออดแอดเลี้ยงยาก จะกลายเป็นเด็กเลี้ยงง่ายอย่างน่าอัศจรรย์

วัดเขาพระพุทธบาทบางทราย
ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทด้านซ้ายมือก่อนจะถึงตัวเมืองชลบุรีเล็กน้อย เดิมมีวัดโบราณสมัยอยุธยาอยู่เชิงเขาแต่ผุพังไปหมดแล้ว ต่อมาพระยาพิชิตชลเขต ผู้กำกับราชการเมืองชลบุรี ได้สร้างวัดพระพุทธบาทบางทรายขึ้นใหม่ในรัชการที่ 5 วัดนี้มีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และตึกหลังเล็กภายในมีพระพุทธไสยาสน์ตั้งอยู่บนยอดเขาบริเวณวัดที่ตั้งอยู่ เชิงเขามีสิ่งก่อสร้างอาคารต่างๆ เป็นทรงยุโรปสมัยรัชการที่ 5 หลายหลังมีประเพณีเดินขึ้นไปไหว้พระพุทธบาทบางทรายในวันสิ้นเดือน 4 จนถึงวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 รวม 3 วัน ทุกๆ ปี และยังมีงานประเพณีตักบาตรเทโวเทศกาลออกพรรษาด้วย

พระพุทธสิหิงค์มิ่งมงคลศิรนาถ
ประดิษฐานอยู่ ณ หอพระ ตั้งอยู่บนถนนวชิรปราการ ห่างศาลากลางจังหวัด ประมาณ 500 เมตร พระพุทธสิหิงค์องค์นี้เป็นองค์จำลองขององค์จริง ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติทำด้วยเงินบริสุทธิ์งดงามด้วยพุทธลักษณะ และมีขนาดเท่าองค์จริงทุกประการ มีพิธีหล่อเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2503 ประดิษฐานที่หอพระเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2504 สมเด็จพระสังฆราชกิตติโสภณมหาเถระ วัดเบญจมบพิตร ถวายพระนามว่า “พระพุทธสิหิงค์มิ่งมงคลศิรินาถ พุทธบริษัทราษฎร์กุศล สามัคคีชลบุรีปูชนียบพิตร”

วัดธรรมนิมิตต์
ตั้งอยู่บนถนนสายชลบุรี-พนัสนิคม จากแยกชลบุรีไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 มีเนื้อที่ประมาณ 110 ไร่ พระครูนิมิตต์ ธรรมานุรักษ์ เป็นเจ้าอาวาส วัดธรรมนิมิตต์จัดเป็นวัดปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานเป็นสำนักเรียนบาลี

อภิธรรม นักธรรมของพระภิกษุสงฆ์มีปูชนียสถานขนาดความสูง 34 เมตร ปรางค์ประทับเรือขนานนามว่า “พระมงคลนิมิตร” ประดิษฐานอยู่ ณ เชิงเขาบริเวณวัดร่มรื่นรายล้อมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ หากเดินเข้าไปยังยอดเขาสามารถมองเห็นได้รอบทั้งสี่ทิศ เป็นจุดชมววิวทิวทัศน์ของเมืองชลบุรีได้เป็นอย่างดี

อ่างศิลาหรืออ่างหิน
เป็นหมู่บ้านประมงริมทะเล อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 5 กิโลเมตร เคยเป็นสถานตากอากาศ ชายทะเลเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทำอุตสาหกรรมขนาดย่อม ได้แก่การทำครกหิน และสัตว์หินแกะสลัก เช่น ช้าง ม้า เสือ เป็นต้น นอกจากนั้นอ่างศิลายังเป็นย่านอาหารทะเล บริเวณชายหาดชาวบ้านจะแกะหอยนางรมสดขาย และมีสินค้าพื้นเมืองนานาชนิดไว้จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว

เขาสามมุก
เป็นเนินเขาเตี้ย ๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลาและหาดบางแสน ไปตามถนนตัดเลียบริมหาดจากอ่างศิลาขึ้นเขาสามมุก ที่เชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่เขาสามมุก ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชน ภายในมีสวนตะบองเพชรสวยงาม และบริเวณเขาสามมุกนี้ยังเป็นที่อาศัยของลิงป่าเป็นจำนวนมาก

หาดบางแสน
ชายหาดที่มีชื่อเสียงมาช้านานของจังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีเพียง 14 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิท ตางหลักกิโลเมตรที่ 104 เข้าไป 3 กิโลเมตร เป็นทางราดยางตลอด ในบริเวณหาดมีเครื่องดื่มและอาหารทะเลประเภทของกินเล่นหาบมาขาย เช่น ปลาหมึก หอยแมลงภู่ ห่อหมก ฯลฯ มีเก้าอี้ผ้าใบ ลูกยางว่ายน้ำให้เช่า มีห้องอาบน้ำจืดไว้บริการร้านอาหารหลายแห่งเรียงรายอยู่ริมหาด หาดบางแสนเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย ที่ต้องการพาครอบครัวไปพักผ่อนเพียงวันเดียว หรือไปปิกนิกและเล่นน้ำทะเล

วัดแสนสุขสุทธิวราราม
อยู่ถนนสาย 2 เยื้องสถาบันฝึกอบรมวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว (สรท.) ภายในวัดมีรูปปั้นแสดงถึงนรก-สวรรค์

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา
ซึ่งได้รับการพัฒนามาจากพิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม โดยความช่วยเหลือด้านการเงินจากรัฐบาลญี่ปุ่น มีเนื้อที่ 30 ไร่ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งนี้ มีจุดประสงค์ที่จะจัดตั้งเป็นศูนย์กลางของวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ภายในจัดแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม และห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล สนใจสามารถเข้าชมได้ในวันและเวลาดังนี้

วันธรรมดา 08.30 – 16.00 น.
วันหยุดราชการ 08.30 – 17.00 น.(มีการสาธิตดำน้ำให้อาหารปลาเวลา 10.30 น.)
วันจันทร์ หยุด 1 วัน

การเข้าชมเป็นหมู่คณะ สถาบันการศึกษา หน่วยราชการ ชมรม สมาคมต่างๆ โปรดทำหนังสือติดต่อล่วงหน้า โดยส่งมาที่ ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยบูรพา ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 20131 สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่ โทร. (038) 391671-4

ตลาดหนองมน
อยู่ห่างจากทางแยกเข้าหาดบางแสนประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ เป็นตลาดขายของที่ระลึกของเมืองชลบุรี สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกของเมืองชลบุรี หาซื้อได้จากตลาดหนองมน ได้แก่ อาหารแห้ง เช่น กุ้ง ปลาหมึกแห้ง หอยหลอด ปลาริวกิว กะปิ น้ำปลา ฯลฯ ขนมและอาหารสำเร็จรูป เช่น ห่อหมก ข้าวหลาม กล้วยและเผือกฉาบ ผลไม้กวนและแช่อิ่มและเครื่องสาน ไม้ไผ่และหวายที่มาจากอำเภอพนัสนิคม ผีมือการสานประณีตละเอียด

อำเภอสัตหีบ

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร
เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งสามารถชมทัศนียภาพมุมกว้างของวัดได้ ไปจนถึงเมืองพัทยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เป็นพื้นที่วัด 366 ไร่ และเป็นพื้นที่โครงการตามพระราชดำริทั้งหมด 2,500 ไร่ แยกซ้ายที่ กม. 160 บนถนนสุขุมวิท ก่อนถึงสวนนงนุชเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อถวายสมเด็จพระญาณสังวรฯ สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2519 และต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภก บริเวณวัดประกอบไปด้วยมณฑปที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง พระเจดีย์ใหญ่ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระธาตุของพระอรหันต์สาวก วิหารพระญาณเรศร์และศาลานานาชาติของประเทศต่างๆ ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่โดยรอบ เช่น สิงคโปร์ อินเดีย สวิส เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีวิหารเซียน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนที่มีความใหญ่โตและสวยงาม

อเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน)
หรือในนามภาษาจีนว่า ต้า ผู่ อี่ ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2531 โดยอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ก่อสร้างขึ้นในบริเวณโครงการพระราชดำริวัด ญาณสังวราราม บนพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ ในการดำเนินงานได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานฤกษ์ในการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2531 กับทรงพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามอาคารนี้ว่า “อเนกกุศลศาลา” รวมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างประมาณ 200 กว่าล้านบาท ซึ่งได้รับจากการร่วมใจของคณะผู้มีจิตศรัทธาและบรรดาญาติมิตร ทั้งนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะได้ อเนกกุศลศาลา เป็นถาวรวัตถุที่ชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ร่วมใจน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ การก่อสร้างใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 4 ปีครึ่ง จึงแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอเนกกุศลศาลา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2536

การเดินทางไปวิหารเซียน จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ถึงกิโลเมตรที่ 160 มีป้ายแยกซ้ายไปวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงวัดญาณฯ จะมีป้ายบอกทางแยกขวาไปวิหารเซียน ซึ่งจะเห็นอาคารสถาปัตยกรรมจีนโดดเด่นสวยงามมาก

สวนนงนุช
เป็นหมู่บ้านไทยในเนื้อที่ 1,300 ไร่ อยู่ห่างจากปากทางเข้าพัทยาใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร แยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 163 เข้ามาประมาณ 3.5 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ภายในสวนนอกจากจะประดับด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด แล้วยังมีสวนมะม่วง สวนมะพร้าว ฟาร์มกล้วยไม้ และสวนพฤกษชาติอื่นๆ อีก กิจกรรมหลายอย่างของสวนคือ มีบริการเรือชนิดต่างๆ ให้เช่าพายเล่นในสระ มีสัตว์หลายชนิดให้ชม ศูนย์รวมวัฒนธรรมแบบไทย มีการแสดงสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วยการฟ้อนรำพื้นเมืองศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว (กระบี่, กระบอง, ฟันดาบ) กีฬาพื้นบ้านและการแสดงของช้าง ทุกวัน วันละ 2 รอบ คือ เวลา 10.15 น. และ 15.45 น. ใช้เวลาแสดงประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานในเขตเมืองพัทยา โทร. (038) 429321, 422958, 238158-60 หรือ กรุงเทพฯ โทร. (02) 252-1786, 252-9975

บางเสร่
เป็นหมู่บ้านประมงอยู่ห่างจากพัทยาประมาณ 16 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 164 เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ทางด้านใต้ของบางเสร่จะเป็นอ่าวน้ำลึกซึ่งเหมาะแก่การตกปลา ปลาที่ชุกชุมมาก คือ ปลาปะการัง หรือ ปลาเก๋า ส่วนทางเหนือขึ้นมาหน่อยจะมีหาดทรายสวยงามพอสมควร เล่นน้ำได้ มีเรือให้เช่าไปตกปลา ที่บางเสร่มีร้านอาหารอร่อยๆ อยู่หลายร้าน นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก

หมู่บ้านช่องแสมสาร
เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ตามเส้นทางสัตหีบท่าเรือพาณิชย์สัตหีบแยกซ้ายมือก่อนถึงท่าเรือเล็กน้อย มีชายหาดเล็กๆ น้ำทะเลใสสะอาด ที่พักหลายแห่ง ช่องแสม สารเป็นแหล่งดำน้ำ ตกปลาที่ดีแห่งหนึ่งมีเกาะหลายเกาะ เช่น เกาะแรด เกาะจวง เกาะจาน ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในเวลากลางวันแต่ไม่อนุญาตให้พักค้างคืน

อำเภอพนัสนิคม

หอพระพนัสบดี
ตั้งอยู่กลางสระน้ำเทศบาล ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลเมืองพนัสนิคม ภายในเป็นองค์พระพนัสบดีจำลอง ซึ่งสร้างเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2517 ส่วนองค์จริงกรมศิลปากรอายัดไว้เมื่อ พ.ศ. 2474 พระพนัสบดีเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่มีอายุประมาณ 1,200-1,300 ปี แกะสลักจากหินดำเนื้อละเอียด มาจากอินเดีย ประทับยืนบนหลังสัตว์ประหลาดที่สร้างขึ้นจากจินตนาการ รูปร่างคล้ายนก ดวงตากลม โปนโต แก้มเป็นกระพุ้ง จะงอยปากใหญ่งุ้มแข็งแรง ปลายจะงอยปากจากบนลงล่างมีรูทะลุคล้ายกับจะแขวนกระดิ่งได้ มีเขาทั้งคู่บิดเป็นเกลียวงอเข้าหากันคล้ายเขาโค ตั้งอยู่เหนือตา ที่โคนเขามีหูสองหูอย่างหูโค มีปีกสองข้างใหญ่สั้นที่กำลังกางออก ขาทั้งสองข้างพับแนบทรวงอกยกเชิดขึ้นอย่างขาของครุฑที่กำลังเหินลม

พระพุทธมิ่งเมือง
เป็นพระรูปปางมารวิชัย แกะสลักด้วยไม้ประดู่ ลักษณะเป็นศิลปะของชาวลาว สร้างในราว พ.ศ. 2371 เป็นการสร้างขึ้นของชาวลาวอพยพที่เข้ามาอาศัยอยู่ในแถบนี้ เดิมประดิษฐานอยู่ในวัดร้าง “วัดผ้าขาวใหญ่” ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นก่อนเป็นวัดแรกในเขตตำบล พนัสนิคม ต่อมาเทศบาลเมืองพนัสนิคม ได้ปรับปรุงสถานที่และบริเวณวัดร้างนั้น พร้อมทั้งดำเนินการก่อสร้างวิหารเป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธาน ณ ที่ตั้งอุโบสถเดิม ปัจจุบันอยู่ใกล้กับศาลาประชาคม เทศบาลเมืองพนัสนิคม

หลวงพ่อติ้ววัดหัวถนน
ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร ตามเส้นทางพนัสนิคม สระสี่เหลี่ยมสู่ตำบลหัวถนน เป็นที่ตั้งของวัดหัวถนน พอถึงช่วงสงกรานต์ วันที่ 19 เมษายน ของทุกปี จะมีการแห่องค์หลวงพ่อติ้ว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปบูชาปางมารวิชัย แกะจากไม้แต้ว (ชาวลาวเรียกไม้ติ้ว)ไปรอบหมู่บ้าน โดยเชื่อว่าจะช่วยดลบันดาลให้ประสบกับสิ่งที่หวังนานาประการ

สระสี่เหลี่ยม
ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 ตำบลสระสี่เหลี่ยม เดินทางจากพนัสนิคมไปตามเส้นทางสายพนัสนิคมสระสี่เหลี่ยม ผ่านวัดหัวถนนไปสู่บริเวณสระน้ำโบราณสระสี่เหลี่ยม ซึ่งขุดลงไปในศิลาแลง ตามตำนานกล่าวว่า เป็นสระที่พระรถในเรื่องพระรถเมรีใช้เป็นที่ให้น้ำไก่ เมื่อคราวที่นำไก่ออกตีเพื่อเลี้ยงนางสิบสอง และได้เดินทางมาตีไก่ถึงบริเวณนี้

วัดโบสถ์
ตั้งอยู่ที่ริมถนนสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา ตำบลวัดโบสถ์ โดยเดินทางจาก สี่แยกพนัสนิคมไปตามถนนสุขประยูร ประมาณ 6 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าวัดอยู่ซ้ายมือ วัดโบสถ์เป็นวัดเก่าแก่ ภายในมีสระน้ำโบราณ ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว

วัดหลวงพรหมวาส
ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดหลวง ริมถนนสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา ด้านขวาทางเส้นทางเดียวกับวัดโบสถ์ วัดนี้เคยเป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ปัจจุบันเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของอำเภอพนัสนิคม ภายในวัดมีบริเวณกว้างขวาง และร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีค้างคาวแม่ไก่จำนวนมากหลายหมื่นตัวเกาะอยู่ตามต้นไม้

วัดใต้ต้นลาน
ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลไร่หลักทอง จากวัดหลวงพรหมวาสเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับภูมิต่างๆ สันนิษฐานว่า เป็นภาพฝีมือช่างเขียนยุครัตนโกสินทร์ที่มีฝีมือเยี่ยมมาก รวมทั้งหอพระไตรปิฎกอันเก่าแก่

เมืองพระรถ
ตั้งอยู่ตำบลหน้าพระธาตุ ห่างจากตัวอำเภอพนัสนิคม ตามเส้นทางสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทราประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเมืองโบราณมาแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมัยสุโขทัย

วัดชุมแสงศรีวนาราม
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหมอนนาง อยู่ห่างจากตลาดพนัสนิคมผ่านตลาดทุ่งเหียง ไปตามเส้นทางหลวง หมายเลข 3284 ประมาณ 13 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามทางลูกรังไปอีก 2 กิโลเมตร เดิมวัดนี้มีชื่อว่า “วัดใหม่ยางงาม” จุดเด่นของวัดนี้คือศาลาการเปรียญที่ใช้เป็นที่ประชุมสงฆ์ และพิธีทางศาสนา ที่ก่อสร้างโดยใช้ดินเผามาประยุกต์เป็นรูปทรงทันสมัย ชื่อ “อาคารมาบุญครอง” และโบสถ์ที่มีภาพเขียนปริศนาธรรมที่น่าสนใจมาก

ตลาดเครื่องจักสาน
ตั้งอยู่บริเวณถนนเกาะแก้ว หลังตลาดสดเทศบาลเมืองพนัสนิคม (ตลาดเก่า) ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเครื่องใช้จำเป็นในครัวเรือน ซึ่งได้พัฒนารูปแบบให้เหมาะสม สำหรับเป็นเครื่องประดับบ้านได้ด้วย ปัจจุบันมีการตั้งศูนย์ส่งเสริมฝีมือการจักสานด้วยไม้ไผ่ ตามโครงการพระราชดำริขึ้นที่บ้านคุณปราณี บริบูรณ์ ข้างโรงเจ ถนนอินทอาษา มีการเปิดอบรมและฝึกให้มีความชำนาญตามหลักการที่ถูกต้อง และมีเครื่องมือสมัยใหม่เข้ามา ช่วยทำให้ได้รูปแบบใหม่ๆและสวยงามควบคู่กันไป ที่สำคัญมีการส่งไปจำหน่ายที่ศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดา เป็นประจำ

แหล่งผลิตผลไม้ดินปั้น
สถานที่ตั้งบ้านหนองกะพง หมู่ที่ 1 และบ้านหนองพรหม หมู่ที่ 12 ตำบลนาเริก ตามเส้นทางสายพนัสนิคม-เกาะโพธิ์ (ทางหลวงหมายเลข 3246) ประมาณ 10 กิโลเมตร ผลไม้ดินปั้นคือ การปั้นดินเหนียวให้ได้รูปร่างของผลไม้ต่างๆ ขนาดย่อส่วนนำไปตากแดดจนแห้งแล้วนำไปทาสีให้เหมือนของจริง จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งสนิท เหมาะสำหรับเป็นของขวัญหรือของประดับบ้าน

อำเภอศรีราชา

ศรีราชา
เป็นอำเภอชายทะเล อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 24 กิโลเมตร แยกขวาจากถนนสุขุมวิท กิโลเมตรที่ 118 เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ศรีราชาเคยเป็นสถานตากอากาศ ที่มีชื่อเสียงมาแต่เก่าก่อน เป็นที่ชุมชนหนาแน่นพอสมควร นักท่องเที่ยวมักแวะมาหาซื้อของทะเล และผลไม้ที่ขึ้นชื่อของศรีราชาคือ สับปะรด

เกาะลอยศรีราชา
ตั้งอยู่ที่ถนนเทศบาล ตำบลศรีราชา ทางทิศเหนือของตลาดศรีราชา เกาะลอยเป็นเกาะเล็กๆ ใกล้ชายทะเลศรีราชา โดยมีสะพานเชื่อมกับชายฝั่ง บนเกาะมีสวนสาธารณะ และสวนเต่าทะเล บรรยากาศร่มรื่น ในเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ทิศใต้ของเกาะมีเนินเขาเล็กๆ มีวัดตั้งอยู่นับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้บรรยากาศธรรมชาติ และเป็นจุดชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ นอกจากนี้ยังเป็นท่าเรือสำหรับข้ามไปเกาะสีชังอีกแห่งหนึ่งด้วย

สวนเสือศรีราชา
ตั้งอยู่ที่ 341 หมู่ 3 ตำบลหนองขาม บนทางหลวงหมายเลข 36 กิโลเมตรที่ 9 เป็นสวนสัตว์ที่มีเสือพันธุ์เบงกอลมากกว่า 30 ตัว และมีสัตว์นานาชนิด เช่น ฟาร์มจระเข้ อูฐ ช้าง จิงโจ้ กวาง นกอีมู และสัตว์หายากอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและห้องพักไว้บริการด้วย ซึ่งเปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 338101-5

สนามกอล์ฟบางพระ
ตั้งอยู่ไกล้อ่างเก็บน้ำบางพระ ห่างจากชลบุรีประมาณ 20 กิโลเมตร แยกซ้ายจากถนนสุขุมวิท ตรงกิโลเมตรที่ 113 เข้าไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ทางเข้าสนามกอล์ฟบางพระอยู่ตรงข้ามอ่างเก็บน้ำบางพระ สนามกอล์ฟบางพระเป็นสนามกอล์ฟมาตรฐาน 18 หลุม มีทิวทัศน์สวยงาม มีร้านอาหาร มีที่พักชื่อโรงแรมบางพระ รีสอร์ท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัทบางพระกอล์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. (02) 285-0670-2, 285-0741-2 หรือ ที่บางพระ โทร. (038) 341149-50

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพระ มีเนื้อที่ ประมาณ 5,000 ไร่ การเดินทางสามารถไปได้ 2 ทาง คือ จากถนนสุขุมวิท แยกเข้าเส้นทางอ่างเก็บน้ำบางพระ ผ่านสนามกอล์ฟบางพระเข้าไปประมาณ 19 กิโลเมตร หรือจากทางหลวงหมายเลข 36 สายใหม่ (ชลบุรี-พัทยา-ระยอง) จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ สวนสัตว์แห่งนี้ดำเนินการโดยองค์การสวนสัตว์ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่สวนสัตว์เปิดแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสัตว์ต่างๆ มากกว่า 200 ชนิด จำนวนกว่า 5,000 ตัว ซึ่งสัตว์จะถูกปล่อยให้มีความเป็นอยู่อย่างธรรมชาติ ไม่ถูกกักขังไว้ในกรง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด เช่น ลิง ค่าง ช้าง กวาง ม้าลาย แพะ นกยูง สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์คันละ 20 บาท รถบัสคันละ 40 บาท นักเรียนในเครื่องแบบ 5 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 311561, 321525

น้ำตกชันตาเถร
อยู่ห่างจากถนนสุขุมวิท ประมาณ 15 กิโลเมตร ในเส้นทางที่เข้าไปยังสวนสัตว์เปิดเขาเขียว แยกซ้ายตรงทางเข้าวัดเขาไม้แดง มีป้ายบอกตรงทางแยกเข้าไปตามถนนราดยางอีก 7 กิโลเมตร ถนนในช่วงที่ใกล้จะถึงน้ำตกเป็นทางชัน น้ำตกแห่งนี้มีความสูงถึง 5 ชั้น วัดระยะทางได้ประมาณ 1 กิโลเมตร ทางเดินขึ้นลงอยู่ 2 ทาง คือ ทางเดินที่ลัดเลาะไปตามแนวน้ำตกหรือเดินตามโขดหินชั้นต่างๆ ของน้ำตก ในระยะหลังฤดูฝนเล็กน้อยน้ำตกจะสวยงามมาก ในฤดูแล้งแม้น้ำจะน้อยก็ยังมีสภาพที่ไปเที่ยวได้ น้ำตกแห่งนี้อยู่ในความดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ และสถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาเขียว ทางสถานีฯ มีกิจกรรมเข้าค่าย สำหรับเยาวชนที่มีความสนใจจะเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสัตว์ป่า ผู้สนใจโครงการค่ายเยาวชนเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ สามารถติดต่อได้โดยส่งจดหมายถึงหัวหน้าสถานี ตู้ ป.ณ. 10 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20210

อำเภอเกาะสีชัง

แต่ก่อนสีชัง เป็นกิ่งอำเภอ ในจังหวัดชลบุรี แต่ปัจจุบันฐานะของสีชัง มีศักดิ์ศรีเป็นถึงอำเภอ แต่ความเป็นอำเภอของเกาะสีชังนั้น ประกอบไปด้วย เกาะเล็ก เกาะน้อยข้างเคียงอีก 8 เกาะ มีเนื้อที่ประมาณ 18 ตารางกิโลเมตร

ร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ชุมชนเกาะสีชัง เป็นรูปเป็นร่างขึ้น กลายเป็นอำเภอเกาะสีชัง ซึ่งมี 7 หมู่บ้าน 6 หมู่บ้าน อยู่บนเกาะ ส่วนอีก 1 หมู่บ้าน อยู่บนเกาะขาม ใกล้ๆ กับเกาะสีชังนั่นเอง

การเดินทาง

ขึ้นรถที่สถานีขนส่งเอกมัย มีทั้งรถธรรมดา และปรับอากาศ ไปลงที่ศรีราชา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 – 2 ชม. เมื่อถึงศรีราชาแล้วไปลงเรือที่ท่าเรือ ศรีราชา มีเรือออกดังนี้

เกาะสีชัง – ศรีราชา 06.00, 08.00, 11.00, 14.00, 16.00, 18.00, 20.00
ศรีราชา – เกาะสีชัง 08.00, 10.00, 12.00, 14.00, 16.00, 18.00, เที่ยวสุดท้าย
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

จุดเด่นที่น่าสนใจ

พระจุฑาธุชราชฐาน (ท่าวัง)
พระราชวังจุฑาธุชราชฐานนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับเมื่อเสด็จแปรพระราชฐาน มายังชายฝั่งตะวันออก และเป็นที่ประทับรักษาพระองค์ หรือตากอากาศของพระบรมศานุวงศ์ เนื่องจากทรงพระราชดำริว่า เกาะสีชังมีภูมิสถาน และอากาศดี

การก่อสร้างนี้ ประกอบไปด้วยตึก 3 หลังคือ ตึกวัฒนา หลังสิบแปดเหลี่ยม ตึกผ่องศรี หลังยาวชื่อ ตึกอภิรมย์ แม้จะผ่านลมผ่านฝน ผ่านแดดมานับร้อยปีจนชำรุดทรุดโทรมลงไป แต่กรมศิลปากร ได้บูรณะปฏิสังขรณ์ ขึ้นใหม่ พระราชวังจุฑาราชฐานนี้ ประกอบด้วย พระที่นั่ง 4 องค์ ตำหนัก 14 หลัง ศาลา 1 หลัง

สิ่งก่อสร้างสำคัญแห่งหนึ่งที่ไม่ควร พลาดชมก็คือ วัดอัษฎางคนิมิตร ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการ สร้างพระราชฐาน ณ. เกาะสีชัง จัดเป็นพระอารามขนาดเล็ก อยู่เชิงยอดเขาพระจุลจอมเกล้าด้านใต้ ชายหาดที่นี่ยังสามารถเล่นน้ำได้ด้วย ชื่อ หาดทรายแก้ว

วัดจุฑาทิศธรรมสภาราม
วัดจุฑาทิศธรรมสภาราม จัดเป็นพระอารามหลวงที่พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2435 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก

ปัจจุบันแม้จะผ่านการปฏิสังขรณ์หลายครั้ง แต่ยังคงความงามไว้ได้ โดยเฉพาะ อุโบสถ หอระฆัง พระพุทธบาทจำลอง และพระประธาน ปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะ ที่งดงามมาก

เจ้าพ่อเขาใหญ่
นอกจากจะเป็นที่เคารพสักการะของคนสีชังแล้ว ยังเป็นที่สักการะที่ชาวต่างประเทศให้ความเคารพนับถือกันมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน มีคนมาบวงสรวง กราบไหว้กันอย่างเนืองแน่น เจ้าพ่อเขาใหญ่ยังเปี่ยม ด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรม และศิลปกรรม เช่นกระถางธูป เสาระเบียง และรูปบูชาต่างๆ

รอยพระพุทธบาท
เหนือศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ขึ้นไป บนเขาจะเป็นที่ตั้งของรอยพระพุทธบาทที่ อัญเชิญมาจากอินเดีย และเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ทั้งสองนี้อยู่สูงสุดของสิ่งก่อสร้างทั้งหมดบนเกาะสีชัง ที่สำคัญสำหรับคนรักธรรมชาติ บนยอดเขาแห่งนี้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่งดงามมาก จะมองเห็นตัวเกาะสีชังทั้งเกาะ รวมถึงเกาะขามใหญ่ และทะเลกว้างไกล และต้นไม้น้อยใหญ่ บนเขาแห่งนี้ยังมีเจ้า กระรอกขาววิ่งบนต้นไม้ ให้เห็นเป็นบุญตาอีกด้วย

พระเหลือง
พระเหลืองนี้ตั้งอยู่บนเนินเขากลางเกาะ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ที่นี่เป็นวัด และมีถ้ำจักรพงษ์ ซึ่งเป็นผลงานของธรรมชาติ นักท่องเที่ยวนิยมไปไหว้พระ นอกจากนั้นบนเนินเขานี้ ยังมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล แม้จะไม่สูงมากเหมือนจัดชมวิวอันเป็นที่ตั้งของรอยพระพุทธบาทก็ตาม

เดินลงจากวัดจะเห็นเก๋งจีนเก่าคร่ำครึ แต่ซ่อนไว้ด้วยความสวยงาม เป็น เก๋งจีน สมัยรัชกาลที่ 5 พระราชทานไว้สำหรับประกอบพิธีการต่างๆ

แยกซ้ายไปอีกนิดก็จะถึง ศิลาจารึก บนแผ่นหิน ที่ตั้งใกล้สนามฟุตบอลประจำเกาะ แผ่นหินขนาดใหญ่นี้จะ สลักเรื่องราวความเป็นมาของ เกาะสีชัง ใช้ภาษาแบบดั้งเดิม ต้องใช้เวลาสะกดบ้างตัวกันหน่อย ลองไปอ่านดูก็แล้วกันนะครับ

แหลมถ้ำพัง
ชายหาดที่นี่คลื่นแรงเป็นลูก นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นน้ำ แม้แต่ชาวเกาะเองก็ชอบไปเล่นน้ำ เล่นคลื่น ที่สำคัญแหลมนี้ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม และเป็นที่แค้มปิ้งได้ มีห้องน้ำ มีร้านค้าได้พออาศัย วิธีการก็คือใช้บริการสามล้อ ให้ไปส่ง และนัดให้ไปรับในวันถัดไป

ช่องเขาขาด
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามเช่นกัน แต่ไม่มีที่แค้มปิ้ง ลมจะแรง บริเวณนี้นิยมเป็นที่ตกปลา ในกรณีที่นักท่องเที่ยวไม่อยากนั่งเรือออกไปลอยลำ สามารถนั่งตกปลาที่นี่ได้ และอยู่ไม่ไกลจากที่พักย่านชุมชน สามารถเดินเท้าได้สบายๆ

เกาะขามใหญ่
เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านที่มีไม่กี่หลัง หากคุณอยากไปเที่ยวชมก็ใช้บริการเรือเหมาไปส่ง บนเกาะขามใหญ่พอมีที่เล่นน้ำ ตรงบริเวณหมู่บ้าน และมีที่ตกปลาตามโขดหินต่างๆ รอบเกาะขามใหญ่ไม่มี รีสอร์ท แต่หากจะไปแค้มปิ้งก็พอไหว

อำเภอบางละมุง และพัทยา

พัทยาเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ อยู่ทางด้านตะวันออกของอ่าวไทย ไปตามทางหลวงหมายสายสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ประมาณ 150 กิโลเมตร

การเดินทาง

การเดินทางไปพัทยาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 (บางนา-ตราด) ถึงบ้านนาเกลือ กิโลเมตรที่ 150 มีแยกขวาเข้าพัทยา ถ้าใช้บริการของรถ บขส. ติดต่อสอบถามรายละเอียดเวลาเดินรถ และค่าโดยสารได้ที่สถานีขนส่งเอกมัย โทร. 391-2504 (รถธรรมดา) และ โทร. 391-9829 (รถปรับอากาศ) หรือ โทร.391-8097, 3912504 หรือที่สถานีขนส่งหมอชิดใหม่ ถนนกำแพงเพชร 2 โทร. 936-2852-66 หรือจะใช้บริการของการรถไฟแห่งประเทศ เปิดบริการทุกวัน วันละ 1 เที่ยว รายละเอียดติดต่อสอบถาม โทร. 223-7010, 223-7020

จุดเด่นที่น่าสนใจ

พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยว ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำมากมาย แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปชมแนวปะการัง ได้แก่

เกาะล้าน
ตั้งอยู่ในแนวขนานกับหาดพัทยา อยู่ห่างจากอ่าวระยะทาง 7.5 กิโลเมตร ตัวเกาะกว้าง 2 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร เกาะล้านมีหาดทรายขาวนวลเม็ดทรายละเอียด มีแนวปะการังมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือหางยาวท้องกระจกหรือดำน้ำดูปะการังได้ ซึ่งมีหาดทรายที่เลื่องชื่อ ได้แก่ หาดตาแหวน อยู่ทางเหนือของเกาะ มีหาดทรายยาวประมาณ 750 เมตร เป็นหาดที่มีร้านค้าต่างๆ มากมาย เรือท่องเที่ยวมักมาจอดบริเวณนี้เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีหาดทรายขาวและสวยงาม หาดแหลมเทียน และหาดแสม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะล้าน หาดทรายยาวประมาณ 700 เมตร และ 100 เมตร ตามลำดับจัดเป็นหาดที่สวยงามและน่าประทับใจอีกแห่งหนึ่งของเกาะ โดยเฉพาะบริเวณแหลมเทียน มีความเงียบสงบและสะอาด ปัจจุบันมีร้านค้าไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่บ้าง หาดตาพัน อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ หาดยาวประมาณ 500 เมตร บนหาดมีเพิงพักชั่วคราว สำหรับนักท่องเที่ยวเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุด เรือท่องเที่ยวมัก มาจอดบริเวณหน้าหาดตลอดไปจนถึงแหลมเทียน ซึ่งจะมีปะการังอยู่โดยตลอด หาดนวล อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ ชายหาดยาวประมาณ 450 เมตร เป็นหาดที่มีโรงแรมตั้งอยู่ มีนักท่องเที่ยวมาพักมากพอสมควรบริเวณนี้เป็นแหล่งดูปะการังอีกแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวนิยมดูปะการัง จัดเป็นหาดที่น่าสนใจอีกหาดหนึ่ง นอกจากนี้แล้วยังมี หาดแหลมหัวโขนด้านหน้า-หลัง แหลมทองหลาง แหลมถ้ำแร่ ฯลฯ ที่เป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สำหรับกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นกันที่เกาะล้าน ได้แก่ เล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นเรือลากร่มชูชีพ เรือสกี เรือสกู๊ดเตอร์ เป็นต้น

เกาะครก
เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ในอ่าวพัทยา ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กม. เกาะโดยรอบเป็นโขดหินมีหาดทรายอยู่เพียงหาดเดียวซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของ เกาะ คือ หาดเกาะครก ซึ่งมีความยาวเพียง 100 เมตรเศษ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำดูปะการังได้

เกาะสาก
อยู่ห่างจากเกาะล้านประมาณ 600 เมตร หรืออยู่ทางทิศตะวันตกของแหลมพัทยา ห่างออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นเกาะขนาดเล็กโค้ง เป็นรูปเกือกม้าหงาย มีหาดทรายอยู่ 2 หาด คือ หาดทรายบริเวณอ่าวด้านเหนือ ซึ่งมีความยาวประมาณ 250 เมตร เรือนำเที่ยวมักจะจอดให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำบริเวณนี้ อีกหาดหนึ่งคือ หาดทางตอนใต้ของเกาะซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับหาดแรก และมีทางเดินติดต่อกันได้ หาดนี้เป็นหาดเล็กๆ ยาวประมาณ 80 เมตร มีแนวปะการังอยู่บริเวณด้านหน้าหาด นักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำดูปะการังในบริเวณนี้ได้

หมู่เกาะไผ่
ประกอบด้วย เกาะไผ่ เกาะมารวิชัย เกาะเหลือม เกาะกลึงบาดาล ฯลฯ โดยมีเกาะไผ่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ปัจจุบันอยู่ในความดูและของกองทัพเรือ กลุ่มเกาะไผ่อยู่หางจากฝั่งพัทยาประมาณ 23 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง บนยอดเขาของเกาะไผ่มีกระโจมไฟตั้งอยู่นักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อน เล่นน้ำทะเล ดำน้ำ ชมปะการังและตกปลากันมาก

นักท่องเที่ยวที่สนใจไปท่องเที่ยวยังเกาะแก่งต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สามารถติดต่อเช่าเรือซึ่งมีบริการ ทั้งเรือนำเที่ยวขนาดจุคนได้ ตั้งแต่ 20-80 คน หรือเรือเร็ว ขนาดจุคนได้ 10-15 คน ได้บริเวณถนนชายหาดหรือที่ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ ส่วนอัตราค่าเช่าเรือ ขึ้นอยู่กับจุดท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเดินทางไปท่องเที่ยว ตลอดจนขนาดและชนิดของเรือ และเกาะเหล่านี้สามารถเดินทางไปเที่ยวชมได้ พักค้างแรมไม่ได้ต้องเตรียมอาหารและน้ำไปเอง

หาดพัทยา
เป็นหาดรูปโค้ง อยู่ในตัวเมือง พัทยา มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ เป็นหาดที่มีถนนเลียบชายหาดที่ร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ชายหาดทางด้านเหนือเป็นบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นน้ำนั่งพักผ่อน หรือเล่นกีฬาทางน้ำต่างๆ ส่วนชายหาดช่วงกลางไปจนถึงสุดหาดทางด้านใต้ เป็นบริเวณที่มีธุรกิจการบริการหนาแน่น ทั้งแหล่งอาหารเครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึก ตลอดจนแหล่งบันเทิงมากมาย

เขาพัทยา (เขาพระบาท)
เป็นภูเขาเตี้ยๆ ที่มีทางลาดยางขึ้นไปจนถึงยอดเขาได้ เมื่อขึ้นไปจนถึงยอดเขา จะแลเห็นทัศนียภาพของบริเวณเมืองพัทยา และอ่าวพัทยาได้โดยรอบ ปัจจุบันเขาพัทยาได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ตั้งของสถานีวิทยุ ส.ทร. 5 ของทหารเรือ บนยอดเขามีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่

หาดนาจอมเทียน
เป็นหาดที่อยู่ทางทิศใต้ อยู่หางจากตัวเมืองพัทยาประมาณ 4 กิโลเมตร ชายหาดมีความยาว 6 กิโลเมตร มีถนนที่ร่มรื่นเลียบชายหาดโดยตลอด หาดนาจอมเทียนเป็นหาดที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศนิยมเดินทางไปพักผ่อน เล่นน้ำ เล่นกระดานโต้คลื่น ขับเรือสกู๊ตเตอร์และเล่นกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ บริเวณชายหาดมีร้านอาหารร้านค้า ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว

หาดวงพระจันทร์
อยู่ทางด้านทิศเหนือของอ่าวพัทยา ทางเข้าเดียวกับโรงแรมเซ็นทรัล วงศ์อมาตย์ ชายหาดมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตรเศษเป็นหาดที่เงียบสงบ เหมาะที่จะเล่นน้ำและพักผ่อน

สวนเฉลิมพระเกียรติ
ตั้งอยู่ ณ บริเวณเชิงเขาพัทยา ถนนพระตำหนักเป็นสวนสาธารณะขนาดเล็ก ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลสมัยเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2531 มีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ บริเวณสวนประดับไปด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ มีลานอเนกประสงค์ และเส้นทางลัดเลาะตามไหล่เขาสำหรับเดินหรือวิ่ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในการออกกำลังกายที่ได้มาตรฐาน ทุกๆ วันมีผู้คนไปพักผ่อน ตลอดจนวิ่งออกกำลังกายและชมวิวทิวทัศน์ของเมืองพัทยา ณ บริเวณนี้กันเป็นจำนวนมาก

วัดสว่างฟ้าพฤฒาราม
ตั้งอยู่ที่ถนนสว่างฟ้า ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง เป็นวัดที่เก่าแก่ คาดว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าเป็นจุดที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงหยุดทัพสมัยตีฝ่าวงล้อมพม่า เมื่อตอนที่กรุงศรีอยุธยาจะเสียกรุงครั้งที่ 2 ภายในวัดมีอาคารสร้างด้วยไม้คู่เก่าแก่มาก

เมืองจำลอง
แยกซ้ายบนถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 143 เป็นสถานที่รวบรวมสิ่งจำลองของปูชนียสถาน โบราณสถานที่สำคัญทั้งในประเทศ(มินิสยาม) เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานพระราม 9 ปราสาทหินพิมาย ฯลฯ และทวีปยุโรป(มินิยุโรป) เช่น สะพานทาวเวอร์บริด, หอไอเฟล, หอเอนปิซา ฯลฯ ในอัตราส่วน 1 ต่อ 25 เปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 271-1896, 616-1533 หรือที่พัทยา โทร. (038) 421628, 424232, 726201-2

อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา
ตั้งอยู่เลขที่ 22/1 หมู่ 1 ตำบลหนองปลาไหล จากถนนสุขุมวิทเลี้ยวซ้ายตรงหลักกิโลเมตรที่ 140 ใกล้สะพานลอยหน้าวัดสว่างฟ้า เข้าไปตามถนนชัยพรวิถี (ทางหลวงหมายเลข 3024) เส้นทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำมาบประชัน เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในเนื้อที่เกือบ 100 ไร่ ภายในบริเวณประกอบด้วยสวนหินและสวนไม้หายาก จัดแต่งบริเวณอย่างสวยงามร่มรื่นที่น่าสนใจ คือ ต้นไม้ที่กลายเป็นหินมีอายุนับล้านปี และไม้ดัดไทยที่มีอายุ 200 ปี นอกจากนี้ ยังมีบ่อเลี้ยงจระเข้ และสัตว์หายาก เช่น หมีเผือก ม้าเผือก เป็นต้น มีการแสดงจับจระเข้ การแสดงมายากล และสัตว์แสนรู้ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 249347-9 หรือสำนักงานที่กรุงเทพฯ โทร. 579-4008, 579-5033

พิพิธภัณฑ์ขวด
79/15 หมู่ 10 ถนนสุขุมวิท ซอยเสรี เมืองพัทยา เป็นสถานที่แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นคุณค่าทางจิตใจ ความรู้สึก และทัศนะมุมมองของชาวต่างประเทศ ที่ชื่อ มิสเตอร์ปิเตอร์ เบย์เดอเลย์ ชาวฮอลแลนด์ ซึ่งมีต่อวัฒนธรรมของประเทศไทยอย่างละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง โดยเขาได้แสดงความสวยงามอันเยี่ยมยอดด้วยสิ่งประดิษฐ์ในขวดแก้ว ที่เด็มไปด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรมเก่าแก่ และความเรียบง่ายของวัฒนธรรมบางประเทศ อีกทั้งได้รวบรวมยานพาหนะทางน้ำคือ “เรือ” ที่มีมากมาย หลายรูปแบบทั้งที่เรียบง่ายและวิจิตรบรรจง ซึ่งสุภาพบุรุษผู้นี้ได้พากเพียรพยายามใช้เวลาวันละ 14 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่องกันจนถึง 5 ปี จนกระทั่งประสบผลสำเร็จ ซึ่งเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 422957

สวนน้ำพัทยาปาร์ค
ตั้งอยู่ที่ถนนจอมเทียน มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ ภายในมีสระน้ำวนและบันไดลื่นขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาพักผ่อนและเล่นน้ำ นอกจากนั้น ยังมีโรงแรมและบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว สนใจติดต่อได้ที่ โทร. (038) 251201-8 สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. (02) 511-0717, 511-4778 และ 938-0449

สวนกล้วยไม้ศิริพร
ตั้งอยู่เลขที่ 235/14 หมู่ 5 ถนนเนินพลับหวาน ตำบลหนองปรือ จากถนนสุขุมวิท เลี้ยวซ้ายเยื้องกับทางแยกไฟแดงพัทยากลาง เข้าไปประมาณ 800 เมตร ด้านขวามือ ภายในสวนมีกล้วยไม้นานาชนิดให้ชมและเลือกซื้อทั้งดอกและพันธ์ไม้ เช่น พันธุ์แคทลียา แวนด้า เดโดรเบียม เอสโคแซนด้า บอมปาดัว เป็นต้น เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ โทร. (038) 429013, 421536, 425814

สนามแข่งรถพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต
เป็นสนามแข่งรถจักรยานยนต์ระดับนานา ชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 326 ไร่ ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 36 (พัทยา-ระยอง) ห่างจากตัวเมืองพัทยาประมาณ 15 กิโลเมตร มีการแข่งขันเป็นประจำในวันเสาร์และอาทิตย์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (01) 3231616 หรือที่กรุงเทพฯ โทร. (02) 971-6450, 522-1731-8, 2803547

พิพิธภัณฑ์ริบลีส์ (เชื่อหรือไม่)
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมนำเรื่องราวที่แปลกประหลาดและมหัศจรรย์จากทั่วโลกมา จัดแสดงไว้ ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้ารอยัลการ์เด้น พลาซ่า ถนนเลียบชายหาด พัทยาใต้ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 10.00-23.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ (038) 710294-6 หรือ กรุงเทพฯ โทร. (02) 3815151

การแสดงโชว์ คาบาเร่ต์
ในเขตเมืองพัทยา มีสถานที่เปิดแสดงอยู่ 2 แห่ง คือ

- อัลคาซาร์ ตั้งอยู่ที่ 78/14 ถนนพัทยา 2 เปิดให้เข้าชมทุกวันๆ ละ 3 รอบ คือ เวลา 18.00, 20.00, 21.30 น. และวันเสาร์เพิ่มรอบ 23.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 410225-7

- ทิฟฟานี โชว์ ตั้งอยู่ที่ 464 หมู่ 9 ถนนพัทยา 2 เปิดให้เข้าชมการแสดงทุกวันๆ ละ 3 รอบ เวลา 19.00, 20.30, 22.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (038) 429642, 421700-5

 


แพพี่ต้น : ชมธรรมชาติทะเลน้ำจืด เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และตกปลา จ.กาญจนบุรี สนใจติดต่อ โทร. 01-8569063
แพพี่ต้น

ชมธรรมชาติ ท่ามกลางสายน้ำ และขุนเขา เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตกปลา สนใจติดต่อได้ที่โทร : 08-1856-9063
ล่องไพรทัวร์
ภูไพร เลค รีสอร์ท - อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
พื้นที่โฆษณา
 
เว็บไซท์น่าสนใจ
เกาะทะลุ
รับทำ seo
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ฮ่องกง
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ญี่ปุ่น
ที่พักหัวหินราคาถูก
ที่พักชะอำ
ที่พักพัทยา
ที่พักปาย
ที่พักเขาใหญ่
ดำน้ำเกาะเต่า
ภูไพร เลค รีสอร์ท
ลงประกาศฟรี
กล่องพัสดุ
โปรเน็ตทรู
แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว 77 จังหวัด
เที่ยวภาคตะวันออก : ชลบุรี : ระยอง : จันทบุรี : ตราด
เพื่อนบ้าน
จองที่พัก : ที่พักราคาถูก : thailand hotels : เสื้อผ้าเด็ก : ชุดนอนเด็ก : ชุดว่ายน้ำ : ชุดคลุมท้อง : Pantip Review : Saraburi Booking : Saraburi Travel : สระบุรี
ติดต่อลงโฆษณาได้ที่ : webmaster@relaxzy.com ทะเบียนพาณิชย์เลขที่ : 0737314703679