ท่องเที่ยว | สถานที่ท่องเที่ยว | จองโรงแรม | ติดต่อลงโฆษณา
 
ท่องเที่ยว
พื้นที่โฆษณา
 
ทัวร์
จองโรงแรม รีสอร์ท ที่พักราคาถูก
voucher
จังหวัดชัยนาท
จังหวัดชัยนาท
ที่พักชัยนาท
เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้อง
   
แหล่งท่องเที่ยว
สวนนกชัยนาท
เขื่อนเจ้าพระยา
 
เมนูท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยว
จองโรงแรม
ที่พักต่างประเทศ
บอร์ดท่องเที่ยว
แนะนำที่พัก
แนะนำทัวร์
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
ร้านอาหาร
รถเช่า
ตั๋วเครื่องบิน
ข่าวสารท่องเที่ยว
รวมเว็บไซท์
 
ที่พักภาคเหนือ
ที่พักกำแพงเพชร
ที่พักเชียงราย
ที่พักเชียงใหม่
ที่พักตาก
ที่พักนครสวรรค์
ที่พักน่าน
ที่พักพะเยา
ที่พักพิจิตร
ที่พักพิษณุโลก
ที่พักเพชรบูรณ์
ที่พักเขาค้อ
ที่พักแพร่
ที่พักแม่ฮ่องสอน
ที่พักปาย
ที่พักลำปาง
ที่พักลำพูน
ที่พักสุโขทัย
ที่พักอุตรดิตถ์
ที่พักอุทัยธานี
 
ที่พักภาคอีสาน
ที่พักกาฬสินธุ์
ที่พักขอนแก่น
ที่พักชัยภูมิ
ที่พักนครพนม
ที่พักนครราชสีมา
ที่พักเขาใหญ่
ที่พักปากช่อง
ที่พักบึงกาฬ
ที่พักบุรีรัมย์
ที่พักมหาสารคาม
ที่พักมุกดาหาร
ที่พักยโสธร
ที่พักร้อยเอ็ด
ที่พักเลย
ที่พักศรีสะเกษ
ที่พักสกลนคร
ที่พักสุรินทร์
ที่พักหนองคาย
ที่พักหนองบัวลำภู
ที่พักอำนาจเจริญ
ที่พักอุดรธานี
ที่พักอุบลราชธานี
 
ที่พักภาคกลาง
ที่พักกรุงเทพ
ที่พักกาญจนบุรี
ที่พักฉะเชิงเทรา
ที่พักชัยนาท
ที่พักนครนายก
ที่พักนครปฐม
ที่พักนนทบุรี
ที่พักปทุมธานี
ที่พักประจวบคีรีขันธ์
ที่พักหัวหิน
ที่พักปราณบุรี
ที่พักปราจีนบุรี
ที่พักอยุธยา
ที่พักเพชรบุรี
ที่พักชะอำ
ที่พักราชบุรี
ที่พักสวนผึ้ง
ที่พักลพบุรี
ที่พักสมุทรปราการ
ที่พักสมุทรสาคร
ที่พักสมุทรสงคราม
ที่พักสระแก้ว
ที่พักสระบุรี
ที่พักสิงห์บุรี
ที่พักสุพรรณบุรี
ที่พักอ่างทอง
 
ที่พักภาคตะวันออก
ที่พักชลบุรี
ที่พักพัทยา
ที่พักจันทบุรี
ที่พักตราด
ที่พักระยอง
 
ที่พักภาคใต้
ที่พักกระบี่
ที่พักชุมพร
ที่พักตรัง
ที่พักนครศรีธรรมราช
ที่พักนราธิวาส
ที่พักปัตตานี
ที่พักพัทลุง
ที่พักพังงา
ที่พักภูเก็ต
ที่พักยะลา
ที่พักระนอง
ที่พักสงขลา
ที่พักสตูล
ที่พักสุราษฎร์ธานี
 
ที่พักบนเกาะต่างๆ
ที่พักเกาะช้าง
ที่พักเกาะหมาก
ที่พักเกาะกูด
ที่พักเกาะเสม็ด
ที่พักเกาะสีชัง
ที่พักเกาะล้าน
ที่พักเกาะสมุย
ที่พักเกาะเต่า
ที่พักเกาะพะงัน
ที่พักเกาะพีพี
ที่พักเกาะลันตา
ที่พักเกาะมุก
ที่พักเกาะหลีเป๊ะ
ที่พักเกาะไหง
 

:: ชัยนาท ::

ชัยนาท เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบน มีแม่น้ำหลายสายไหลพาดผ่าน ทำให้เมืองนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก อีกทั้งเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย จึงมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมากปัจจุบันชัยนาทมี ชื่อเสียงและมีสินค้าด้านหัตถกรรม การจักสาน การปั้น การทอ การทำเครื่องเบญจรงค์ ที่มีฝีมือประณีต รูปแบบทันสมัย ราคาย่อมเยา มีตลาดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยฝีมือของชาวบ้านกลุ่มต่าง ๆ อีกด้วย

ชัยนาท แปลตามศัพท์มีความหมายว่าชัยชนะที่มีเสียงบันลือ เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่ง สร้างในสมัยพญาเลอไทแห่งกรุงสุโขทัย ระหว่าง พ.ศ. 1860-1879 ตั้งขึ้นหลังเมืองพันธุมวดี (สุพรรณบุรี) โดยเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัย และมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านทางใต้ตัวเมืองเดิมอยู่บริเวณฝั่งขวาแม่น้ำเจ้า พระยาที่ปากคลองแพรกศรีราชา ใต้ปากลำน้ำเก่า จึงได้ชื่อว่าเมืองแพรก หรือเมืองสรรค์ เมื่อกรุงสุโขทัยเสื่อม อำนาจลง เมืองแพรกกลายเป็นเมืองหน้าด่านทางตอนเหนือของกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้เกิดชุมชนใหม่ไม่ไกลจากเมืองสรรค์ มีเจ้าสามพระยา (ซึ่งต่อมาคือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา) เป็นผู้ครองเมือง เมืองที่เกิดขึ้นใหม่นี้เป็นเมืองใหญ่ มีชื่อว่าชัยนาท ที่ได้ชื่อเช่นนี้ก็เพราะชัยนาทเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เคยใช้เป็นที่ตั้งทัพรับศึกพม่าหลายครั้ง และมีชัยทุกครั้งไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงย้ายตัวเมืองจากบริเวณแหลมยางมาตั้งตรงฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนเมืองสรรค์นั้นเสื่อมลงเรื่อยๆ เพราะผู้คนส่วนใหญ่อพยพไปอยู่ที่ชัยนาท จนในที่สุดก็กลายเป็นเพียงอำเภอหนึ่งของชัยนาทจังหวัดชัยนาทมีเนื้อที่ ประมาณ 1,543,591 ไร่ หรือประมาณ 2,469.74 ตารางกิโลเมตร หรือเท่ากับร้อยละ 15.5 ของพื้นที่ภาคกลางตอนบน พื้นที่โดยรวมของจังหวัดเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย ไหลผ่านพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกอำเภอ

อาณาเขตและการปกครอง :
ทิศเหนือ จดอุทัยธานี และนครสวรรค์
ทิศตะวันออก จดนครสวรรค์ และสิงห์บุรี
ทิศใต้ จดสิงห์บุรี และสุพรรณบุรี
ทิศตะวันตก จดอุทัยธานี

จังหวัดชัยนาท แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองชัยนาท อำเภอหันคา อำเภอมโนรมย์ อำเภอสรรคบุรี อำเภอสรรพยา อำเภอวัดสิงห์ อำเภอหนองมะโมง และอำเภอเนินขาม

การเดินทาง

ชัยนาทอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 195 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดชัยนาทได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง และรถไฟ

โดยรถยนต์

จากกรุงเทพฯ ไปตามถนน ระยะทางประมาณ194 กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณกิโลเมตรที่ 50 มีทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี ประมาณกิโลเมตรที่ 183 มีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ไปยังจังหวัดชัยนาทอีก 10 กิโลเมตร

โดยรถประจำทาง

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-ชัยนาท ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th ชัยนาททัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 3808 ชัยนาท โทร. 0 5641 2264 รถออกทุก1 ชั่วโมง ให้บริการเป็นรถปรับอากาศชั้น 1 และชั้น 2

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com

การเดินทางภายใน ชัยนาท

ในตัวเมืองชัยนาทมีรถโดยสารประจำทางไปยังอำเภอต่างๆ ได้อย่างสะดวก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการยานพาหนะได้หลายรูปแบบตามอัธยาศัย สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งชัยนาท โทร. 0 5641 1140

นอกจากนี้ยังมีรถสองแถวไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ต่างอำเภอ ซึ่งส่วนใหญ่คิวรถจะอยู่ในสถานีขนส่ง

ระยะทางจากอำเภอเมืองชัยนาทไปยังอำเภอต่างๆ คือ

อำเภอมโนรมย์ 14 กิโลเมตร
อำเภอสรรพยา 21 กิโลเมตร
อำเภอวัดสิงห์ 22 กิโลเมตร
อำเภอสรรคบุรี 27 กิโลเมตร
อำเภอหันคา 35 กิโลเมตร
อำเภอหนองมะโมง 42 กิโลเมตร
อำเภอเนินขาม 48 กิโลเมตร

สถานที่ท่องเที่ยวชัยนาท ที่น่าสนใจ

สวนนกชัยนาท
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชัยนาท เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2526 ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาพลอง หมู่ที่ 4 ตำบลเขาท่าพระ ริมถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ก่อนถึงตัวเมือง 4 กิโลเมตร สวนนกชัยนาท มีพื้นที่ 260 ไร่ มีกรงนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ครอบคลุมพื้นทื่ 26 ไร่ โดยปล่อยพันธุ์นกต่าง ๆ ให้อยู่อย่างธรรมชาติ นอกจากนั้นยังมีกรงนกขนาดกลางและขนาดเล็กอีก 63 กรง มีสวนหย่อม สวนงู สวนกระต่าย สวนสัตว์ป่า เช่น ละมั่ง เลียงผา กวางดาว เนื้อทราย มีศาลากลางน้ำ อาคารจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก และมีพิพิธภัณฑ์ปลาน้ำจืดเป็นปลาจากแม่น้ำเจ้าพระยา 63 ชนิด เช่น ปลาเสือตอ ปลาตองลาย ปลาเสือสุมาตรา ปลากดหิน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมี 3 โครงใหม่ได้ปรับปรุงขึ้นเพื่อให้การท่องเที่ยวภายในสวนนกคุ้มค่ายิ่งขึ้น ได้แก่
1. มีศูนย์ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวซึ่งใช้ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจะได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต เกษตรกรรม วัฒนธรรม หัตถกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด
2. ศูนย์ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง จัดจำหน่ายสินค้า OTOP และสินค้าตามฤดูกาลของชุมชน
3. น้ำตกจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันดินพังทลาย ตั้งอยู่เชิงเขาพลอง

สวนนกเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. สำหรับสวนนกชัยนาท เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00–18.00 น. อัตราค่าเช้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5641 1413

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 32 ถึงสี่แยกถนนสายเอเชีย ช่วงชัยนาท-ตาคลี เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณ 7 กิโลเมตร สวนนกชัยนาทจะอยู่ทางขวามือ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น ชั้นบน จัดแสดงพระพิมพ์สมัยต่างๆ ตั้งแต่สมัยทวาราวดีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ชั้นล่าง จัดแสดงพระพุทธรูปสังคโลก เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับ ตั้งแต่สมัยทวาราวดีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ศิลปโบราณวัตถุที่จัดแสดงส่วนใหญ่ได้รับมอบจากท่านเจ้าคุณพระชัยนาทมุนี (นวม) สุทตฺโต อดีตเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นผู้รวบรวมเก็บรักษาและได้มอบให้กรมศิลปากร ในภายหลังกรมศิลปากรจึงตั้งชื่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี เปิดให้ชมทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. เว้นวันจันทร์-วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชมชาวไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ 10 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5641 1467 การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับวัดพระบรมธาตุวรวิหาร

วัดเขาท่าพระ
อยู่ในอำเภอเมืองชัยนาท ตั้งอยู่เชิงเขาท่าพระ มีพระพุทธบาทจำลองอยู่บนยอดเขาแห่งนี้ ทางวัดจัดให้มีงานสมโภชปิดทองพระพุทธบาทในวันเพ็ญเดือนสาม ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชาทุกปี

วัดธรรมามูลวรวิหาร
เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองชัยนาทมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บนไหล่เขาธรรมามูล ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลธรรมามูล ห่างจากอำเภอเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 8 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1 กิโลเมตรที่ 288-289 เข้าทางโรงเรียนธรรมานุกูล ภายในวิหารของวัดมีหลวงพ่อธรรมจักร เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติประทับบนฐานรูปดอกบัว เป็นศิลปะประยุกต์สมัยเชียงแสนตอนปลายถึงสุโขทัยตอน ต้น ผสมกับสมัยอยุธยา มีรูปพระธรรมจักรปรากฎอยู่กลางฝ่าพระหัตถ์เบื้องขวา ซึ่งเข้าใจว่าเป็นความคิดของช่างสมัยนั้นที่ตั้งใจสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ ให้มีเครื่องหมายแห่งมหาปุริสลักษณะ (เป็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ตามคติอินเดีย เช่น ในฝ่าเท้ามีจักรลักษณะ มีลายตาข่ายในฝ่ามือฝ่าเท้า ข้อเท้าเหมือนสังข์ที่ตั้งขึ้น คางเหมือนคางราชสีห์ เป็นต้น) และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ ใบเสมา เป็นศิลาทรายสีแดงตั้งรายรอบพระอุโบสถ สลักลวดลายแบบสมัยอยุธยา ทุกปีจะมีงานนมัสการหลวงพ่อธรรมจักรเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง คือ วันขึ้น 4-8 ค่ำเดือน 6 และแรม 4-8 ค่ำ เดือน 11

วัดพระบรมธาตุวรวิหาร
ตั้งอยู่ที่บ้านท้ายเมือง ตำบลชัยนาท เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ภายในวัดนี้มีเจดีย์พระบรมธาตุรูปแบบสถาปัตยกรรมอู่ทองบรรจุพระบรม สารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดชัยนาท และจังหวัดใกล้เคียง มีงานเทศกาลสมโภชพระบรมธาตุในวันเพ็ญเดือน 6 เป็นประจำทุกปี

สิ่งสำคัญในวัดพระบรมธาตุคือ
• เจดีย์พระบรมธาตุ องค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์เจดีย์เป็นทรงกลมตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งต่อมุมขึ้นไปรองรับ ใต้องค์ระฆังมีซุ้มจระนำเล็กๆทั้ง 4 ด้าน ภายในประดิษฐาน พระปรางค์นาคปรกทั้ง 4 ทิศ หน้าบันของซุ้มจระนำมีสองชั้นซ้อนกัน มีปูนปั้นประดับเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบเหนือฐานบัวหงาย 4 กลับอยู่ตรงกลาง หน้าตักกว้าง 23 เซนติเมตร สูงจากฐานจรดพระเศียร 31 เซนติเมตร ทรงจีวรแบบห่มตอง หรือห่มเฉียง ผ้าสังฆาฏิพาดลงมาเกือบถึงฝ่าพระบาท ลักษณะของพระเศียรและพระพักต์มีเค้าของศิลปะลพบุหรือหรืออู่ทองรุ่นแรก ระหว่างซุ่มจระนำนี้มีผนังทำเป็นมุมเหลี่ยม ขึ้นไปรองรับองค์ระฆัง และเหนือมุมระหว่างหน้าบันของซุ้มจระนำยังทำเป็นเจดีย์ขนาดเล็ก มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปอีกหลายองค์เรียงรายอยู่โดยรอบ จากนั้นถึงองค์ระฆังทรงกลมรองรับ ปลีย่อส่วนบนสุดมีลักษณะเป็นโลกประดับ ทำนองเป็นฉัตรประดับอีกต่อหนึ่ง จัดเป็นสถาปัตยกรรมแบบอู่ทอง(อยุธยาตอนต้น)ที่นิยมใช้เจดีย์เล็กๆประดับ

• วิหาร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัด สันนิฐานว่าเดิมคงสร้างขึ้นพร้อมเจดีย์พระบรมธาตุ แต่มีร่องการการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในระยะหลัง ปัจจุบันพระวิหารดังกล่าวเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง 13 เมตร ยาว 24 เมตร

• พระอุโบสถ อยู่ทางด้านใต้ติดกับพระวิหาร เชื่อว่าสร้างกับพระวิหาร มีร่องรอยการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 24 เมตร มีพระประธานภายในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปแบบสรรคบุรี ลงรักปิดทองขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ลักษณะเป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธรูปแบบสรรคบุรีโดยเฉพาะ รอบนอกพระอุโบสถมีใยเสมาสลักด้วยหินทราย เป็นศิลปกรรมแบบอยุธยาปรากฏอยู่

• แผ่นศิลาจารึก สมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระซึ่งมีข้อความกล่าวงถึงการฉลองการบูรณปฏิสังขรณ์ พระบรมธาตุเจดีย์ ปัจจุบันแผ่นศิลาจารึกนี้ ประดิษฐานอยู่ที่ฝาผนังวิหารด้านหลังติดกับองค์พระธาตุ

การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 4 กิโลเมตร จากอำเภอเมืองใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 340 จนถึงสี่แยกตัดกับเส้นทางหลวงหมายเลข 3183 เลี้ยวซ้ายประมาณ 1 กิโลเมตร หรือรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ – วัดสิงห์

วัดปากคลองมะขามเฒ่า (วัดหลวงปู่ศุข)
ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน) แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา สาเหตุที่เรียกว่า “วัดปากคลองมะขามเฒ่า” เนื่องจากเดิมมีต้นมะขามเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัด วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่ารื่นรมย์ และมีชื่อเสียงด้านพระเครื่องด้วยหลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงปู่ศุขเป็นเกจิอาจารย์ที่ประชาชนทั่วไปต่างเลื่อมใสศรัทธาท่านในด้าน ความศักดิ์สิทธิ์ ด้วยตำนานที่ยังเล่าขานกันสืบมาในเรื่องของวิชาอาคมและเครื่องรางของขลัง ความนิยมในพระเครื่องหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่ายังมีอยู่สูงมากใน ปัจจุบัน แม้ว่าท่านจะมรณภาพไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 แต่ความเคารพศรัทธานั้นไม่เคยเสื่อมคลาย หลวงปู่ศุขยังได้สร้างพระเครื่องที่เรียกว่า “หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า” ซึ่งประชาชนนิยมนำไปสักการะบูชา

หลวงปู่ศุขได้พัฒนาวัดปากคลองมะขามเฒ่าจนมีความเจริญรุ่งเรือง ด้วยความเมตตาของท่านนั้นทำให้มีลูกศิษย์ลูกหาอย่างมากมาย และท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้จนสิ้นอายุขัยด้วยวัย 76 พรรษา

ปัจจุบันวัดปากคลองมะขามเฒ่ายังมีกุฏิของท่านเป็นแบบทรงไทยโบราณ ภาพถ่ายและข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งหุ่นขี้ผึ้งและรูปหล่อของหลวงปู่ศุข พร้อมด้วยรูปหล่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไว้ให้เป็นที่สักการะบูชาโดยทั่วกัน สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของวัดนี้ คือ ภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ในพระอุโบสถติดอยู่ตามผนังเป็นภาพพุทธประวัติ ที่ทรงวาดร่วมกับข้าราชบริพาร ทั้งหมดเขียนด้วยอักษรขอมผนังด้านใต้มีภาพเขียนบอกเวลาที่เขียนไว้คือปี พ.ศ. 2433 เพื่อถวายหลวงปู่ศุข เมื่อครั้งสร้างพระอุโบสถซึ่งทางวัดยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี

ความเชื่อและวิธีการบูชา ชาวจังหวัดชัยนาทและชาวไทยทั่วทุกสารทิศที่ศรัทธาในหลวงปู่ศุข เชื่อกันว่าบารมีของท่านจะช่วยดลบันดาลให้ผู้ที่มากราบไหว้ขอพรถึงวัดปาก คลองมะขามเฒ่า มีความสุขสมความปรารถนา มีสิริมงคลต่อชีวิตและแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง และยังเชื่อในการบูชาเครื่องรางของขลังของหลวงปู่ศุข ว่าให้คุณทั้งในด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม และแคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพัน เปิดให้สักการะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-11.00 น. และ 14.00-17.00 น.

การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 25 กิโลเมตร ไปทางอำเภอวัดสิงห์ตามทางหลวงหมายเลข 3183 กิโลเมตรที่ 36–37

วัดพระแก้ว
ตั้งอยู่ที่ หมู่ 10 บ้านบางน้ำพระ ตำบลแพรก ศรีราชา อยู่ห่างจากตัวอำเภอมาทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างสมัยเดียวกับวัดมหาธาตุ ตั้งแต่ปี พ. ศ. 1900 เดิมชื่อวัดป่าแก้ว เป็นที่ปฏิบัติธรรมของคณะสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีหรือวิปัสสนาธุระ ต่อมามีคนพบพระพุทธรูปองค์เล็กเท่าปลายนิ้วจากในเจดีย์ สร้างจากแก้วมีหลายสีส่องประกายสวยงามเมื่อต้องแสงไฟ จึงเรียกติดปากกันมาว่าวัดพระแก้ว กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478

สถาปัตยกรรมและประติมากรรมที่สำคัญภายในวัดได้แก่
• เจดีย์ ลักษณะเป็นเจดีย์แบบละโว้ทรงสูง ผสมกับเจดีย์ทวารวดีตอนปลาย สร้างแบบสอปูน เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม ตั้งอยู่บนฐานไพที ฐานเขียง และฐานเรือนธาตุแบบลดท้องไม้ มีพระพุทธรูปปั้นแบบนูนสูงประดับทั้งสี่ด้าน สันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 มีอายุประมาณ 600-700 ปี ดูตามลักษณะก่อสร้างจะเห็นว่าคนโบราณได้แฝงคติธรรมไว้กับการก่อสร้าง คือฐาน คือฐานสี่เหลี่ยมหมายถึงพระพุทธศาสนามีอริยสัจสี่เป็นฐาน โดย มีเป้าหมายสูงสุดคือพระนิพานซึ่งแทนด้วยยอดเจดีย์ มีฐานสูงแปดเหลี่ยมหมายถึงอริยมรรคมีองค์แปด ปล้องไฉน 12 ปล้องหมายถึงปฏิจจสมุทปบาท สิ่งที่อาศัยกันเกิดเหมือนลูกโซ่ ความสูง 37 เมตร คือโพธิปักขิยธรรม ธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ 37 ประการ อันประกอบด้วย สติ ปัฏฐาน 4 สัมมัปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 85 พละ 5 โพชฌงค์ 7 และอริยมรรคมีองค์ 8 พระสถูป เจดีย์แต่เดิมมีเจดีย์บริวารรายล้อมอยู่รอบข้างหลายสิบองค์

• หลวงพ่อฉาย เป็นพระพุทธรูปศิลาแลงสีแดง อยู่ในวิหารด้านหน้าพระเจดีย์สี่เหลี่ยม สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 800 ปี ด้านหลังหลวงพ่อฉายมี “ ทับหลัง “ ซึ้งแกะสลักติดกับองค์อยู่ชิดกำแพงวิหารมาก เป็นรูปช้างนอนหงายอยู่บนแท่น ส่วนบนสุดเป็นรูปพระอินทร์หรือพระศิวะกำลังหลั่งน้ำมนต์มีทางน้ำมนต์ไหลถึง ตัวช้างที่นอนหงายบนแท่น

• หลวงพ่อพลอย เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น หน้าตักกว้าง 2 เมตร เดิมอยู่วัดทัพย่าน ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี ซึ่งเป็นวัดร้างประชาชนชาวบางน้ำพระได้ร่วมใจกันอัญเชิญใส่เกวียนมา และใช้แพข้ามแม่น้ำน้อยมาประดิษฐานที่วัดพระแก้ว ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อลอย”

• วัดพระแก้ว ตั้งอยู่นอกเมืองทางด้านทิศใต้ห่างจากวัดมหาธาตุประมาณ 3 กม. อยู่ติดกับคลองชลประทาน ปัจจุบันวัดพระแก้วอยู่กลางทุ่งนามีพระเจดีย์เหลี่ยมเป็นหลักของวัด ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงสูงตั้งอยู่บนฐานเรือนธาตุแบบลอดท้องไม้ ซึ่งมีพระพุทธรูปปูนปั้นแบบนูนสูง ประดับอยู่ทั้งสี่ด้านมีเจดีย์ทิศต่อจากฐานเรือธาตุ ตอนบนทั้งสี่มุม ต่อจากฐานเรือนธาตุจะถึงฐานเจดีย์เป็นฐานสูงแปดเหลี่ยม มีซุ้มจรนำ 4 ทิศ ต่อจากฐานสูงเป็นบัวลูกแก้วและบัวกลางจนถึงองค์ระฆังลักษณะเด่นขององค์ เจดีย์คล้ายเจดีย์สมัยสุโขทัยเมื่อได้พิจารณาดูแล้วจึงเห็นว่าเจดีย์แบนี้น่าจะได้รับอิทธิพลร่วมระหว่างศิลปะสุโขทัยกับ ศรีวิชัยมาผสมผสานกันเป็นแน่ แม้ในสมัยอยุธยาจะมีเจดีย์ทรงสูง เช่น เจดีย์รายรอบพระวิหารก็มิได้มิลักษณะเช่นนี้ มีพระพุทธรูปประดับทั้ง 4 ด้าน บนฐานชั้นที่ 3 ในซุ้มตรงกลางเป็นพระพุทธรูปปั้นปางถวายเนตรประทับยืน ขนาบทั้งสองข้างด้วยพระพุทธรูปปูนปั้นปางประทานอภัย ลักษณะพระพุทธรูปน่าจะเป็นศิลปะอยุธยาตอนต้นมากกว่าเพราะมีเค้าโครงศิลปะสุโขทัยผสม ที่เห็นได้ชัดคือพระรัศมีเป็นเปลวเพลิงถัดแท่งสี่เหลี่ยมทรงสูงขึ้นไปเป็น แท่งแปดเหลี่ยม มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางถวายพระเนตรประทับยืนทั้งสี่ทิศ แต่ไม่มีพระขนาบข้างคงเป็นองค์เดียวที่เหนือขึ้นไปก็ย่อเหลี่ยมอีกชั้นหนึ่ง บางทีอาจจะมีซุ้มประทับนั่งอยู่ตอนบนด้วยก็ได้ แต่หักพังลงหมดแล้วในปัจจุบัน ความเก่าแก่ของโบราณสถานในจังหวัดชัยนาทที่หลงเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้ล้วน แล้วแต่เป็นสมบัติอันล้ำค่า และเป็นที่หวงแหนของชาวจังหวัดชัยนาททุก ๆ คนที่ต้องการที่จะอนุรักษ์และทำนุบำรุงรักษาไว้สืบต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน ในอนาคตต่อไป ดังนั้นการท่องเที่ยวโบราณสถานของเมืองชัยนาทควรเป็นการท่องเที่ยวเพื่อการ ศึกษาความรู้เสียมากกว่าการท่องเที่ยวเพื่อความสนุกสนานและควรท่องเที่ยว อย่างมีจิตสำนึก

• ติดต่อสอบถามได้ที่ : วัดพระแก้ว หมู่ 10 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท 17140 โทร. 0 5642 4435

• การเดินทาง มีรถประจำทางสาย 8 กรุงเทพ-สรรคบุรี-ชัยนาท ผ่าน

ฟาร์มจระเข้วัดสิงห์ หรือฟาร์มจระเข้วสันต์
ตั้งอยู่ที่ 121 หมู่ 3 ตำบลมะขามเฒ่า จากอำเภอเมืองชัยนาท มาตามถนนสายชัยนาท-วัดสิงห์ (ทางหลวงหมายเลข 3183) กิโลเมตรที่ 24 ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ ในฟาร์มจะมีสัตว์หลายชนิด เช่น จระเข้ เสือ กวาง ปลากระเบน นกชนิดต่าง ๆ ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5646 1104

วัดทรงเสวย
ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองแค หมู่ที่ 1 ต.หนองน้อย อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2451 (ร.ศ.127) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตรวจสอบลำน้ำเก่าโดยทางรถไฟถึงจังหวัดนครสวรรค์ แล้วเสด็จประทับเรือพระที่นั่งครุฑเหิรเห็จ เพื่อตรวจลำแม่น้ำมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน) ทรงประทับแรมที่วัดหัวหาด อ.มโนรมย์ ปัจจุบันเรียกวัดนี้ว่าวัดพิกุลงาม นับเป็นการเสด็จเมืองชัยนาทเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากนั้นวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2451 เสด็จ ฯ ตามลำน้ำมะขามเฒ่าผ่านตลาดวัดสิงห์ ลำน้ำมะขามเฒ่าสมัยนั้นเต็มไปด้วยผักตบชวาและตอไม้ ประชาชนจึงได้ช่วยกันตัดตอไม้ และเก็บผักตบชวา พระองค์ประทับแรมที่หนองแค ซึ่งสมัยนั้นขึ้นกับตำบลคลองจันทร์ ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลหนองน้อย อำเภอวัดสิงห์

ในครั้งนั้น พระอธิการคล้อยเป็นเจ้าอาวาสได้ชักชวนราษฎรสร้างพลับพลารับเสด็จ พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์เสวยยอดหวายโปง ตาแป้นมรรคนายกวัดหนองแคจึงได้ให้ชาวบ้านไปหายอดหวายโปงมาเผาไฟ หยวกกล้วยต้ม น้ำพริกปลามัจฉะ มาถวาย พระองค์ทรงเสวยอย่างเจริญพระกระยาหาร และตรัสกับชาวบ้านว่า ต่อไปนี้ให้เรียกวัดนี้ว่าวัดเสวย แต่ชาวบ้านได้เติมคำว่า “ทรง” ไปด้วย จึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดทรงเสวย” จนทุกวันนี้ และที่วัดทรงเสวย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ถวายของที่ระลึกแด่พระอธิการคล้อย เป็นของที่ระลึกงานพระศพของพระเจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช ของที่ถวายได้แก่ บาตร ฝาบาตรมีตราสีทองรูปวงรี มีข้อความว่า ร.ศ. 128 งานพระศพพระเจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช ปิ่นโตขนาดใหญ่ที่ฝาปิ่นโตมีข้อความเช่นเดียวกับฝาบาตร พระขรรค์ ตาลปัตรใบลาน (ปัจจุบันได้สูญหายไป) ตะเกียงลาน เรือสำปั้น ป้านน้ำชา 1 ชุด สิ่งของเหล่านี้ปัจจุบันทางวัดยังเก็บรักษาไว้อย่างดี

วัดธรรมามูลวรวิหาร
เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองชัยนาทมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บนไหล่เขาธรรมามูล ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลธรรมามูล ห่างจากอำเภอเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 8 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1 กิโลเมตรที่ 288-289 เข้าทางโรงเรียนธรรมานุกูล ภายในวิหารของวัดมีหลวงพ่อธรรมจักร เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติประทับบนฐานรูปดอกบัว เป็นศิลปะประยุกต์สมัยเชียงแสนตอนปลายถึงสุโขทัยตอน ต้น ผสมกับสมัยอยุธยา มีรูปพระธรรมจักรปรากฎอยู่กลางฝ่าพระหัตถ์เบื้องขวา ซึ่งเข้าใจว่าเป็นความคิดของช่างสมัยนั้นที่ตั้งใจสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ ให้มีเครื่องหมายแห่งมหาปุริสลักษณะ (เป็นลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ ตามคติอินเดีย เช่น ในฝ่าเท้ามีจักรลักษณะ มีลายตาข่ายในฝ่ามือฝ่าเท้า ข้อเท้าเหมือนสังข์ที่ตั้งขึ้น คางเหมือนคางราชสีห์ เป็นต้น) และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ ใบเสมา เป็นศิลาทรายสีแดงตั้งรายรอบพระอุโบสถ สลักลวดลายแบบสมัยอยุธยา ทุกปีจะมีงานนมัสการหลวงพ่อธรรมจักรเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง คือ วันขึ้น 4-8 ค่ำเดือน 6 และแรม 4-8 ค่ำ เดือน 11

เขื่อนเจ้าพระยา
เขื่อนเจ้าพระยา เป็นเขื่อนขนาดใหญ่สร้างเป็นแห่งแรกของประเทศ ตั้งอยู่ที่บริเวณคุ้งบางกระเบียน หมู่ที่ 3 ตำบลบางหลวง ลักษณะของเขื่อนมีความยาว 237.50 เมตร สูง 16.5 เมตร เขื่อนมีช่องระบาย 16 ช่อง มีประตูเรือติดกับเขื่อนด้านขวากว้าง 14 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2500 เรือขนาดใหญ่สามารถผ่านเข้าออกได้ บริเวณเขื่อนมีความสวยงามตามธรรมชาติ ช่วงเดือนมกราคม จะมีฝูงนกเป็ดน้ำนับหมื่นตัวมาอาศัยหากินอยู่ในแม่น้ำบริเวณเหนือเขื่อน เขื่อนนี้ใช้ประโยชน์ทางด้านการชลประทาน การทดน้ำเพื่อการเกษตร โดยระบายน้ำจากแม่น้ำในภาคเหนือสู่ภาคกลางและอ่าวไทย และยังผลิตไฟฟ้าใช้ภายในจังหวัดด้วย นอกจากนี้ บริเวณเขื่อนเจ้าพระยา ยังมีบ้านพักรับรองสำหรับนักท่องเที่ยวไว้บริการ ติดต่อล่วงหน้า โทร. 0 5640 5012 – 6 ต่อ 210

การเดินทาง จากอำเภอเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 304 และเลี้ยวซ้ายทางไปอำเภอสรรพยา ประมาณ 6 กิโลเมตร หรือรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ – อำเภอวัดสิงห์ จะผ่านบริเวณหน้าเขื่อน รถประจำทางสาย 1061 ชัยนาท-โพธิ์นางตำ และรถประจำทางสาย 110 สิงห์บุรี-ชัยนาท

 


แพพี่ต้น : ชมธรรมชาติทะเลน้ำจืด เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และตกปลา จ.กาญจนบุรี สนใจติดต่อ โทร. 01-8569063
แพพี่ต้น

ชมธรรมชาติ ท่ามกลางสายน้ำ และขุนเขา เหนือเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี แพล่อง นำเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตกปลา สนใจติดต่อได้ที่โทร : 08-1856-9063
ล่องไพรทัวร์
ภูไพร เลค รีสอร์ท - อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
พื้นที่โฆษณา
 
เว็บไซท์น่าสนใจ
เกาะทะลุ
รับทำ seo
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ฮ่องกง
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ญี่ปุ่น
ที่พักหัวหินราคาถูก
ที่พักชะอำ
ที่พักพัทยา
ที่พักปาย
ที่พักเขาใหญ่
ดำน้ำเกาะเต่า
ภูไพร เลค รีสอร์ท
ลงประกาศฟรี
กล่องพัสดุ
โปรเน็ตทรู
แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว 77 จังหวัด
เที่ยวภาคตะวันออก : ชลบุรี : ระยอง : จันทบุรี : ตราด
เพื่อนบ้าน
จองที่พัก : ที่พักราคาถูก : thailand hotels : เสื้อผ้าเด็ก : ชุดนอนเด็ก : ชุดว่ายน้ำ : ชุดคลุมท้อง : Pantip Review : Saraburi Booking : Saraburi Travel : สระบุรี
ติดต่อลงโฆษณาได้ที่ : webmaster@relaxzy.com ทะเบียนพาณิชย์เลขที่ : 0737314703679