ค้นหาที่พัก

ที่พักภาคกลาง

ที่พักกรุงเทพ
ที่พักกาญจนบุรี
ที่พักสังขละบุรี
ที่พักทองผาภูมิ
ที่พักฉะเชิงเทรา
ที่พักชัยนาท
ที่พักนครนายก
ที่พักนครปฐม
ที่พักนนทบุรี
ที่พักปทุมธานี
ที่พักประจวบคีรีขันธ์
ที่พักหัวหิน
ที่พักปราณบุรี
ที่พักเขาตะเกียบ
ที่พักกุยบุรี
ที่พักสามร้อยยอด
ที่พักบางสะพาน
ที่พักปราจีนบุรี
ที่พักอยุธยา
ที่พักเพชรบุรี
ที่พักชะอำ
ที่พักหาดเจ้าสำราญ
ที่พักหาดปึกเตียน
ที่พักแก่งกระจาน
ที่พักราชบุรี
ที่พักสวนผึ้ง
ที่พักลพบุรี
ที่พักสมุทรปราการ
ที่พักสมุทรสาคร
ที่พักสมุทรสงคราม
ที่พักอัมพวา
ที่พักสระแก้ว
ที่พักสระบุรี
ที่พักสิงห์บุรี
ที่พักสุพรรณบุรี
ที่พักอ่างทอง

บึงกาฬ

  • จังหวัดบึงกาฬ
  • ที่พักบึงกาฬ
  • จังหวัดบึงกาฬ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ๗๕๑ กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ๔,๓๐๕ ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง มีน้ำตก ภูเขา มีพื้นที่ติดต่อกับแม่น้ำโขง และแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แบ่งการปกครองออกเป็น ๘ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอศรีวิไล อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง และอำเภอบุ่งคล้า

    จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีการร้องขอให้จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2537 แต่ไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาในขณะนั้น และได้มีการนำเข้าการพิจารณาอีกครั้ง โดยผ่านมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และออกเป็นพระราชบัญญัติในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔

    อาณาเขต

    ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นแนวพรมแดน
    ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและจังหวัดนครพนม
    ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดสกลนคร
    ทิศตะวันตก ติดต่อกับนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจังหวัดหนองคาย

    การเดินทาง

    โดยรถไฟ

    การรถไฟแห่งประเทศไทย มีขบวนรถไฟจากกรุงเทพฯ-หนองคาย ทุกวันจากนั้นเดินทางโดยรถประจำทางเข้าจังหวัดบึงกาฬ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยบริการเดินทาง โทร. ๑๖๙๐, ๐ ๒๒๒๐ ๔๓๓๔, ๐ ๒๒๒๐ ๔๒๖๑ หรือ www.railway.co.th

    โดยรถยนต์

    จากกรุงเทพมหานคร ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ผ่านสระบุรี และเข้าทางหลวงหมายเลข ๒ ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ รวมระยะทาง ๗๕๑ กิโลเมตร

    โดยรถประจำทาง

    บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถปรับอากาศไปจังหวัดหนองคาย และต่อรถจากหนองคายเข้าบึงกาฬ สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ถนนกำแพงเพชร ๒ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒-๖๖ หรือ www.transport.co.th

    โดยเครื่องบิน

    นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเครื่องบิน จะต้องไปลงที่สนามบินจังหวัดอุดรธานี จากนั้นต่อรถเข้าจังหวัดบึงกาฬ สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับตารางการบินได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. ๐ ๒๓๕๖ ๑๑๑๑ หนองคาย โทร. ๐ ๔๒๔๑ ๑๕๓๐ หรือ www.thaiairways.com

    ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่าง ๆ

    ศรีวิไล ๒๘ กิโลเมตร
    บุ่งคล้า ๓๙ กิโลเมตร
    พรเจริญ ๔๕ กิโลเมตร
    ปากคาด ๔๗ กิโลเมตร
    โซ่พิสัย ๕๕ กิโลเมตร
    เซกา ๘๗ กิโลเมตร
    บึงโขงหลง ๘๘ กิโลเมตร

    สถานที่ท่องเที่ยวบึงกาฬ

    ภูทอก
    ภูทอก ภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว อยู่ในเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง เป็นภูเขาหินทรายมองเห็นได้แต่ไกล ประกอบด้วย ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย แต่ก่อนบริเวณนี้เคยเป็นป่าทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมาย พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ได้เข้ามาจัดตั้งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เนื่องจากเป็นสถานที่เงียบสงบมาก ภูทอกน้อยเป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก โดยต้องเดินไปตามสะพานไม้เวียนรอบเขาสูงชันจนถึงยอด สะพานไม้สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพระ เณร และชาวบ้าน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ใช้เวลานานถึง ๕ ปี บันไดที่ขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำสัตบุรุษให้พ้นโลกแห่งโลกียะสู่โลกแห่งโลกุตระหรือโลกแห่งการหลุดพ้นด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น ภูทอกยังคงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและปฏิบัติศาสนกิจของชุมชน บันไดขึ้นภูทอกแบ่งออกเป็น ๗ ชั้น ดังนี้ ชั้นที่ ๑-๒ เป็นบันไดสู่ชั้นที่ ๓ ซึ่งเริ่มเป็นสะพานเวียนรอบเขา สภาพเป็นป่าเขาครึ้ม มีโขดหิน ลานหิน สุดทางชั้นที่ ๓ มีทางแยกสองทาง ทางซ้ายมือเป็นทางลัดไปสู่ชั้นที่ ๕ ได้เลย แต่เป็นทางชันมาก ต้องผ่านอุโมงค์มืด ทางขวามือเป็นทางขึ้นสู่ชั้นที่ ๔ ชั้นที่ ๔ เป็นสะพานลอยเวียนรอบเขา มองไปเบื้องล่างจะเห็นเนินเขาเตี้ย ๆ สลับกัน เรียกว่า “ดงชมพู” ทิศตะวันออกจดกับภูลังกา เขตอำเภอเซกา ซึ่งมีสภาพเป็นป่า บนชั้นที่ ๔ นี้ จะเป็นที่พักของแม่ชี รอบชั้นมีระยะทางประมาณ ๔๐๐ เมตร มีที่พักระหว่างทางเป็นระยะ ๆ ชั้นที่ ๕ มีศาลาและกุฏิที่อาศัยของพระ ตามช่องทางเดินจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ ตลอดเส้นทางสู่ชั้นที่ ๖ มีที่พักเป็นลานกว้างหลายแห่ง มีหน้าผาชื่อต่าง ๆ กัน เช่น ผาเทพนิมิตร ผาหัวช้าง ผาเทพสถิต เป็นต้น ถ้ามาทางด้านเหนือจะเห็นสะพานหินธรรมชาติทอดสู่พระวิหาร อันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน ผู้คนส่วนใหญ่มักหยุดการเดินทางเพียงแค่นี้ เพราะจากชั้นที่ ๖ สู่ชั้นที่ ๗ เป็นสะพานไม้ยาว ๔๐๐ เมตร เวียนรอบเขาซึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน สุดทางที่ชั้น ๗ เป็นป่าไม้ร่มครึ้ม การเดินทาง จากอำเภอเมืองบึงกาฬ แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๒๒ ถึงอำเภอศรีวิไล มีทางแยกซ้ายอีก ๓๐ กิโลเมตร ผ่านบ้านอู่คำ บ้านนาสิงห์ บ้านสันทรายงาม บ้านแสงเจริญ สู่บ้านนาคำแคน ถึงภูทอก ภูทอก ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นในวันที่ ๑๐-๑๖ เมษายน ของทุกปี โทร. ๐๘ ๗๔๙๓ ๐๓๕๕

    หนองกุดทิง
    หนองกุดทิง ห่างจากตัวอำเภอเมืองบึงกาฬ ๕ กิโลเมตร เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ๒๒,๐๐๐ ไร่ ลึก ๕ – ๑๐ เมตร มีความหลากหลายทางชีวภาพ ประกอบด้วยสัตว์น้ำกว่า ๒๕๐ สายพันธุ์ ปลาที่เป็นเอกลักษณ์ไม่มีที่ใดในโลก ๒๐ สายพันธ์ พืชน้ำกว่า ๒๐๐ ชนิด นกพันธุ์ต่าง ๆ กว่า ๔๐ ชนิด และเป็นที่ประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่กว่า ๒,๐๐๐ ครัวเรือน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ดังกล่าวจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (พื้นที่แรมซาร์) สำคัญของโลกแห่งที่สองของจังหวัดหนองคาย และแห่งที่ ๑๑ ของประเทศไทย

    ตลาดลาว
    ตลาดลาว เป็นตลาดนัดของอำเภอเมืองบึงกาฬ มีเฉพาะวันอังคารและวันศุกร์ ที่เรียกว่าตลาดลาวเนื่องจากมีแม่ค้าจากฝั่งลาวนำของมาขายเป็นจำนวนมากทั้งพืชผัก อาหารแห้ง และอาหารสดอำเภอปากคาด วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน) ตั้งอยู่บริเวณลานหินเนินเขา ร่มรื่นด้วยต้นไม้และลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่าน บริเวณใต้โขดหินใหญ่ ภายในวัดประดิษฐานพระนอน ส่วนบนโขดหินมีอุโบสถทรงระฆังคว่ำ หากขึ้นไปถึงด้านบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลจนถึงฝั่งลาว การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ถึงอำเภอปากคาด มีทางแยกขวาเข้าวัดไปประมาณ ๕๐๐ เมตร

    บึงโขงหลง
    บึงโขงหลง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินิเวศ และแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ ๘,๐๖๔ไร่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาโครงการเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ และได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ บึงโขงหลงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติอันดับที่ ๑,๐๙๘ ของโลก (Wetland of International Importance) ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ มีพื้นที่กว่า ๒๒ ตารางกิโลเมตร ยาว ๑๓ กิโลเมตร กว้าง ๒ กิโลเมตร เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และพืชน้ำนานาชนิด พบนกน้ำกว่า ๑๐๐ ชนิด รวมทั้งปลาบู่แคระที่หาดูได้ยาก

    วัดสว่างอารมณ์
    วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน) ตั้งอยู่บริเวณลานหินเนินเขา ร่มรื่นด้วยต้นไม้และลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่าน บริเวณใต้โขดหินใหญ่ ภายในวัดประดิษฐานพระนอน ส่วนบนโขดหินมีอุโบสถทรงระฆังคว่ำ หากขึ้นไปถึงด้านบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลจนถึงฝั่งลาว การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ถึงอำเภอปากคาด มีทางแยกขวาเข้าวัดไปประมาณ ๕๐๐ เมตร

    วัดอาฮงศิลาวาส
    วัดอาฮงศิลาวาส (แก่งอาฮง) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ตำบลไคสี ห่างจากอำเภอเมืองบึงกาฬ ๒๑ กิโลเมตร บริเวณวัดกว้างขวางและสวยงาม เป็นที่ประดิษฐาน”พระพุทธคุวานันท์ศาสดา” หล่อด้วยทองเหลืองลักษณะคล้ายกับพระพุทธชินราช เชื่อกันว่าลำน้ำโขงบริเวณหน้าวัดเป็นจุดที่ลึกที่สุดในแม่น้ำโขง หรือเรียกกันว่า “สะดือแม่น้ำโขง” ได้เคยมีการวัดโดยใช้เชือกผูกกับก้อนหินหย่อนลงไปได้ถึง ๙๘ วา ในฤดูน้ำหลากกระแสน้ำจะไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ เมื่อรูปกรวยแตกจะมีเสียงคล้ายกระแสน้ำไหลเซาะโขดหินแล้วจะค่อย ๆ หายไป เมื่อกระแสน้ำเชี่ยวมาอีกก็จะก่อตัวขึ้นใหม่เกิดสลับกันตลอดทั้งวัน ส่วนหน้าแล้งในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะมองเห็นแก่งชัดเจน ตามตำนานเล่าสืบต่อกันว่าบริเวณสะดือแม่น้ำโขง จะมีถ้ำใต้โขดหินใหญ่ฝั่งประเทศลาวเป็นที่อยู่ของปลาบึกซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดอาฮงศิลาวาส และเป็นที่ชุมนุมของเหล่าพญานาคในวันเทศกาลออกพรรษา เพื่อทำบุญบั้งไฟเป็นพุทธบูชาร่วมกับมนุษย์ จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทำให้บริเวณนี้มีบั้งไฟพญานาคขึ้นเป็นจำนวนมาก

    วัดโพธิ์ธาราม
    วัดโพธิ์ธาราม (วัดหลวงพ่อพระใหญ่) ตั้งอยู่ที่บ้านท่าไคร้ หมู่ ๕ ตำบลบึงกาฬ ห่างจากตัวอำเภอเมืองบึงกาฬ ๕ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ (บึงกาฬ-นครพนม) เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๒ เมตร ประดิษฐานบนแท่น ๔ เหลี่ยม ซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่ในปี ๒๕๓๗ ชาวบึงกาฬได้จัดให้มีการสมโภชหลวงพ่อพระใหญ่ปีละ ๒ ครั้ง คือ วันเพ็ญ เดือน ๓ และช่วงเทศกาลสงกรานต์

    ศาลเจ้าแม่สองนาง
    ศาลเจ้าแม่สองนาง ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ ในตลาดอำเภอเมืองบึงกาฬ โดยปกติประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงจะเสียชีวิตในลำน้ำโขงปีละหลายคน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการกระทำของเทพเจ้าทางน้ำ ชาวบ้านจึงจัดให้มีพิธีบวงสรวงเจ้าแม่สองนางเพื่อเป็นศิริมงคลและให้คุ้มครองผู้ที่ประกอบอาชีพทางน้ำให้พ้นจากภัยอันตราย

    Leave a Reply

     

     

     

    You can use these HTML tags

    <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>